“คนละครึ่ง” เฟส 3 ไม่สำเร็จ 9 แสนคน รีบลงทะเบียนใหม่ภายใน 28 มิ.ย.นี้

คลังเผยรับสิทธิ “คนละครึ่ง” เฟส 3 ทะลุ 23.2 ล้านคน มีอีก 9 แสนคน ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เหตุกรอกข้อมูลผิด แนะเข้าไปแก้ไขข้อมูลใหม่ผ่านเว็บได้เลย ภายใน 28 มิ.ย.นี้

วันที่ 16 มิถุนายน 2564 น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า หลังจากที่เปิดให้ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่ง” เฟส 3 ซึ่งเป็นโครงการร่วมจ่าย 150 บาท/วัน โดยรัฐจ่ายทั้งหมด 3,000 บาท ตลอดระยะเวลาของโครงการ ตั้งแต่วันที่ 14 มิ.ย.ที่ผ่านมา ล่าสุด ผลการตรวจสอบข้อมูลผู้ที่ลงทะเบียนแล้ว พบลงทะเบียนสำเร็จแล้ว 23.2 ล้านราย ซึ่งจะทยอย SMS ระบุข้อความ “ลงทะเบียนสำเร็จ โปรดใช้สิทธิผ่านแอปเป๋าตัง เริ่มวันที่ 1 ก.ค. 64”

ลงทะเบียน “คนละครึ่ง” เฟส 3 รับเงิน 3 พันบาท ยอดพุ่ง 26 ล้านคน  

อย่างไรก็ตาม พบว่ามีผู้ลงทะเบียนกว่า 9 แสนรายที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จ เนื่องจากกรอกข้อมูลผิด อาทิ พิมพ์ชื่อ นามสกุล เลขบัตรประชาชน หรือ เลขหลังบัตรไม่ถูกต้อง ซึ่งจะได้รับ SMS ระบุข้อความ “ไม่ได้รับสิทธิ เนื่องจากข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้กลับมาแก้ไขข้อมูลใหม่” โดยสามารถลงทะเบียนใหม่เข้าร่วมโครงการได้ทันที ที่ www.คนละครึ่ง.com ได้จนถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2564 นี้

ทั้งนี้ การใส่ข้อมูลที่ถูกต้องในการลงทะเบียน ได้แก่ 1.เลขบัตรประจำตัวประชาชนมี 13 หลัก ไม่ต้องใส่ขีดคั้นกลางระหว่างตัวเลข 2.ชื่อ ชื่อกลาง(ถ้ามี) นามสกุล ให้ตรวจดูสระและคำสะกดให้ถูกต้อง เช่น สระเอ หรือสระแอ และไม่ต้องใส่คำนำหน้าชื่อ 3.รหัสหลังบัตรมี 12 หลัก ไม่ต้องใส่ขีดคั่นระหว่างตัวเลขและตัวอักษร โดยสองตัวแรก คือ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ และตามด้วยตัวเลข 10 หลัก


ขณะนี้การคัดกรองผู้เข้าร่วมโครงการ ประชาชนที่ไม่ผ่านการคัดกรองจะเป็นกลุ่มที่ใส่ข้อมูลส่วนตัวไม่ถูกต้องเพียงเท่านั้น เพราะเกณฑ์การเข้าร่วมโครงการมีเพียงต้องเป็นประชาชนสัญชาติไทย ที่มีบัตรประจำตัวประชาชน อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือได้รับสิทธิโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ หรือไม่ใช้สิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ทั้งนี้สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 14 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไปเวลา 06.00 น. – 22.00 น. จนกว่าจะครบจำนวนไม่เกิน 31 ล้านคน

ส่วนผู้ที่ได้รับ SMS ระบุข้อความลงทะเบียนสำเร็จ ขอให้ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชน (Dipchip) กับธนาคารกรุงไทย ผ่านช่องทางใดช่องทางหนึ่ง ได้แก่ (1) นำบัตรประจำตัวประชาชนไปยืนยันตัวตนที่สาขา หรือที่ตู้เอทีเอ็มสีเทาของธนาคารกรุงไทย หรือ (2) ยืนยันตัวตนผ่านตัวเลือก KrungthaiNext ในแอปพลิเคชั่น “เป๋าตังเริ่มวันที่ 1 ก.ค. 64” แต่หากที่ผ่านมาเคยยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนไว้แล้ว ก็ไม่ต้องยืนยันตัวตนในขั้นตอนข้างต้นอีก ทั้งนี้ เมื่อได้ยืนยันตัวตนเรียบร้อยแล้วจึงจะสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่ติดตั้งแอปพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ที่เข้าร่วมโครงการได้ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ในเวลา 06.00 น. – 23.00 น.

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ