ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า หลังเปิดเผยตัวเลขทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง นักลงทุนจับตาดูการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ 15-16 มิ.ย.นี้ ระหว่างวัน เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 31.08 -31.13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จับตากทม.ผ่อนคลาย 5 กิจการ-กิจกรรม

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/6) ที่ระดับ 31.11/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าเล็กน้อย จากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/6) ที่ระดับ 31.08/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลักในช่วงเช้านี้ หลังจากวันศุกร์ (11/6) ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยมิชิแกนได้เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐประจำเดือนมิถุนายนที่ระดับ 86.4 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ ณ ระดับ 84.1 โดยดัชนีความเชื่อมั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นได้แรงหนุนจากการที่ผู้บริโภคคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อในสหรัฐ และมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจและการจ้างงานของสหรัฐมากขึ้น

ทั้งนี้นักลงทุนจับตาดูการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 15-16 มิถุนายนนี้ โดยนักลงทุนคาดการณ์ว่า เฟดจะยังคงรักษาจุดยืนในการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน โดยตรึงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% และยังคงเข้าซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณวงเงิน 1.2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ วันนี้ภาครัฐได้เปิดให้ประชาชนที่สนใจลงทะเบียนภายใต้โครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 ตั้งแต่เวลา 06.00-22.00 น. หรือจนกว่าจะครบจำนวนไม่เกิน 31 ล้านคน โดยผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จจะได้รับเงิน 3,000 บาท เพื่อใช้จ่ายตลอดโครงการ

อีกทั้งวันเสาร์ที่ผ่านมา (12/6) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กให้ดำเนินการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรคสำหรับสถานที่ 5 ประเภทในเขตกรุงเทพมหานคร หลังจากที่ได้พิจารณาอย่างรอบคอบร่วมกับทุกฝ่าย โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (14/6) เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น

ซึ่งทางกรุงเทพมหานครจะออกประกาศแนบท้ายซึ่งเป็นมาตรการป้องกันโรค เพื่อให้สถานที่ทั้ง 5 ประเภทนี้ได้ปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 31.08 -31.13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 31.12/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (14/6) ที่ระดับ 1.2097/98 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/6) ที่ระดับ 1.2106/08 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ค่าเงินยูโรอ่อนค่าจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ

นอกจากนี้ค่าเงินยูโรยังได้รับปัจจัยกดดันจากการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา (10/6) โดยธนาคารกลางยุโรปได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในสหภาพยุโรป แต่ยืนยันที่จะยังคงดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปในช่วงฤดูร้อนนี้

โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.2092-1.2120 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.2115/19 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร


สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (14/6) ที่ระดับ 109.82/83 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (11/6) ที่ระดับ 109.65/67 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนอ่อนค่าวจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้สถาบัน METI ได้ออกมาเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นประจำเดือนเมษายนที่ระดับ 2.9% ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ ณ ระดับ 2.5%

สำหรับสถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ในญี่ปุ่น รัฐบาลญี่ปุ่นได้เตรียมพิจารณายกเลิกประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อควบคุมโควิด-19 ในพื้นที่ส่วนใหญ่จากทั้งหมด 10 จังหวัดในวันที่ 20 มิถุนายนตามกำหนดเดิม อย่างไรก็ตาม กรุงโตเกียวและจังหวัดโอซากาจะยังอยู่ภายใต้มาตรการกึ่งฉุกเฉินต่อไป

ทั้งนี้ในการประชุมประเทศกลุ่ม G7 ในวันเสาร์ (12/6) ที่ผ่านมา นายโยชิฮิเดะ ซูงะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้แถลงในที่ประชุมว่า ญี่ปุ่นจะใช้มาตรการควบคุมโรคอย่างเต็มที่เพื่อจัดการแข่งขันอย่างปลอดภัยและขอให้นานาประเทศส่งทัพนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกในครั้งนี้

โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 109.58-109.82 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 109.62/64 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ดัชนีสำคัญทางเศรษฐกิจในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนียอดขายปลีกพื้นฐานของสหรัฐ (15/6), ดัชนีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ (15/6), ดัชนียอดขายปลีกของสหรัฐ (15/6), ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐ (15/6), ดัชนีราคาผู้บริโภคของสหราชอาณาจักร (16/6), รายงานดัชนีการผลิตจากธนาคารกลางรัฐฟิลาเดลเฟียของสหรัฐ (17/6), ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ (17/6) และดัชนียอดขายปลีกของสหราชอาณาจักร (18/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ 0.30/0.40 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.75/0.25 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ