หุ้นไทยทรงตัวไปไหนได้ไม่ไกล รอผ่อนคลายมาตรการระยะ 2

หุ้น

ตลาดหุ้นไทยทรงตัวไปไหนได้ไม่ไกลในกรอบ 1,640-1,655 จุด ติดตามผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มระยะที่ 2 เพิ่มแรงหนุน ส่วนแผนเปิดประเทศ-เมืองท่องเที่ยว คาดเกิดขึ้นหลังรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีผลให้ ศบค.สิ้นสภาพ อำนาจควบคุมโรคกลับไปอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข และยกเลิกประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่ 1 ต.ค. 64 เพื่อเตรียมเปิดประเทศไตรมาส 4 คาดเห็นเม็ดเงินไหลเข้าไทยจำนวนมาก ดัน GDP ปีนี้กลับมาขยายตัวได้อย่างน้อย 1%

วันที่ 7 กันยายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า ช่วงเช้านี้คาด SET Index จะยังคงแกว่งตัวออกข้างในกรอบระหว่าง 1,640-1,655 จุด หลังก่อนหน้านี้ตอบรับความหวังการเปิดเมืองไปมากแล้ว จึงต้องรอปัจจัยใหม่ ๆ เข้ามาเพิ่มเติม โดยเช้านี้น่าติดตามตัวเลขนำเข้า-ส่งออกเดือน ส.ค.ของจีน ซึ่งตลาดคาดเติบโตในอัตราที่ชะลอลง โดยคาดส่งออกโต 17.1% จากเดือนก่อนที่เติบโต 19.3%

นอกจากนี้ยังมีประเด็นน่าติดตามช่วงปลายสัปดาห์ ได้แก่ การคลายมาตรการคุมเข้มในระยะที่ 2 และการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) จึงคาดวันนี้ตลาดหุ้นไทยจะทรงตัวไปไหนได้ไม่ไกล ทางฝ่ายวิจัยยังคงกลยุทธ์ “ซื้อสะสม” เมื่อราคาย่อตัวในหุ้นกลุ่มเปิดเมืองที่ราคายัง Laggard หรือเก็งกำไรระยะสั้นในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว

ส่วนสถานการณ์ COVID-19 ของประเทศไทยยังต่อเนื่องด้วยจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันทยอยลดลง แต่ต้องติดตามยอดตรวจเชื้อเฉลี่ย 7 วันย้อนหลังที่หากลดลงเช่นกันจะทำให้อัตราการพบเชื้อหรือ Positive Rate สูงขึ้นได้และไม่สะท้อนสถานการณ์จริงในประเทศ รามถึงยอดการตรวจเชื้อแบบ ATK ที่ไม่ได้นำมารวมกับสถิติผู้ติดเชื้อรายวัน ส่วนอัตราการรักษาหายที่มากกว่าผู้ติดเชื้อรายวัน ทำให้ความตึงเครียดขีดจำกัดทางสาธารณสุขลดลงอีกครั้ง และผู้ติดเชื้อสะสมในระบบทยอยลดลงอีกด้วย จึงต้องติดตามการพิจารณาผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มในระยะที่ 2 ที่หากผ่อนคลายกิจการ กิจกรรมได้เยอะกว่าที่ประกาศไว้จะมีแรงหนุนกลับมาอีกครั้ง

ส่วนการเปิดประเทศและเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ คาดว่าจะเกิดขึ้นหลังรัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งจะมีผลให้ ศบค.สิ้นสภาพไป โดยอำนาจการควบคุมโรคกลับไปอยู่ที่กระทรวงสาธารณสุข และยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิวตั้งแต่ 1 ต.ค. 64 เป็นต้นไป เพื่อเตรียมความพร้อมและสร้างบรรยากาศ สำหรับการเปิดเมือง เปิดประเทศในช่วงไตรมาส 4 ที่คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาไทยจำนวนมาก ดันตัวเลขเศรษฐกิจ  (GDP) ปีนี้กลับมาขยายตัวได้อย่างน้อย 1%


ด้านควันหลงอภิปรายไม่ไว้วางใจ นอกสภาเดินหน้าชุมนุมทุกวัน แม้การลงมติอภิปรายไม่ไว้างใจในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่มีข้อสังเกตว่าคะแนนไว้วางใจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข ลดลงเทียบกับการอภิปรายครั้งก่อน สะท้อนภาพรอยร้าวในพรรคฝั่งรัฐบาล

ส่วนกลุ่มผู้ชุนุมขณะนี้ส่งสัญญาณเดินหน้าชุมนุมขับไล่ทุกวันที่บริเวณแยกอโศกและมีการเตรียมยกระดับชุมนุมใหญ่ ที่ผ่านมาทางฝ่ายวิจัยประเมิน SET Index ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมแบบครั้งคราวหรือ Flash Mob ค่อนข้างน้อย แต่หากการชุมนุมเป็นไปแบบยืดเยื้อยาวนานอาจส่งผลเป็น Sentiment เชิงลบต่อ SET Index ได้มากขึ้น ขณะที่ประเด็นสำคัญที่ต้องติตตามจากนี้คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 10 ก.ย. 64 ที่จะสรุปว่าแก้เฉพาะระบบเลือกตั้งใช้เป็นแบบบัตร 2 ใบหรือไม่

ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วหลังการแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องระบบเลือกตั้งเสร็จเรียบร้อยมักจะเกิดการยุบสภาตามมา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ