หุ้นไทยบวกเบาๆ กรอบ 1,575-1,595 จุด ขานรับจัดหาวัคซีน-TIDLOR เข้าเทรด

ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวบวกเบา ๆ ในกรอบ 1,575-1,595 จุด ขานรับพัฒนาการจัดหาวัคซีนของไทยในเชิงบวก หนุนเซ็นติเมนต์ลงทุนระยะสั้น-บอนด์ยีลด์ขาลง คาด “หุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์” ประคองตลาดวันนี้ แต่ถูกกดดันจากความเสี่ยงผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศ ที่อาจทำสถิติสูงสุดใหม่

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันที่ 10 พ.ค. 2564 ว่า ตลาดหุ้นวันนี้บวกเบา ๆ คาดเช้านี้แกว่งตัวระหว่าง 1,575 – 1,595 จุด ทางฝ่ายวิจัยประเมินพัฒนาการของการจัดหาและเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทย

ซึ่งเริ่มเห็นพัฒนาการในเชิงบวกบ้างแล้ว จึงคาดว่าจะส่งผลเชิงบวกต่อเซ็นติเมนต์ลงทุนระยะสั้นวันนี้ ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ยังอยู่ในทิศทางขาลง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้เซ็นติเมนต์การลงทุนดูผ่อนคลายลง โดยเฉพาะในกลุ่มหุ้นเติบโตอย่าง กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ช่วยประคองตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้

อย่างไรก็ตามยังต้องเฝ้าระวังจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันในประเทศ เพราะยังมีความเสี่ยงที่อาจทำสถิติสูงสุดใหม่ได้ หลังผลการตรวจเชื้อเชิงรุกในชุมชุนคลองเตยยังน่าเป็นห่วง และเริ่มพบการติดเชื้อเป็นกลุ่มก้อนในสถานประกอบการที่รับแรงงานต่างชาติเข้ามารอบใหม่

นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อใน กทม.และปริมณฑล ยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นในชุมชนแออัด โดยจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่วานนี้ 2,101 ราย กว่า 70% มาจาก กทม.และ 5 จังหวัดปริมณฑล ด้านผลการตรวจเชื้อเชิงรุกในชุมชนคลองเตยยังน่าเป็นห่วง

ซึ่งทางฝ่ายวิจัยลองพิจารณาจากผลตรวจที่ทราบผลแล้วในชุมชนคลองเตยจำนวน 9,347 ราย พบผลเป็นบวกราว 477 ราย หรือคิดเป็น 5.10% ซึ่งต้องเฝ้าระวังใกล้ชิดเพราะยังมีผลการตรวจที่รอผลอีก 6,784 ราย จึงอาจทำให้ผู้ติดเชื้อรายวันเร่งตัวได้อีกบางส่วน

ทั้งนี้การเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังเป็นความหวังของไทย ล่าสุดนายกฯ ปรับแผนการจัดการวัคซีน โดยเร่งให้หาวัคซีนเพิ่มจากเดิมกำหนดไว้ 100 ล้านโดส เป็น 150 ล้านโดส เพื่อให้เพียงพอต่อประชาชนทุกคนและเผื่อไว้ว่าอาจจะต้องฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 เนื่องจากไม่แน่ใจว่าประสิทธิภาพวัคซีนจะอยู่ได้นานแค่ไหน


อีกทั้งนายกฯ ปรับแนวทางการฉีดวัคซีน โดยเร่งให้ฉีดวัดซีนเข็มแรกให้รวดเร็วที่สุด เนื่องจากทางการแพทย์ให้ความเห็นว่าแม้ฉีดเพียงเข็มแรก ก็สามารถช่วยลดโอกาสในการรับเชื้อ ลดความรุนแรงของอาการ และลดโอกาสในการเสียชีวิตไปได้อย่างมาก

อัพเดตสถานการณ์วัคซีน COVID-19 ของไทย 1.วัคซีน AstraZeneca ที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ ได้ผ่านการตรวจสอบคุณภาพจากห้องปฏิบัติการในยุโรปและสหรัฐแล้ว พร้อมกันนี้นายเจมส์ ทีก ประธาน บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่าจะสามารถส่งมอบวัคซีนชุดแรกให้กับรัฐบาลไทยได้ในเร็ว ๆ นี้

2.วัคซีน Moderna ความหวังของการฉีดวัคซีนผ่าน รพ.เอกชน ปัจจุบันนี้กำลังอยู่ระหว่างรออนุมัติจากทาง อย. หลายฝ่ายคาดเสร็จในช่วงกลางเดือน พ.ค.นี้ ทางฝ่ายวิจัยประเมินว่าทั้งสองปัจจัยข้างต้น หากมีพัฒนาการในเชิงบวกใหม่ออกมาจะหนุนเซ็นติเมนต์ลงทุนในช่วงสั้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ