หุ้นไทยใกล้ทดสอบ 1,600 จุด ระวังแรงขายทำกำไร-วานนี้บวก 28 จุด

กราฟราคาหุ้น

ตลาดหุ้นไทยยังแกว่งตัวขึ้นได้ต่อระหว่างกรอบ 1,575-1,600 จุด แต่เข้าใกล้ทดสอบแนวต้านจิตวิทยาแถว 1,600 จุด อาจเกิดแรงขายทำกำไรระหว่างทาง รอการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ หลังวานนี้ SET Index ปิดแดนบวก 28 จุด แรงซื้อนำตลาด “หุ้นธนาคาร-เปิดเมือง” หนุนวอลุ่มสูงสุดในรอบเกือบ 2 เดือนกว่า 1.14 แสนล้านบาท “นักงทุนสถาบัน” พลิกมาซื้อสุทธิในเดือนนี้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท

วันที่ 24 สิงหาคม 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานแนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า จากวานนี้ดัชนี SET Index ปิดแดนบวกกว่า 28 จุด โดดเด่นกว่าภูมิภาคส่วนใหญ่นำโดยหุ้นกลุ่มธนาคารที่รับประโยชน์มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้และขยายระยะเวลานำส่งเงินเข้ากองทุน FIDF ของ ธปท. และสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศที่มีพัฒนาการดีขึ้นหนุนหุ้นกลุ่มเปิดเมืองทำให้ตลาดกลับมาคึกคัก วอลุ่มสูงที่สุดในรอบเกือบ 2 เดือนกว่า 1.14 แสนล้านบาท โดยเป็นกลุ่มนักงทุนสถาบันที่พลิกมาซื้อสุทธิในเดือนนี้ถึง 1.5 หมื่นล้านบาท

ขณะที่องค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ไฟเขียว Pfizer เต็มรูปแบบอย่างเป็นทางการ และเป็นวัคซีน COVID-19 ตัวแรกที่ปรับจากอนุมัติใช้ฉุกเฉิน คาดจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในสหรัฐเข้ารับวัคซีนมากขึ้นเพื่อลดการระบาด โดยมีข้อมูลชี้ชัดว่าการฉีดวัคซีน mRNA ช่วยยับยั้งและลดความรุนแรงของสายพันธุ์เดลต้าได้ นอกจากนี้จะมีผลให้บริษัทผู้ผลิตวัคซีนสามารถทำการตลาดและจำหน่ายวัคซีนของตนเองได้โดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการกระจายวัคซีน เป็นบวกต่อภาพรวมของสถานการณ์ COVID-19 ทั้งของสหรัฐ และของไทยในอนาคต

จึงคาดเช้านี้ SET Index น่าจะยังแกว่งตัวขึ้นได้ต่อระหว่างกรอบ 1,575-1,600 จุด แต่การเข้าใกล้ทดสอบแนวต้านจิตวิทยาแถว 1,600 จุด อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรระหว่างทางได้ ระหว่างการรอติดตามการประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ที่ Jackson Hole ช่วงสุดสัปดาห์นี้

ทางฝ่ายวิจัยปรับกลยุทธ์การลงทุนเป็น “ทยอยซื้อสะสม” หุ้นกลุ่มเปิดเมืองที่ราคายัง Laggard และ Downside ต่ำ ส่วนพอร์ตเดิมสามารถทยอยขายทำกำไรได้


โดยจากตัวเลขผู้ติดเชื้อในประเทศไทยวานนี้ออกมาต่ำสุดในรอบ 2 เดือนราว 17,000 ราย แนวโน้มลดลงต่อเนื่องเป็นสัญญาณบวกที่ดี หนุน Sentiment หุ้นกลุ่มเปิดเมืองอีกครั้ง แต่ยังต้องให้น้ำหนักตัวเลขผู้เสียชีวิตประกอบการพิจารณาด้วย โดยคาดว่าหากตัวเลขผู้เสียชีวิตลงต่ำกว่า 50 ราย โอกาสเปิดเมืองเต็มรูปแบบจะมีมากขึ้น

โดยภาพรวมหากการติดเชื้อใหม่ลดลงและอัตราการฉีดวัคซีนสูงขึ้นช่วงต้นเดือน ก.ย. 64 รัฐบาลมีแนวโน้มจะยกเลิกมาตรการ Lockdown กลับมาใช้มาตรการคุมเข้มตามเดิมในแต่ละพื้นที่ ขณะที่โมเดล “กรุงเทพฯแซนด์บอกซ์” มีความเป็นไปได้มากขึ้น โดยจะมีการทยอยเปิดกิจการและกิจกรรมตามลำดับความเสี่ยง และใช้ Digital Health Pass (Vaccine Passport และประวัติการตรวจหาเชื้อ) เพื่อให้ดำเนินชีวิตได้ปกติ

ส่วนของต่างจังหวัดหากการฉีดวัคซีนเข็มแรกแตะระดับ 70% และผู้ติดเชื้อลดลงคาดจะได้รับการผ่อนปรนทีละจังหวัดต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ