จับตาจีดีพีจีน Q2 กดดันเงินสกุลเอเชีย-บาทอ่อนค่า 32.85 บาท

แบงก์ประเมินเงินบาทสัปดาห์หน้าอ่อนค่าในกรอบ 32.40-32.85 บาทต่อดอลลาร์ จับตาจำนวนผู้ติดเชื้อในประเทศ-ตัวเลขเศรษฐกิจจีน-สหรัฐ ด้าน “กรุงไทย” มองจีดีพีไตรมาส 2 ของจีนต่ำกว่า 7% กดดันค่าเงินสกุลเอเชีย-ไทยอ่อนค่าตาม

วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 12-16 กรกฎาคม 64) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.45-32.85 บาทต่อดอลลาร์ โดยเงินยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่า ซึ่งมาจากปัจจัยตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อภายในประเทศ และตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของจีนและสหรัฐ

โดยติดตามตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 2 ของจีน หากตัวเลขออกมาตามคาดการณ์ที่ระดับ 8% ถือว่าค่อนข้างสูง แต่หากออกมาต่ำกว่า 7% อาจทำให้ทางการจีนผ่อนคลายนโยบายทางการเงิน ส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่า และสกุลเอเชียอ่อนค่าตามรวมถึงไทย จากก่อนหน้านี้ทางการจีนได้ลดเงินทุนสำรองระหว่างประเทศลง 0.5% ส่งผลให้ค่าเงินหยวนอ่อนค่าลง

ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญในฝั่งสหรัฐ จะเป็นตัวเลขความเชื่อมั่นผู้บริโภค และยอดค้าปลีก หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าคาดการณ์จะเห็นความเป็นไปได้ที่การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงการลดวงเงินเข้าซื้อพันธบัตรผ่านมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) มีความเป็นไปได้ที่จะเลื่อนออกไปได้จากคาดการณ์เดิม ทำให้เงินสกุลดอลลาร์อ่อนค่าได้ แต่การอ่อนค่าจะไม่มาก เนื่องจากคนยังถือเงินสกุลดอลลาร์อยู่ เพราะเลี่ยงความเสี่ยงจากเงินสกุลยูโร และสกุลเงินในเอเชีย

สำหรับเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) ในสัปดาห์ที่ผ่านมาวันที่ 5-9 ก.ค.64 พบว่า นักลงทุนขายสุทธิในตลาดหุ้นอยู่ที่ 1,600 ล้านบาท และซื้อสุทธิตลาดพันธบัตรอยู่ที่ 1,800 ล้านบาท

“ในมุมตัวดอลลาร์ยังคงนิ่ง ๆ มีอ่อนค่าได้บ้าง และตัวเลขจีดีพีจีนหากออกมาต่ำกว่าคาดก็อาจมีผลต่อเงินสกุลเอเชียได้ ส่วนกรณีเลวร้ายที่ค่าเงินจะหลุด 33 บาทต่อดอลลาร์ จะเป็นกรณีที่ยอดโควิดในบ้านเราตัวเลขติดเชื้อเกิน 1 หมื่นคน แต่ต้องติดตามว่าหลังจากล็อกดาวน์ในวันที่ 12 ก.ค. 64 ในช่วง 1-2 สัปดาห์ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะสูงอยู่หรือไม่ หากยังอยู่ในระดับสูง สะท้อนภาพความล่มสลายของระบบสาธารณสุขเหมือนอินเดียอาจเห็นค่าเงินหลุดไปถึงจุดนั้นได้”


นางสาวรุ่ง สงวนเรือง ผู้อำนวยการสายงานวางแผนโกลบอลมาร์เก็ตส์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเคลื่อนไหวในสัปดาห์หน้าอยู่ที่กรอบ 32.40-32.80 บาทต่อดอลลาร์ โดยจับตาประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงนโยบายต่อสภาคองเกรสในวันที่ 14 ก.ค. 64 และข้อมูลเงินเฟ้อและยอดค้าปลีกเดือน มิ.ย. ของสหรัฐ รวมถึงการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (บีโอเจ)

“บรรยากาศ (Sentiment) เงินบาทถูกกดดันต่อเนื่อง จากวิกฤติโควิดในประเทศ มาตรการควบคุมโรค ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ แนวนโยบายเฟด และเชื้อกลายพันธุ์ซึ่งรุมเร้าบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ