‘ชโย กรุ๊ป’ เปิดเกมรุกปี’64 ผุดบริษัทย่อยขยายช่องรับซื้อหนี้ปั้นกำไรโต

สุขสันต์ ยศะสินธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHAYO
สัมภาษณ์

บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO เพิ่งย้ายหุ้นตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในกลุ่มธุรกิจการเงิน เมื่อวันที่ 25 ธ.ค. 2563 หลังจากเทรดอยู่ในตลาด mai มากว่า 2 ปี ซึ่งในท่ามกลางภาวะวิกฤตที่เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนแนวโน้มหนี้เสียในระบบอยู่ในช่วงขาขึ้น ถือเป็นโอกาสทองของธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (AMC)

ส่วนเหตุผลที่มาที่ไปจะเป็นอย่างไร “สุขสันต์ ยศะสินธุ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CHAYO ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนถึงก้าวต่อไปของธุรกิจในระยะข้างหน้า

โดย “สุขสันต์” เล่าถึงสาเหตุที่บริษัทตัดสินใจย้ายเข้าจดทะเบียนใน SET ว่า เนื่องจากบริษัทมีความพร้อมและมีคุณสมบัติครบถ้วน ทั้งในแง่ผลประกอบการที่โดดเด่น ทุนจดทะเบียน และมูลค่าการซื้อขาย ซึ่งการย้ายเข้า SET เป็นการเปิดโอกาสให้กองทุน หรือนักลงทุนสถาบันสามารถเข้ามาลงทุนในหุ้น CHAYO ได้ง่ายมากขึ้น

“ที่ผ่านมาก็มีหลายกองทุนที่สนใจหุ้นของเรา รวมถึงสนใจที่จะเข้ามาลงทุนในรูปแบบอื่น นอกเหนือจากการซื้อหุ้นในตลาด เช่น ผ่านรูปแบบหุ้นกู้ เป็นต้น โดยการย้ายเข้าไปจดทะเบียนใน SET ครั้งนี้ คาดว่าจะช่วยเสริมศักยภาพให้ CHAYO แข็งแกร่ง รวมถึงเติมเต็มความเชื่อมั่นให้กับคู่ค้าและพันธมิตร” นายสุขสันต์กล่าว

ขณะที่ภาพรวมของธุรกิจในปี 2563 ณ สิ้นเดือน ก.ย. บริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 352.47 ล้านบาท จากปี 2562 ที่มีรายได้ทั้งปีที่ 295.02 ล้านบาท โดยคาดว่ารายได้รวมปีนี้จะเติบโตราว 50% จากปี 2562 ส่วนกำไรสุทธิช่วง 9 เดือน อยู่ที่ 119 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนทั้งปีที่มีกำไรสุทธิ 111.43 ล้านบาท

Advertisment

“สุขสันต์” บอกว่า ปัจจัยหนุนการเติบโตมาจากการซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ทั้งหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และสินทรัพย์รอการขาย (NPA) เข้ามาบริหารได้ตามเป้าหมาย โดยเฉพาะในเดือน ธ.ค. ที่บริษัทสามารถซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มเติมถึง 12,569 ล้านบาทภายในเดือนเดียว ส่งผลให้ภาพรวมการซื้อหนี้เข้ามาบริหารในปีนี้อยู่ที่ 15,500 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าทั้งปีนี้จะซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพียง 10,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ณ สิ้นไตรมาส 3/63 บริษัทมีพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพอยู่ประมาณ 53,514 ล้านบาท แบ่งออกเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกัน 37,950 ล้านบาท และหนี้ที่มีหลักประกัน 15,564 ล้านบาท

ส่วนแผนธุรกิจในปี 2564 “สุขสันต์” บอกว่า CHAYO จะยังเน้นกลยุทธ์การเติบโต ผ่านการรับซื้อหนี้ใหม่เข้ามาบริหาร โดยประเมินว่าหนี้เสียในระบบจะมีมูลค่ารวมประมาณ 6 แสนล้านบาท และคาดว่าธนาคารจะปล่อยออกมาขายประมาณ 3 แสนล้านบาท ขณะที่กลุ่ม AMC น่าจะซื้อเข้ามาบริหารได้จริงแค่ประมาณ 1 แสนล้านบาท

โดยบริษัทเตรียมเงินทุนไว้เพื่อซื้อหนี้มาบริหารปีนี้ 1,200 ล้านบาท ซึ่งจะสามารถนำไปซื้อหนี้ได้มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท และจะส่งผลให้รายได้ในปี 2564 เติบโตราว 25%

Advertisment

“สุขสันต์” บอกด้วยว่า ล่าสุด บริษัทได้ตั้งบริษัทย่อยชื่อว่า “บริษัท ชโย เจวี จำกัด” หรือ CHAYO JV ขึ้นด้วย ซึ่งการจัดตั้งบริษัทย่อยจะช่วยให้ CHAYO สามารถระดมทุนเพื่อนำมาซื้อสินทรัพย์ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเพิ่มเติมได้ โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับพันธมิตร ทั้งในและนอกตลาดหลักทรัพย์ฯประมาณ 1-2 รายเข้ามาร่วมทุน คาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในเดือน ม.ค.-ก.พ.นี้ โดย CHAYO จะเป็นผู้ถือหุ้นหลักในบริษัทร่วมทุนที่ 55% ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนกับธนาคารเจ้าหนี้“ปัจจุบันเราได้เงินทุนจาก 3 ช่องทาง ได้แก่ กำไรสะสมของบริษัท การออกหุ้นกู้ และเงินกู้จากธนาคาร ซึ่งช่องทางสุดท้าย มีข้อจำกัดตรงที่บริษัทไม่สามารถซื้อหนี้เสียจากธนาคารเจ้าหนี้มาบริหารได้ ดังนั้น การตั้งบริษัทย่อยเป็นวิธีแก้ปัญหาในส่วนนี้” นายสุขสันต์กล่าว

“สุขสันต์” เชื่อว่า การเติบโตทางธุรกิจที่จะเกิดขึ้นหลังการจับมือกับพันธมิตรดังกล่าว CHAYO จะสามารถระดมทุนได้เพิ่มเติมอีกราว 1,500-2,000 ล้านบาท เพื่อนำไปซื้อหนี้ด้อยคุณภาพในระบบ

นอกจากนี้ การมีเงินทุนที่สูงขึ้นจะส่งผลให้บริษัทสามารถขยับจากการซื้อหนี้รายย่อย (retail) เข้ามาบริหาร ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ CHAYO เข้าซื้อในช่วงที่ผ่านมา ไปยังกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) รวมถึงธุรกิจขนาดใหญ่ (corporate) ได้อีกด้วย

“การเปิดบริษัทย่อย จะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้ CHAYO มีผลการดำเนินงานที่เติบโตได้เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 25% ในปี 2564” นายสุขสันต์กล่าว

การขยับของ CHAYO ที่เป็นบริษัทบริหารสินทรัพย์ ในภาวะที่ตลาดเอื้ออำนวย ถือได้ว่าเป็นการเล่นเกมรุกอย่างถูกจังหวะ ซึ่งจะน่าช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตให้กับธุรกิจได้เป็นอย่างดี