หวั่นหุ้นไทยยืนเหนือ 1,600 จุดไม่ได้-3 ปัจจัยลบกดดันตลาด

หุ้นไทย-set

ตลาดหุ้นไทยเช้านี้อาจยืนเหนือ 1,600 จุดไม่ได้ เหตุ “ทั่วโลก Panic Sell การผิดนัดชำระหนี้ Evergrande-แผนดึงสภาพคล่องในระบบของเฟด-ค่าเงินบาทอ่อนค่าเสี่ยงกดเงินทุนต่างชาติไหลออกซ้ำเติมสถานการณ์ระยะสั้น” ชี้ลงไปทดสอบแนวรับใหญ่ที่บริเวณ 1,580-1,590 จุดก่อน แล้วเกิด Technical Rebound ภายหลังได้ ในกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ระหว่าง 1,580-1,610 จุด

วันที่ 21 กันยายน 2564 บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) รายงานภาวะตลาดหุ้นไทยวันนี้ว่า คาดดัชนี SET Index เช้านี้จะยังคงได้รับผลกระทบจาก Panic Sell ของตลาดหุ้นทั่วโลกจาก 1.ความกังวลการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัทอสังหาฯ Evergrande ของจีนว่าอาจจะมีความเสี่ยงเกิดเป็นวิกฤตเศรษฐกิจ โดยตลาดหุ้นสหรัฐดิ่งหนัก และ VIX Index พุ่งขึ้นรุนแรงเกือบเท่ากับระดับเดือน พ.ค. 64 แม้ทางฝ่ายวิจัยจะคาดว่ายังไม่น่าเกิดเป็น Asia Subprime ในรอบนี้ แต่ผลกระทบในเชิง Sentiment ระยะสั้นจะยังมีอยู่

2.เป็นช่วงเวลาที่ทั่วโลกกำลังจับตาแผนการทำ QE Tapering ของธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) สัปดาห์นี้ที่น่าจะเห็นแผนการดึงสภาพคล่องในระบบออก

และ 3.การขยายเพดานหนี้สาธารณะของรัฐบาล แม้จะดูเป็นบวกต่อความคล่องตัวในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งการบริโภคและการลงทุน หากแต่ในภาพรวมจะกดดันเงินบาทอ่อนค่า จึงเสี่ยงที่เม็ดเงินลงทุนต่างชาติ (Fund Flow) ไหลออกซ้ำเติมสถานการณ์ในระยะสั้นในขณะนี้ โดยรวมทางฝ่ายวิจัยคาดว่า SET Index อาจยืนเหนือ 1,600 จุดไม่ได้ โดยจะลงไปทดสอบแนวรับใหญ่ที่บริเวณ 1,580-1,590 จุดก่อน แล้วจึงเกิด Technical Rebound ภายหลังได้ ในกรอบการเคลื่อนไหววันนี้ระหว่าง 1,580-1,610 จุด

“กลยุทธ์การลงทุนแนะนำเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เน้นทยอยสะสมที่แนวรับบนหุ้นกลุ่มเปิดเมือง รอความคืบหน้าพิจารณามาตรการผ่อนคลายจาก ศบค.ชุดใหญ่ ในวันที่ 27 ก.ย. 64”


ด้านดัชนีเงินดอลลาร์สหรัฐวานนี้พุ่งแตะระดับ 93 จุดอีกครั้งในรอบเกือบ 4 เดือน หลังทั่วโลกลดการถือสินทรัพย์เสี่ยงจากความกังวลประเด็นการผิดนัดชำระหนี้ของบริษัท Evergrande ของจีน จะลุกลามเป็นวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ ทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐที่เปรียบเสมือนสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ได้รับความสนใจอีกครั้ง

โดยทางฝ่ายวิจัยมองว่าหากการประชุม FOMC สัปดาห์นี้มีแผนการทำ QE Tapering ที่ชัดเจนและปริมาณการลดวงเงินมากกว่าที่คาดไว้ราว 15,000-20,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ Dot Plot เปลี่ยนทิศทางเป็นเร่งขึ้นอัตราดอกเบี้ย ตลาดอาจจะ Panic ได้อีก หนุนดอลลาร์สหรัฐมีโอกาสแข็งค่าต่อได้

ส่วนการขยายเพดานหนี้สาธารณะที่วานนี้คณะกรรมการการเงินการคลังมีมติเห็นชอบขยายเพดานหนี้สาธารณะต่อ GDP ของไทยจากระดับ 60% ไปสู่ระดับ 70% เพื่อรับมือและดูแลภาวะเศรษฐกิจ โดยนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ยืนยันว่าไม่เป็นปัญหาและไทยมีความสามารถในการชำระหนี้สูง

อย่างไรก็ดีทางฝ่ายวิจัยมองว่าการเพิ่มเพดานหนี้สาธารณะอาจส่งผลต่อการอ่อนค่าของเงินบาท โดยเช้านี้อ่อนค่าต่อเนื่องใกล้แตะระดับ 33.50 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ จึงมีความเสี่ยงสูงขึ้นที่ Fund Flow จะไหลออก ส่วนกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากความคล่องตัวของภาครัฐที่มีมากขึ้นในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ คือ
กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคภายในประเทศ และการลงทุนที่จะมีตามมา

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ