ชงคณะเปรียบเทียบปรับบริษัทประกัน ฐานประวิงจ่ายเคลมโควิด 14 ก.ย.

คปภ.เพิ่ม 4 มาตรการเร่งด่วน แก้ปัญหาบริษัทประกันจ่ายเคลมโควิดล่าช้า เตรียมนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับวันที่ 14 ก.ย.นี้ พบเข้าข่ายความผิดฐาน “ประวิง” การจ่ายค่าสินไหมทดแทน โทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท ปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาท

วันที่ 7 กันยายน 2564 ดร.สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2564 ได้มีผู้เอาประกันภัยหลายรายมายื่นเรื่องร้องเรียนที่ คปภ.กรณีบริษัทประกันภัยแห่งหนึ่ง ปฏิเสธและปิดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนประกันภัยโควิด-19 โดยสำนักงานได้อำนวยความสะดวกและรับเรื่องร้องเรียนของผู้เอาประกันภัยไว้ทุกราย เพื่อช่วยติดตามและสั่งการให้บริษัทปฏิบัติตามคำสั่ง คปภ. เรื่อง ให้แก้ไขเพิ่มเติมคู่มือ ระบบงาน และกระบวนการดำเนินการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัย COVID-19 ของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ.2564 โดยเคร่งครัด

เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มว่า จากสถานการณ์ที่มีบริษัทประกันภัยจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยโควิดล่าช้า คปภ.ได้ส่งทีมงานจากสายตรวจสอบลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และติดตามการปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าวอย่างใกล้ชิด และเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 ได้มีการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ประชาชนด้านประกันภัยในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด และคณะทำงานชุดย่อยทั้ง 4 ชุดของสำนักงาน คปภ.

เพื่อหารือเกี่ยวกับการบริหารจัดการเรื่องร้องเรียนและดำเนินการตามมาตรการทางกฎหมายกับบริษัทที่มีเจตนาประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยโควิด-19 โดยได้เชิญผู้บริหารบริษัทประกันภัย มาให้ข้อมูลและชี้แจงข้อเท็จจริง กรณีที่บริษัทปฏิเสธและปิดช่องทางการรับเรื่องร้องเรียนของผู้เอาประกันภัยที่เข้าร้องเรียนและติดตามทวงถามการจ่ายเคลมประกันโควิด-19 รวมถึงกรณีที่ไม่สื่อสารที่สร้างความเข้าใจให้กับผู้เอาประกันภัย ตลอดจนได้แจ้งมาตรการทางกฎหมายที่จะดำเนินการ หากยังคงฝ่าฝืนคำสั่งและประกาศที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ สำนักงานได้กำหนดมาตรการเร่งด่วน 4 มาตรการเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

1. เร่งดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย กรณีบริษัทกระทำการเข้าข่ายเป็นความผิดฐานประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน ซึ่งมีบทลงโทษตามพระราชบัญญัติประกันวินาศภัย พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่ถือว่าเป็นการประวิงการจ่ายค่าสินไหมทดแทน หรือประวิงการคืนเบี้ยประกันภัยของบริษัทประกันวินาศภัย พ.ศ. 2549 ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 500,000 บาท และปรับรายวันอีกวันละไม่เกิน 20,000 บาท

โดยจะนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการเปรียบเทียบปรับในวันอังคารที่ 14 กันยายน 2564 และหากพบว่าบริษัทประกันภัยแห่งใด จงใจฝ่าฝืนมาตรการดังกล่าว ในลักษณะอันอาจเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เอาประกันภัยหรือประชาชน ก็จะยกระดับการบังคับใช้กฎหมาย ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติประกันวินาศภัยฯ

2. ให้บริษัทเร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนประกันภัยโควิด-19 ให้แล้วเสร็จ โดยในสัปดาห์หน้าจะเชิญผู้เกี่ยวข้องของบริษัทฯ มาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่มีการร้องเรียนในแต่ละกรณีเพื่อให้สามารถยุติเรื่องร้องเรียนโดยเร็ว

3. ให้บริษัทปรับปรุงหน่วยงานรองรับการจ่ายค่าสินไหมทดแทนและเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับประกันภัยโควิด-19 โดยเพิ่มบุคลากรให้เพียงพอ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการแก่ผู้เอาประกันภัย และให้นำระบบออนไลน์มาใช้ในการบริหารจัดการการรับเรื่องร้องเรียนและการติดตามความคืบหน้า เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เอาประกันภัย และลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาที่บริษัทฯ รวมทั้งลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของผู้เอาประกันภัย

4. ให้บริษัทเร่งปรับปรุงและเพิ่มช่องทางการติดต่อสื่อสารทำความเข้าใจกับผู้เอาประกันภัยให้ถูกต้องและชัดเจน

“สำนักงาน คปภ. ขอให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนว่าจะดูแลคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนผู้เอาประกันภัยอย่างเต็มที่และเต็มความสามารถ โดยจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับทุกบริษัทที่ฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมทั้งจะติดตามและดำเนินการตามมาตรการเร่งด่วนอื่น ๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อกำกับดูแลธุรกิจประกันภัยให้บริหารจัดการการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตลอดจนจะบูรณาการเพื่อแก้ไขกรณีการจ่ายเคลมประกันภัยโควิด-19 ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงเชื่อว่าปัญหาการจ่ายค่าสินไหมทดแทนล่าช้าจะคลี่คลายโดยเร็ว” เลขาธิการ คปภ. กล่าว

ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องประกันภัย ติดต่อได้ที่สายด่วน คปภ.1186 หรือ Add Line [email protected] หรือเว็บไซต์ คปภ. www.oic.or.th

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ