หุ้นไทยปิดบวก 1.84 จุด ‘พักฐาน’ รอนักวิเคราะห์อัพเกรดกำไรกลุ่มพลังงาน

กราฟหุ้น

SET Index ‘พักฐาน’ ปิดบวกเล็กน้อย 1.84 จุด เหตุนักลงทุนขายทำกำไร รอนักวิเคราะห์อัพเกรดกำไร บจ. ลุ้นดัชนีปรับขึ้นทดสอบ 1,535-1,550 จุด คงเป้าหมายปีนี้ 1,610 จุด

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย จำกัด เปิดเผยภาพรวมตลาดหุ้นไทยวันที่ 9 ก.พ.64 ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ SET (SET Index) ปิดที่ 1,518.27 จุด ปรับขึ้น 1.84 จุด หรือปรับขึ้น 0.12% และมีมูลค่าการซื้อขายรวม 92,889.81 ล้านบาท โดย SET Index ปรับขึ้นได้ดีในช่วงเช้า ก่อนเผชิญแรงขายทำกำไรในช่วงบ่ายลงมา และมาปิดบวกเล็กน้อยที่ 1.84 จุด

“แต่โดยภาพรวมบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ยังเป็นเชิงบวก แม้ตลาดหุ้นจะเข้าสู่การพักฐานก่อนปรับขึ้นทดสอบแนวต้านสำคัญบริเวณ 1,535-1,550 จุด แต่เป็นการพักฐานเพื่อไปต่อ” นายสรพล กล่าว

ทั้งนี้ แนวต้านที่ 1,535-1,550 จุด เป็นกรอบแนวต้านสำคัญที่ SET Index ไม่สามารถผ่านขึ้นไปทดสอบได้ประมาณ 2-3 ครั้งแล้ว เนื่องจากเป็นระดับที่กำไรต่อหุ้น (EPS) อยู่ที่ค่าเบี่ยงเบนมาตรการที่ -1 (SD) เทียบเท่ากับตลาดหุ้น S&P ของสหรัฐในปัจจุบัน โดยคาดว่าหลังการอัพเกรดกำไรบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคาร จะส่งผลให้ตลาดหุ้นทั้ง 2 ประเทศสามารถปรับขึ้นได้ต่อเนื่อง


“กลุ่มแบงก์เริ่มเห็นการปรับประมาณการออกมาแล้วหลังประกาศงบไตรมาส 4/63 ซึ่งคิดต่อไปจะเป็นการปรับประมาณการหุ้นพลังงาน ซึ่งต้องรอให้ประกาศกำไรปีก่อนออกมาจนครบก่อน” นายสรพล กล่าว

โดยเฉพาะตลาดหุ้นไทยที่มีน้ำหนักกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารมากกว่า 35% ของน้ำหนักตลาดหุ้นทั้งหมด โดยระหว่างที่รอนักวิเคราะห์ปรับประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหว SET Index ที่แนวรับ 1,500 จุด และแนวต้าน 1,535-1,550 จุด ขณะที่ในปี 2564 บล.กสิกรไทย ประเมินเป้าหมาย SET Index ที่ 1,610 จุด

นายสรพล กล่าวอีกว่า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา หรือตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐจบลง พบว่า ตลาดหุ้นกลุ่มประเทศเกิดใหม่ปรับขึ้นโดดเด่นเฉลี่ย 25% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วที่ 6% ขณะที่ SET Index รับขึ้นได้โดดเด่นที่สุด 26% เปรียบเทียบกับตลาดหุ้นที่มีความใกล้เคียงกันอย่างอินโดนีเซียและฟิลิลปปินส์ (กลุ่ม TIP) ปรับขึ้นเพียง 15-16% เนื่องจากได้อานิสงส์จากการปรับขึ้นของหุ้นพลังงานและแบงก์

“ในช่วงที่ตลาดเป็นขาขึ้น เราแนะนำกลับมาไล่ซื้อหุ้นที่ราคายังปรับขึ้นไม่มาก (Laggard) โดยวานนี้แนะนำซื้อ CPN แต่ด้วยราคาที่ปรับขึ้นมามากแล้ว จึงแนะนำสับเปลี่ยนมาซื้อ BAM ที่ราคาเหมาะสม 25.50 บาท” นายสรพล กล่าว

ทั้งนี้ ความเสี่ยงในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ สถานการณ์การเมืองในประเทศ หลังจากที่ที่ประชุมสภามีมติแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งอาจส่งผลให้กระบวกการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผู้ชุมนุมกลุ่ม “ราษฎร” เรียกร้องล่าช้าออกไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ