FinVest เปิดซื้อขายกองทุนต่างประเทศโดยตรง 33 บลจ. แอปแรกในไทย

มือถือ
ภาพ Pixabay

FinVest เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ ซื้อขายกองทุนต่างประเทศได้โดยตรง แอปพลิเคชั่นแรกในไทย ชูกองทุนเด่นจาก 33 บลจ.ชั้นนำระดับโลก ไม่เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน ระบุภาพรวมครึ่งปีแรกกองทุน FIF มีเงินไหลเข้าสะสมถึง 1.9 แสนล้านบาท

วันที่ 17 กันยายน 2564 FinVest แอปพลิเคชั่นเพื่อการลงทุนด้วยความร่วมมือของธนาคารกสิกรไทย ลู อินเตอร์เนชั่นแนล และกลุ่มโรโบเวลธ์ เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ เพิ่มทางเลือกและโอกาสทำกำไรให้นักลงทุนไทยสามารถซื้อขายกองทุนต่างประเทศได้เองโดยตรงมากกว่า 1,000 กองทุน จาก 33 บลจ.ชั้นนำทั่วโลกได้เป็นแอปแรกในประเทศไทย รับเทรนด์เศรษฐกิจสัญญาณบวกและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น สะท้อนจากการเติบโตของตลาดกองทุนรวมต่างประเทศที่มีมูลค่ารวมกว่า 1 ล้านล้านบาท มั่นใจตอบโจทย์นักลงทุนไทยด้วยตัวเลือกหลากหลายครอบคลุม ทันเมกะเทรนด์ระดับโลก ไม่เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน

ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เนื่องจากนักลงทุนยังกังวลกับสถานการณ์โควิด-19 เศรษฐกิจไทยที่หดตัว จึงทำให้แนวโน้มการลงทุนกองทุนต่างประเทศเติบโตต่อเนื่อง โดยเมื่อเดือนเมษายน 2564 กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ หรือ FIF (ไม่รวม Term Fund) ได้มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิมากกว่าระดับ 1 ล้านล้านบาท และภาพรวมครึ่งปีแรกมีเงินไหลเข้าสะสมถึง 1.9 แสนล้านบาท

ดร.พิพัฒน์พงศ์ โปษยานนท์

สำหรับฟีเจอร์ซื้อขายกองทุนรวมต่างประเทศ หรือ Offshore ที่พัฒนาขึ้นร่วมกันของลู อินเตอร์เนชั่นแนล (สิงคโปร์) กลุ่มโรโบเวลธ์ ช่วยตอกย้ำจุดเด่นของ FinVest ที่เป็น Open Architecture ซึ่งเป็นการคัดเลือกกองทุนรวมจาก บลจ.ชั้นนำทั่วโลกมาให้นักลงทุนไทยสามารถซื้อโดยตรงได้เอง ทำให้ไม่เสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนและสะดวกครบจบภายในแอปเดียว แตกต่างจากการลงทุนแบบเดิมที่การซื้อขายมีข้อจำกัด เนื่องจากสถาบันการเงินจะขายเฉพาะกองทุนรวมของ บลจ.ที่อยู่ในเครือเท่านั้น

การลงทุนแบบ Open Architecture ใน FinVest ทำให้นักลงทุนเข้าถึงรูปแบบการลงทุนที่หลากหลายทั่วโลก ซึ่งในบางหมวดธุรกิจเป็นกลุ่มที่ยังไม่ครอบคลุมในตลาดหุ้นไทย เช่น เทคโนโลยีและนวัตกรรม จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะช่วยเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนและยังตอบโจทย์นักลงทุนสมัยใหม่ที่ต้องการความหลากหลาย และต้องการเปิดโอกาสลงทุนในต่างประเทศด้วยวิธีที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง สามารถบริหารการลงทุนให้สอดคล้องทันสถานการณ์

นางสาวโจอันนา แทง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลู อินเตอร์เนชั่นแนล (สิงคโปร์) ซึ่งเป็นบริษัทที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการลงทุนระดับโลกในเครือผิงอันกรุ๊ป (Ping An Group) กล่าวว่า การพัฒนาฟีเจอร์ซื้อขายกองทุนต่างประเทศ เป็นการทำงานร่วมกันโดยนำจุดแข็งของทั้ง 3 องค์กร มาพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อยกระดับการลงทุนแบบดิจิทัลในประเทศไทยที่มีศักยภาพเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยได้เชื่อมต่อ FinVest เข้ากับระบบซื้อขายหน่วยลงทุนในต่างประเทศเพื่อลงทุนได้โดยตรง และยังสามารถใช้สกุลเงินบาทซื้อกองทุนต่างประเทศได้ทันที โดยระบบจะทำการแลกเปลี่ยนเป็นเงินตราต่างประเทศให้แบบอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการซื้อขายในทุกขั้นตอน

นอกจากการลงทุนในต่างประเทศจะมีผลตอบแทนที่น่าจูงใจแล้ว FinVest ยังช่วยให้การซื้อขายกองทุนต่างประเทศง่ายขึ้นและมีตัวเลือกที่หลากหลาย นอกจากนี้ นักลงทุนยังสามารถลงทุนกองทุนต่างประเทศโดยตรงด้วยจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำที่น้อยกว่าแพลตฟอร์มอื่น ๆ ในไทย

ทั้งนี้ FinVest ได้รับการพัฒนาระบบให้ใช้งานง่าย โดยคำนึงถึง User Experience และ User Interface ที่ใช้งานได้ง่าย ซึ่งลู อินเตอร์เนชั่นแนล (สิงคโปร์) มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในการพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับซื้อขายกองทุนในต่างประเทศ รวมทั้งความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าเป็นอย่างดี มาพัฒนาฟีเจอร์การซื้อขายกองทุนต่างประเทศ บน FinVest ให้ตอบโจทย์ทั้งในเรื่องความง่ายและความสะดวกต่อการใช้งาน

นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มโรโบเวลธ์ บริษัทผู้เชี่ยวชาญด้าน Wealth Tech ที่เป็นผู้ดูแลการให้บริการแพลตฟอร์ม FinVest กล่าวว่า ปัจจุบันมีผู้ใช้งาน FinVest ประมาณ 130,000 คน ซึ่งมีอายุเฉลี่ยอยู่ที่ 26-30 ปี และส่วนใหญ่เป็นพนักงานบริษัทที่มีความสนใจในการลงทุน ทั้งยังพบว่าผู้ใช้บริการ FinVest กว่า 80% ลงทุนในกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศผ่านธีมการลงทุนประเภทต่าง ๆ ที่ได้รับการแนะนำโดยตรงจากแอป สะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนไทยสนใจการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ดังนั้น จึงเป็นโอกาสดีในการนำเสนอฟีเจอร์ซื้อขายกองทุนต่างประเทศโดยตรง หรือ Offshore เพื่อตอบสนองความต้องการด้านการลงทุนต่างประเทศให้แก่นักลงทุนไทย ให้ผู้ใช้บริการ FinVest สามารถซื้อขายกองทุนต่างประเทศได้ตรง ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อนอีกต่อไป และ FinVest จะแลกเงินบาทเป็นเงินตราต่างประเทศให้แบบอัตโนมัติ โดยใช้อัตราแรกเปลี่ยนแบบเรียลไทม์


นอกจากนี้ ยังได้คัดเลือกกองทุนรวมที่น่าสนใจในรูปแบบ Thematic Investment เน้นการให้ข้อมูลการลงทุนอย่างเป็นกลางผ่านการคัดเลือกโดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนร่วมกับผู้บริหารใน Product Screening Committee ที่ช่วยกันคัดเลือกกองทุนจาก 33 บลจ.ชั้นนำทั่วโลก ซึ่งนักลงทุนสามารถซื้อกองทุน ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 30,000 บาทเท่านั้น

พิเศษ ! ช่วงเปิดตัวฟีเจอร์ซื้อขายกองทุนรวมต่างประเทศโดยตรงบน FinVest ระหว่างวันนี้-15 พฤศจิกายน 2564 ฟรี ! ค่าธรรมเนียมจากการขายหน่วยลงทุน (Front-end-fee) แบบไม่มีเพดาน สำหรับ 5 กองทุนแนะนำ ดังนี้

• กองทุน Robeco Smart Mobility จาก UOBAM เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำทางด้านเทคโนโลยี ยานยนต์ไฟฟ้าและยานยนต์ไร้คนขับ

• กองทุน Global Energy Transition จาก Schroder ISF เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจและเทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับโลก

• กองทุน Blockchain Innovation จาก BNY Mellon เน้นลงทุนในบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนในหลากหลายอุตสาหกรรม

• กองทุน Healthcare Innovation จาก Schroder ISF เน้นลงทุนในบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมเฮลท์แคร์ รวมทั้ง Johnson & Johnson, AstraZeneca, Pfizer

• กองทุน Worldwide Long Term Global Growth Fund จาก Baillie Gifford เน้นลงทุนในบริษัทที่มีโอกาสเติบโตโดดเด่นจากทั่วโลก และมีความสามารถในการแข่งขันสูง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ