หุ้นไทยแกว่งตัวไม่ไปไหนระหว่าง 1,615-1,635 จุด นักลงทุนรอผลประชุมเฟด

เงินบาท ตลาดหุ้น ปันผล

ตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวไม่ไปไหน กรอบระหว่าง 1,615-1,635 จุด นักลงทุนรอผลการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า คำถามสำคัญคือเฟดจะมองว่าตัวเลขเศษฐกิจสหรัฐจะมีผลต่อตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเพียงชั่วคราวหรือไม่ หลังตัวเลข “CPI” ขยายตัว 5%-ตัวเลข Core CPI ขยายตัว 3.8% สูงกว่าตลาดคาด

วันที่ 11 มิถุนายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนี SET Index แกว่งตัวไซด์เวย์ไม่ไปไหน วานนี้สหรัฐประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) เดือน พ.ค. 64 ออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ แต่คาดว่านักลงทุนมองเป็นการพุ่งขึ้นเพียงชั่วคราว ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำจากการล็อกดาวน์ในปีก่อน ดังนั้นนักลงทุนส่วนใหญ่จึงริ่มคลายความกังวลและมองข้ามไป เพื่อรอดูผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ที่จะจัดขึ้นในสัปดาห์หน้าแทน

สะท้อนจากผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ยังคงปรับตัวลงต่อเนื่อง ล่าสุดลงมาอยู่ที่ระดับ 1.44% ถือว่าเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบ 2 เดือนที่ผ่านมา ในภาพรวมบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐยังทรงตัวอยู่ได้ในแดนบวก จึงคาดตลาดหุ้นไทยเช้านี้มีแนวโน้มแกว่งตัวไซด์เวย์ไปก่อนระหว่าง 1,615 – 1,635 จุด

แม้ตลาดจะไม่กลัวเงินเฟ้อสหรัฐ แต่สิ่งสำคัญคือผลการประชุมเฟดสัปดาห์หน้า แม้ว่าวานนี้สหรัฐจะประกาศตัวเลข CPI และ Core CPI ออกมาขยายตัว 5.0% และ 3.8% ตามลำดับ ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ว่าจะขยายตัว 4.7% และ 3.4% แต่ตลาดหุ้นสหรัฐวานนี้ยังสามารถปิดในแดนบวกได้ โดยคำถามสำคัญคือเฟดจะมองว่าตัวเลขเศษฐกิจดังกล่าวจะมีผลต่อตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐเพียงชั่วคราวหรือไม่

ดังนั้นสัปดาห์หน้าจึงยังคงต้องติดตามผลการประชุมเฟดอย่างใกล้ชิด ทางฝ่ายวิจัยคาดเฟดจะเริ่มพิจารณแผนการทำ QE tapering แม้ยังไม่น่าจะมีผลในทันที แต่อาจจะมีกำหนดการที่ชัดเจนมากขึ้น โดยตัวแปรสำคัญยังอยู่ที่มุมมองของเฟดต่อภาพความแข็งแกร่งและต่อเนื่องในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐ ภายหลังผ่านพ้นวิกฤตจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะที่ปัจจุบันเฟดได้ดึงสภาพคล่องออกจากระบบการเงินผ่านการทำธุรกรรม Reverse Repo อยู่แล้ว ล่าสุดวานนี้เป็นจำนวน 5.35 แสนล้านดอลลาร์


อัพเดตผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) วานนี้ ผลการประชุมมีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่เหล่าธนาคารพาณิชย์ได้ฝากไว้ที่ ECB ที่ระดับเดิมคือ -0.5% พร้อมกับมีมติคงวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามโครงการ PEPP ที่ระดับ 1.85 ล้านล้านยูโร โดยจะซื้อพันธบัตรในวงเงินเดือนละ 2 หมื่นล้านยูโรตามเดิม ซึ่งโครงการดังกล่าวจะมีไปจนถึงเดือน มี.ค. 2565

อัพเดตสถานการณ์วัคซีนในประเทศ วานนี้ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ลงนามสัญญาซื้อขายวัคซีนโควิด-19 กับทาง Pfizer แล้ว ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการตกลงเรื่องราคา โดยคาดว่าจะได้รับวัคซีน Pfizer จำนวน 20 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่วัคซีน J&J จำนวน 5 ล้านโดส อยู่ระหว่างรอการตอบกลับจากบริษัทผู้ผลิตสหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ