ธนารักษ์ ยกเลิกเวนคืนที่หมอชิตคอมเพล็กซ์ สรุปย้ายสถานีขนส่งต้นเดือน มี.ค.นี้

ธนารักษ์ ยืนยันยกเลิกเวนคืนที่หมอชิตคอมเพล็กซ์ ลดผลกระทบชาวบ้าน เร่งสรุปย้ายสถานีขนส่งหมอชิต ต้นเดือน มี.ค.นี้ ชี้ BKT ลงนามสัญญาก่อสร้าง หลังยื่น EIA ผ่าน ภายใน 3 เดือนนี้ หนุนกรมเก็บค่าธรรมเนียมได้ 550 ล้านบาท พร้อมลุยทวงค่าเช่าที่หมอชิตเก่า เผยกรุงเทพฯ ค้างจ่ายกว่า 240 ล้านบาท

นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ได้ลงพื้นที่บริเวณสถานีขนส่งหมอชิตเก่า เพื่อตรวจติดตามความคืบหน้าโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุบริเวณสถานีขนส่งหมอชิต หรือหมอชิตคอมเพล็กซ์ และได้พบปะชาวบ้านเพื่อรับฟังและชี้แจงแนวทางการแก้ปัญหาการเวนคืนที่ดินพื้นที่โดยรอบ

ซึ่งกรมยืนยันกับชาวบ้านว่าจะไม่มีการเวนคืนที่ดินเพื่อทำทางเข้าออกในพื้นที่โดยรอบ เพื่อลดผลกระทบชาวบ้านที่อาศัยอยู่เดิม โดยได้ปรับแนวทางเส้นทางเข้าออกหลักเป็นการใช้เส้นทางหน้าถนนพหลโยธิน และเส้นทางเสริมโดยใช้ถนนวิภาวดีซอย 5 โดยจะไม่มีการสร้างทางเชื่อมยกระดับออกไปยังถนนวิภาวดี

ขณะเดียวกันจะมีการปรับรูปแบบการเข้าใช้พื้นที่ของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งจากเดิมมีแผนจะย้ายสถานีขนส่งหมอชิตทั้งหมดเข้ามาใช้พื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ให้ 1.1 แสนตารางเมตร เป็นแผนใหม่ คือ จะย้ายมาเพียงบางส่วน เช่น รถโดยสารขนาดเล็ก เพื่อลดความแออัดของการเข้าออกและการจราจรในพื้นที่

อย่างไรก็ตาม กรมการขนส่งทางบก บริษัท ขนส่ง จำกัด หรือ บขส. และสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. จะเร่งสรุปแผนการเข้าใช้พื้นที่เพื่อนำกลับมาเสนอที่ประชุมร่วมกับกรมธนารักษ์ในต้นเดือนมีนาคม 2564 เพื่อให้ได้ข้อสรุปแนวทางที่ชัดเจน


นายยุทธนา กล่าวว่า ชาวบ้านยอมรับในแนวทางการปรับปรุงแผนก่อสร้างหมอชิตคอมเพล็กซ์ รวมถึงแนวทางการยกเลิกการเวนคืนพื้นที่เข้าออกโดยรอบ ขณะที่ทางบริษัท บางกอกเทอร์มินอล จำกัด หรือ BKT ผู้ได้รับสัมปทานในการพัฒนาพื้นที่ ได้ยอมรับแนวทางการปรับรูปแบบการเข้าใช้พื้นที่ที่จะย้ายสถานีขนส่งเข้ามาเฉพาะแค่รถเล็ก เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้ หลังจากมีความล่าช้ามากว่า 25 ปี นับตั้งแต่ปี 2539

โดยขณะนี้ BKT อยู่ระหว่างการยื่นการศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือ EIA คาดจะเสร็จเรียบร้อยภายใน 2-3 เดือน หลังจากนั้นจะมีการลงนามสัญญาการก่อสร้าง ซึ่งเมื่อมีการลงนามแล้ว จะทำให้กรมฯ มีรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมทันที 550 ล้านบาท โดยระหว่างการก่อสร้างซึ่งใช้ระยะเวลาตามแผน 5 ปี กรมฯจะได้รับค่าธรรมเนียมระหว่างก่อสร้างปีละ 6.1 ล้านบาท เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ กรมฯจะได้รับค่าเช่าปีละ 5 ล้านบาท จนครบอายุสัญญาสัมปทาน 30 ปี และกระทรวงการคลังจะได้รับอาคารและสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในพื้นที่ ซึ่งมีมูลค่ารวมประมาณ 26,000 ล้านบาท

สำหรับรายละเอียดการก่อสร้าง พื้นที่โครงการฯ มีทั้งหมด 63 ไร่ โดยเป็นพื้นที่ก่อสร้างโครงการ 800,046 ตารางเมตร ในจำนวนนี้เป็นพื้นที่ชดเชยให้กรมการขนส่งทางบก 112,000 ตารางเมตร และพื้นที่เชิงพาณิชย์ 776,046 ตารางเมตร เพื่อพัฒนาเป็น อาคารสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า อพาร์ตเมนเซอร์วิส และลานจอดรถ เป็นต้น

ขณะที่การพูดคุยกับชาวบ้านในพื้นที่โดยรอบ กรมฯ นำข้อสังเกตของชาวบ้านในบางประเด็นไปหารือเพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับแผนการใช้พื้นที่เฉพาะรถเล็ก ซึ่งในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะมีการยกเลิกรถตู้เป็นรถมินิบัสแทน รวมถึงความเป็นห่วงกรณีในประเด็นที่ก่อนหน้านี้ กรุงเทพมหานคร ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินโดยรอบเพื่อสร้างทางเชื่อมยกระดับ ซึ่งกรมฯจะรับเรื่องไปหารือเพื่อให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว ซึ่งอาจต้องใช้เวลาในกระบวนทางกฎหมายระยะหนึ่ง รวมถึงในการทำสัญญากับ BKT จะมีการระบุให้ชัดเจนว่าห้ามมีการเวนคืนพื้นที่โดนรอบหรือสร้างผลกระทบต่อชาวบ้าน

นอกจากนี้ นายยุทธนา ยังกล่าวด้วยว่า ได้ทำหนังสือถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อทวงค่าเช่าจากการใช้ประโยชน์ในพื้นที่บริเวณพื้นที่หมอชิตเก่า ขนาดกว่า 40 ไร่ เป็นอาคารจอดรถไฟฟ้าและอาคารจอดและจร ซึ่งกรุงเทพมหานครได้ค้างค่าเช่ามาตั้งแต่ปี 2542 คิดเป็นเงินกว่า 240 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาอาจมีการติดขัดข้อกฎหมาย แต่เนื่องจากกรุงเทพมหานครได้นำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์แล้ว ซึ่งตามเงื่อนไขของการใช้พื้นที่ราชพัสดุจะต้องมีการชำระค่าเช่า

“กรมฯมีหน้าที่ในการจัดหารายได้เข้ารัฐ ซึ่งถือเป็นภารกิจสำคัญที่กรมฯ จะต้องเร่งดำเนินการ ซึ่งนอกจากการตามค่าเช่าจากทางกรุงเทพมหานครแล้ว กรมก็จะมีการเร่งรัดทำสัญญาโครงการลงทุนในพื้นที่ราชพัสดุอื่น ๆ ให้ได้ตามแผน หลังจากที่ผ่านมาหลายโครงการมีความล่าช้าไปมาก”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ