ธปท. เกาะติดเศรษฐกิจคู่ค้าชะลอ หวั่นกระทบส่งออกหลังเดือนก.ค .-0.8% 

เศรษฐกิจ

ธปท. เผยเศรษฐกิจไทยเดือนก.ค.ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น กดดันการบริโภคหดตัว -5.3% จากมาตรการล็อกดาวน์กระทบกำลังซื้อ ด้านการส่งออกแผ่วหดตัว -0.8% ตามเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเริ่มชะลอตัว ด้านเสถียรภาพต่างประเทศ ชี้ ดุลบัญชีเงินเดินสะพัดขาดดุลตามดุลบริการและการค้าลดลง เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องก่อนจะพลิกกลับมาแข็งค่าตามการส่งสัญญาณของเฟด 

วันที่ 31 สิงหาคม 2564 นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือนกรกฎาคม 2564 ว่า ภาพรวมเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ชัดเจนและรุนแรงขึ้น โดยการบริโภคเอกชนลดลงค่อนข้างมากจากมาตรการควบคุมการระบาด ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอลงต่อเดือนจากเดือนก่อนหดตัวอยู่ -5.3% จากเดือนก่อนขยายตัว 1.9% แม้ว่าจะมีมาตรการภาครัฐ เช่น คนละครึ่ง และยิ่งใช้ยิ่งได้เข้ามาช่วยบางส่วน แต่โดยรวมยังได้รับผลกระทบ 

ขณะที่ภาคการส่งออกในเดือนก.ค.นี้ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าบางประเทศชะลอตัวลงจากการระบาดของโควิด-19 รอบใหม่ โดยในหลายประเทศยอดค้าปลีกติดลบ เช่น มาเลเซีย และจีนมีมาตรการคุมเข้มทำให้ยอดค้าปลีกติดลบ จึงประเมินว่าเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเริ่มกระทบและมีพัฒนาการเติบโตในลักษณะ K Shaped ส่งผลต่อภาคการส่งออกของไทยในเดือนนี้ที่เริ่มได้รับผลกระทบ โดยตัวเลขมูลค่าการส่งออแผ่วลงเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ -0.8% ส่วนหนึ่งมาจากการขาดแคลนวัตถุดิบ-ตู้คอนเทรนเนอร์ และซัพพลายดิสรัปชั่น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามใกล้ชิดต่อไป

เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ปรับหดตัว -3.8% จากเดือนก่อนหน้า ทั้งในหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ และหมวดก่อสร้าง สอดคล้องกับภาวะอุปสงค์และความเชื่อมั่นของธุรกิจที่อ่อนแอลง รวมทั้งผลกระทบเพิ่มเติมจากมาตรการควบคุมการระบาดในพื้นที่ก่อสร้างที่เข้มงวดขึ้น


สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน แต่หากไม่รวมเงินโอน การใช้จ่ายภาครัฐทรงตัว โดยรายจ่ายประจำขยายตัวจากทั้งรายจ่ายค่าตอบแทนบุคลากร และรายจ่ายเพื่อซื้อสินค้าและบริการ ขณะที่รายจ่ายลงทุนหดตัว โดยเฉพาะการเบิกจ่ายของรัฐบาลกลาง จากผลของฐานสูงที่มีการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณในปีก่อน และบางโครงการมีการล่าช้าจากผลกระทบโควิด-19 

“เศรษฐกิจในเดือนก.ค.เราเห็นผลกระทบมากขึ้นจากมาตรการคุมเข้มของภาครัฐ ขณะที่เศรษฐกิจคู่ค้าที่ชะลอตัวกระทบภาคการส่งออก และแนวโน้มในเดือนส.ค.จะเริ่มชัดเจนขึ้น เพราะเป็นช่วงที่มีการปรับมาตรการเข้มขึ้นและมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 2 หมื่นราย ทำให้เศรษฐกิจถูกกดดันจากการระบาดที่รุนแรงขึ้น ซึ่งธปท.ต้องตามติดสถานการณ์ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่จะมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจ” 

นางสาวชญาวดี กล่าวต่อไปว่า สำหรับเสถียรภาพเศรษฐกิจ พบว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับลดลงจากผลของฐานต่ำในปีก่อนที่ทยอยหมดลง และมาตรการลดค่าไฟฟ้าและน้ำประปาในเดือนนี้ของภาครัฐ ด้านตลาดแรงงานเปราะบางมากขึ้น สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลน้อยกว่าเดือนก่อน 0.7 พันล้านดอลลาร์ ลดลงตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่ขาดดุลลดลง ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลลดลงตามการส่งออกสินค้าที่แผ่วลงเป็นสำคัญ 

ด้านอัตราแลกเปลี่ยนบาทต่อดอลลาร์ พบว่า เดือนก.ค.เงินบาทอ่อนค่าลงกว่าสกุลเงินคู่ค้าคู่แข่งส่วนใหญ่ โดยมีผลจาก 2 ปัจจัย คือ ดอลลาร์ปรับแข็งค่าขึ้น เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติห่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศที่ยืดเยื้อ ส่งผลให้เงินบาทปรับตัวอ่อนค่ารวดเร็ว และในเดือนส.ค.เงินบาทยังคงอ่อนค่าต่อเนื่องจากมาตรการควบคุมการระบาดที่เข้มขึ้น อย่างไรก็ดี เงินบาทกลับมาแข็งค่าเร็วขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นผลมาจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ส่งสัญญาณการลดมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) แบบค่อยเป็นค่อยไป และยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในเร็วๆ นี้ ส่งผลให้นักลงทุนกลับมาถือสกุลเงินที่มีความเสี่ยงมากขึ้น

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ