ดอลลาร์แข็งค่า ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น

เงินดอลลาร์สหรัฐ

ดอลลาร์แข็งค่า ตามอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น เชื่อเฟดอาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนเงินบาทของไทยปิดตลาดที่ระดับ 30.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตรา ประจำวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/3) ที่ระดับ 30.40/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (25/2) ที่ระดับ 30.40/42 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าอย่างมากในช่วงวันหยุดมาฆบูชา (26/2) โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ระดับประมาณร้อยละ 1.60 เมื่อคืนวันพฤหัสบดี (25/2) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2563

ทั้งนี้พันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ถือเป็นพันธบัตรที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาของตราสารหนี้ทั่วโลก ซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนอง และดอกเบี้ยอัตราเงินกู้ทั่วไป ทั้งนี้การปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลจะส่งผลให้ผู้บริโภคมีแนวโน้มในการใช้จ่ายลดน้อยลง ในขณะที่บริษัทต่าง ๆ จะเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้นจากการชำระหนี้ ซึ่งจะทำให้บริษัทประกอบการลดการลงทุนรวมถึงการจ่ายเงินปันผลแก่นักลงทุน

นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้ปัจจัยหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ เพื่อควบคุมการพุ่งขึ้นของเงินเฟ้อและตลาดสหรัฐยังมีมุมมองว่าเศรษฐกิจในสหรัฐกำลังจะฟื้นตัวเร็วขึ้น หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากแจกจ่ายวัคซีน

แม้ว่านายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะได้ส่งสัญญาณมาก่อนหน้านี้ว่าเฟดจะยังคงอัตราดอกเบี้ยในระดับต่ำต่อไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามในวันนี้ (1/3) อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ปรับตัวลดระดับลงสู่ระดับราวร้อยละ 1.40 ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวอ่อนค่าลงในระหว่างวัน

ด้านความคืบหน้าการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ดร.โรเชลล์ วาเลนสกี ผู้อำนวยการศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ได้ลงนามในเอกสารรับรองความปลอดภัยและประสิทธิภาพวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน รวมทั้งอนุมัติให้สามารถใช้ได้ทั่วประเทศสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

ด้านปัจจัยภายในประเทศ นักลงทุนติดตามสถานการณ์การชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยเมื่อวานนี้ (28/2) มวลชนรวมตัวชุมนุมบริเวณหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ซึ่งสถานการณ์มีความตึงเครียดและมีการปะทะกันเป็นระยะ


ในขณะที่ด้านความคืบหน้าวัคซีนโควิด-19 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้เป็นผู้ทำการฉีดวัคซีนเข็มแรกหลังจากที่ซิโนแวคจัดส่งวัคซีน “โคโรนาแวค” ล็อตแรกจำนวน 2 แสนโดสตามคำสั่งซื้อของรัฐบาลไทย และผ่านการตรวจรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้ว

ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 30.20-30.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 30.20/22 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/3) ที่ระดับ 1.2077/79 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (25/2) ที่ระดับ 1.2158/60 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ปรับตัวสูงขึ้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่าธนาคารกลางสหรัฐจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดและจะชะลอการอัดฉีดเงินเข้าระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่

ด้านความคืบหน้าประเด็นนิวเคลียร์ของอิหร่านนั้น ทางอิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอในการเจรจาอย่างไม่เป็นทางการกับชาติยุโรปและสหรัฐ โดยให้เหตุผลว่ายังไม่ถึงเวลาอันสมควรในการเจรจา หลังจากที่สหภาพยุโรป (EU) ได้เสนอตัวเข้าร่วมการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างอิหร่านกับฝ่ายอื่น ๆ โดยมีสหรัฐเป็นแขกรับเชิญ

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2027-1.2100 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2042/45 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/3) ที่ระดับ 106.56/58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันพฤหัสบดี (25/2) ที่ระดับ 106.09/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนปรับตัวอ่อนค่าต่อเนื่องตามการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ หลังจากได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

ในวันนี้ญี่ปุ่นได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ล็อตที่ 3 จากบริษัทไฟเซอร์ จำนวน 526,500 โดสเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ญี่ปุ่นได้เริมทำการฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 เฟสแรกให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ 40,000 รายตามโรงพยาบาล 100 แห่งทั่วประเทศในสัปดาห์ที่ผ่านมา และจะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับบุคลากรทางการแพทย์อีกจำนวน 4.7 ล้านคน หลังทำการส่งมอบวัคซีนให้กับหน่วยงานรัฐบาลในท้องถิ่นที่รับผิดชอบการฉีดวัคซีนทั่วประเทศ

ด้านสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ญี่ปุ่นจะดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน ตามด้วยกลุ่มที่มีโรคประจำตัว และกลุ่มพนักงานในบ้านพักคนชราก่อนจะฉีดให้บุคคลทั่วไปเป็นลำดับสุดท้าย

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 106.35-106.74 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 106.72/75 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ส่วนดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือนกุมภาพันธ์ จากมาร์กิต (1/3), ดัชนีภาคการผลิตเดือนกุมภาพันธ์ จาก ISM (/3), การใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนกุมภาพันธ์ (1/3), ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนเดือนกุมภาพันธ์ จาก ADP (3/3), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนกุมภาพันธ์ จากมาร์กิต (1/3),

ดัชนีภาคบริการเดือนกุมภาพันธ์ จาก ISM (3/3), สต็อกน้ำมันรายสัปดาห์จาก EIA (3/3), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานรายสัปดาห์ (4/3), ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือนมกราคม (4/3), ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนกุมภาพันธ์ (5/3), ดุลการค้าเดือนมกราคม (5/3)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -0.1/+0.1 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +4.8/+6.0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ