ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 2 ปี

– ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง หลังปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. 58 จากความตึงเครียดระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่าน รวมถึงการกระชับอำนาจของเจ้าชายมกุฎราชกุมาร Mohammed bin Salman ของซาอุดิอาระเบีย

– ความตึงเครียดระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่านเริ่มทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น หลังซาอุดิอาระเบียเชื่อว่าอิหร่านอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์การยิงขีปนาวุธจากเยเมนเข้าใส่กรุงริยาดของซาอุดิอาระเบียในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งได้สร้างความกังวลว่าการเจรจาในเรื่องของข้อตกลงที่จะขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตออกไปของผู้ผลิตในกลุ่มโอเปกจะมีความยากลำบากมากขึ้น

+ อย่างไรก็ตาม เลขาธิการของกลุ่มโอเปก กล่าวว่า โอเปกกำลังหาทางบรรลุข้อตกลงในการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตให้ได้ก่อนการประชุมในวันที่ 30 พ.ย. โดยเผยว่ายังไม่มีประเทศใดที่คัดค้านการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิต

               

– สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) ปรับเพิ่มการคาดการณ์ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ปี 2561 โดยคาดว่าปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ จะปรับตัวเพิ่มขึ้น 720,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 9.95 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งมากกว่าที่คาดการณ์เดือนก่อนว่าจะปรับเพิ่มขึ้น 680,000 บาร์เรลต่อวัน

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากยังคงได้รับแรงกดดันจากอุปทานในภูมิภาคที่ปรับตัวสูงขึ้น หลังโรงกลั่นน้ำมันปรับเพิ่มกำลังการผลิต

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากความต้องการใช้ที่ยังคงทรงตัว อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดีเซลยังถูกกดดันจากอุปทานในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 54 – 59 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 60 – 65 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

จับตาท่าทีของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกว่าจะขยายระยะเวลาของข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตที่ราว 1.8 ล้านบาร์เรลต่อวันออกไปเท่าไหร่ ในการประชุมโอเปกวันที่ 30 พ.ย.นี้ โดยซาอุดิอาระเบียยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตต่อเนื่องเพื่อลดปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD oil stocks) ให้กลับมาสู่ระดับปกติที่ระดับค่าเฉลี่ย 5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของรัสเซียที่สนับสนุนให้กลุ่มผู้ผลิตขยายระยะเวลาของข้อตกลงออกไปเพื่อทำการปรับลดอุปทานน้ำมันส่วนเกินในตลาด

การส่งออกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบ WTI ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่าราคาน้ำมันดิบโลกค่อนข้างมาก รวมถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 27 ต.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้นสู่ระดับสูงสุดในประวัติการณ์ที่ 2.1 ล้านบาร์เรลต่อวันและคาดจะอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องที่มากกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะปรับลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน หลังได้รับแรงหนุนจากความต้องการใช้น้ำมันที่ยังคงอยู่ในระดับสูง รวมถึงปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มปรับลดลง โดย EIA รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ปรับลดลง 2.1 ล้านบาร์เรลมาอยู่ที่ 454.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดกาณ์ไว้ว่าจะปรับลดลง 1.8 ล้านบาร์เรล