ลุ้นหุ้นไทยทดสอบแนวต้านใหญ่ 1,640 จุด รัฐปลดล็อก 5 กิจการ

หุ้น

ตลาดหุ้นไทยลุ้นทดสอบแนวต้านใหญ่ 1,640 จุด หลังรัฐปลดล็อก 5 กิจการ สัญญาณเริ่มต้นเปิดเมืองอีกครั้ง นักลงทุนมีมุมมองเงินเฟ้อเร่งตัวขึ้นเป็นภาวะชั่วคราว หลังเงินเฟ้อสหรัฐเร่งตัวขึ้นสวนทางบอนด์ยีลด์ปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 3 เดือน จับตาประชุมเฟด-ธนาคารกลางญี่ปุ่น ตลาดคาดคงดอกเบี้ย

วันที่ 14 มิถุนายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ดัชนี SET Index มีโอกาสขึ้นไปทดสอบแนวต้านใหญ่บริเวณ1,640 จุด(+/-) ในกรอบระหว่าง   1,630-1,645 จุด โดยได้แรงหนุนจากการประกาศผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมเพิ่มเติม ที่อาจเป็นสัญญาณการเริ่มต้นเปิดเมืองอีกครั้งหากสถานการณ์ช่วงครึ่งเดือนหลังมีแนวโน้มกลับมาดีขึ้น

ขณะที่ปัจจัยต่างประเทศเรื่องเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นโดยเฉพาะสหรัฐที่แม้จะเร่งตัวขึ้น แต่สวนทางกับอัตราผลตอบแทนพันบัตร (Bond Yield ) อายุ 10 ปี ของสหรัฐปรับตัวลงต่ำสุดในรอบ 3 เดือน สะท้อนภาพว่านักลงทุนเริ่มมีมุมมองเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นเป็นภาวะชั่วคราวและหลังเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวเต็มในไตรมาสที่ 3 แล้วการเติบโต จะทยอยเพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง

กลยุทธ์การลงทุน SET Index ในกรอบระดับวัน ค่าอินดิเคเตอร์ RSI เข้าสู่ 70 จุดหรือภาวะ “ซื้อมากเกินไป” พร้อมด้วย ดัชนีทำ New High ในรอบหนึ่งปี สะท้อนแนวโน้มขาขึ้นที่แข็งแกร่ง ทางฝ่ายวิจัยแนะนำกลยุทธ์ซื้อเมื่อราคาทะลุแนวต้านและรอรับเมื่อราคาย่อตัวในหุ้นกลุ่มเปิดเมืองและหุ้นขนาดใหญ่ที่ราคายัง Laggard หรือมีการเวียนกลับมาเล่นอีกครั้ง

โดยทาง ศบค. โดยนายกรัฐมนตรีโพสต์ข้อความผ่าน Facebook ผ่อนคลาย 5 กิจการกิจกรรมในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ 1.พิพิธภัณฑ์และโบราณสถานต่าง ๆ 2.สวนสาธารณะ 3.คลินิกเสริมความงาม 4.สถาน
ประกอบการนวดเพื่อสุขภาพ และ 5.ร้านทำเล็บและร้านสัก ภายใต้มาตรการควบคุมด้านสาธารณสุขอย่างเคร่งครัดตั้งแต่ 14 มิ.ย. 64 เป็นต้นไป ทางฝ่ายวิจัยมองว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการทยอยผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมระยะถัดไป

โดยเฉพาะครึ่งเดือนหลังของ มิ.ย. 64 หากจำนวนผู้ติดเชื้อและอัตราการเสียชีวิตลดลงจะทำให้ความหวังเปิดเมืองมีความเป็นไปได้มากขึ้น


แต่ทั้งนี้ยังต้องเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงได้แก่ 1.การระบาดของไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และ 2.การกระจายวัคซีนที่ล่าช้าหรือไม่เพียงพอ

ประเด็นสำคัญสัปดาห์นี้ 1.การประชุม FOMC ของธนคารกลางสหรัฐ (FED) ครั้งที่ 4 ของปีระหว่างวันที่ 15-16 มิ.ย. 64 เน้นติดตามท่าทีของเฟดต่อภาวะเงินเฟ้อและสัญญาณการทำ QE Tapering 2.ตัวเลข Industrial Production เดือน พ.ค. 64 ของจีน 3.ตัวเลข PPI/CPI เดือน พ.ค. 64 ของสหรัฐและยุโรป และ 4.การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) วันที่ 18 มิ.ย. 64 ซึ่งตลาดคาดคงอัตราดอกเบี้ยไว้ตามเดิม

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นบางส่วนปิดวันนี้เนื่องในวันหยุด เช่น ตลาดหุ้นจีน, ฮ่องกง, ไต้หวัน, ออสเตรเลีย

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ