กรุงไทย เผยบอนด์ยีลด์จ่อแตะ 2% ดันเงินไหลเข้า ทำเงินบาทแข็งค่า

เงินบาท

กรุงไทย ประเมินกรอบเงินบาทอยู่ที่ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ เกาะติดประชุมเฟด-เงินเฟ้อ-ความเสี่ยงบริษัทในจีนผิดนัดชำระหนี้ ดันเงินทุนไหลตลาดอาเซียน จับตาบอนด์ยีลด์ไทยปรับขึ้นแตะ 2% นักลงทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตร หลังมีการประมูลบอนด์วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท กดดันบาทเคลื่อนไหวแข็งค่า

วันที่ 10 ตุลาคม 2564 นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า กรอบเงินบาทสัปดาห์หน้า (วันที่ 11-15 ตุลาคม 64) เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ ปัจจัยที่ต้องติดตามจะเป็นตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่จะออกมา ซึ่งจะมีผลต่อบรรยากาศ (Sentiment) ของตลาด หากตัวเลขเงินเฟ้อปรับเพิ่มขึ้นตลาดจะอยู่ในหมวดกังวล จะส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตร (บอนด์ยีลด์) สหรัฐฯ ตัวยาวปรับเพิ่มขึ้น 

นอกจากนี้ตลาดยังคงดูการประชุมที่จะเกิดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่จะมีประชุม โดยเรื่องที่ตลาดจะโฟกัสจะเป็นเรื่องลดการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลผ่านมาตรการผ่อนคลายทางการเงินเชิงปริมาณ (QE) ว่าจะลดเมื่อไรและวงเงินเท่าไร และการปรับเพิ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยและมุมมองอัตรเงินเฟ้อที่ชัดเจนมากขึ้น 


ขณะเดียวกัน ปัจจัยความเสี่ยงที่ยังต้องติดตามและมีผลกับกระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย (ฟันด์โฟลว์) จะเป็นเรื่องความเสี่ยงในกลุ่มโซนเอเชีย เช่น บริษัทอสังหาริมทรัพย์ในจีนที่อาจจะมีบริษัทอื่นๆ มีความเสี่นงจะผิดนัดชำระหนี้ ดังนั้น จะเริ่มเห็นนักลงทุนทยอยเข้าลงทุนในตลาดอาเซียน จึงเริ่มเห็นฟันด์โฟลว์เป็นบวก ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่าได้ แต่การแข็งค่าจะไม่เร็วมากนัก เนื่องจากปัจจัยพื้นฐานของไทยยังไม่ดีขึ้นมาก แต่หากสถานการณ์ในประเทศดีขึ้นจะเริ่มเห็นฟันด์โฟลว์เข้ามากขึ้น 

อย่างไรก็ดี จากแนวโน้มบอนด์ยีลด์ที่ปรับเพิ่มขึ้นทั่วโลกรวมถึงไทย ประกอบกับสัปดาห์หน้า (12 ต.ค.64) จะมีการประมูลบอนด์อายุ 3 ปี วงเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท คาดว่าจะมีนักลงทุนรอเข้ามาลงทุน ซึ่งจะทำให้ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวแข็งค่าได้อยู่ในกรอบ 33.50 บาทต่อดอลลาร์ได้ 

ทั้งนี้ หากดูผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทย (บอนด์ยีลด์) อายุ 10 ปี ปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 1.94% คาดว่าแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นไปแตะระดับเกือบ 2% ได้ และหากดูบอนด์ยีลด์ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่าอัตราผลตอบแทนปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.10-0.20% ถือว่าค่อนข้างสูง โดยบอนด์อายุ 10 ปีเดิมอยู่ที่ 1.72% มาอยู่ที่ 1.94% บอนด์อายุ 5 ปีอยู่ที่ 1.11% เพิ่มจาก 0.88% และบอนด์อายุ 2 ปีปรับจาก 0.50% มาอยู่ที่ 0.60% ซึ่งจากผลตอบแทนที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนทยอยกลับมาเข้าซื้อบอนด์ไทย 

“จากแนวโน้มบอนด์ยีลด์ที่ปรับขึ้นทั่วโลก และมีทิศทางจะเพิ่มขึ้นอีกสำหรับบอนด์ยีลด์สหรัฐฯ อายุ 10 ปี เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐฯ เริ่มฟื้นตัว และเฟดทยอยลด QE และมีเรื่องอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่านักลงทุนจะเทขายบอนด์ไทยในช่วงที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะรอเข้าอีกครั้งในสัปดาห์หน้าที่จะมีการประมูลบอนด์ โดยอาทิตย์หน้าจะเห็นโฟลว์บอนด์อาจจะเข้ามาซื้อสุทธิราวๆ 5 พันล้านบาทได้ จากสัปดาห์ที่ผ่านมาบอนด์ขายสุทธิ 1,443 ล้านบาทส่วนหุ้นก็น่าจะเป็นขาซื้อสุทธิราวๆ 2,000 ล้านบาทจากสัปดาห์ที่ผ่านมาหุ้นซื้อสุทธิ 1,916 ล้านบาท ทำให้โดยรวมบาทน่าจะกลับมาแข็งค่าได้”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ