เงินบาทแข็งค่า หลังได้รับปัจจัยหนุนนโยบายเปิดประเทศ

เงินบาทแข็งค่า หลังจากได้รับปัจจัยหนุนนโยบายเปิดประเทศ ในวันที่ 1 พ.ย. นี้ รองรับนักท่องเที่ยว 46 ประเทศ  ขณะที่เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 32.98-33.19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.10/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวการณ์เคลื่อนไหตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันอังคารที่ 26 ตุลาคม 2564 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/10) ที่ระดับ 33.07/09 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวแข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/10) ที่ระดับ 33.13/15 บาท/ดอลลาร์

หลังจากได้รับปัจจัยหนุนจากนโยบายเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 64 ที่ให้นักท่องเที่ยวเข้ามาได้มากถึง 46 ประเทศจากที่เคยประกาศไว้เพียง 10 ประเทศ โดยคาดว่าจะทำให้เศรษฐกิจสามารถกลับมาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ประกอบกับตัวเลขจำนวนผู้เสียชีวิตของโรคโควิด-19 ในประเทศปรับตัวลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ในส่วนของตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐนั้น ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผย ดัชนี Chicago Fed National Activity Index (CFNAI) ปรับตัวสู่ระดับ -0.13 ในเดือนกันยายน และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.35 จากระดับ 0.05 ในเดือนสิงหาคม สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวลงของการผลิตในภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนกันยายน เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% ส่วนเมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 5.4% ในเดือนกันยายน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.3%

ทั้งนี้ รัฐมนตรีคลังสหรัฐได้แสดงความเชื่อมั่นว่า สหรัฐจะสามารถควบคุมเงินเฟ้อได้ พร้อมกับคาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อจะกลับสู่ระดับปกติภายในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 นอกจากนี้ ล่าสุดประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ออกมาแถลงว่า เฟดจะเริ่มกระบวนการลดการสนับสนุนเศรษฐกิจด้วยการปรับลดการซื้อสินทรัพย์ แต่จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

โดยระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.98-33.19 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 33.10/13 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (26/10) ที่ระดับ 1.1605/07 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/10) ที่ระดับ 1.1624/28 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร หลังจาก Ifo ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจของเยอรมนีเปิดเผย ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 4 สู่ระดับ 97.7 ในเดือนตุลาคม ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนเมษายนจากระดับ 98.9 ในเดือนกันยายน และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 97.9

ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากปัญหา Suppy Chain ในภาคการผลิต การพุ่งขึ้นของราคาพลังงาน รวมทั้งการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1594-1.1617 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1615/17 ดอลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (26/10) ที่ระดับ 113.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันจันทร์ (25/10) ที่ระดับ 113.60/62 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวขึ้นมาอีกครั้ง

สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจ ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์ญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลข Producer Price Index ในเดือนกันยายนปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.9% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 1.0% โดยระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 113.68-114.08 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 113.98/00 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาบ้านเดือนสิงหาคม ยอดขายบ้านใหม่ ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขาย รายได้/รายจ่ายส่วนบุคคล และอัตราเงินเฟ้อที่วัดจาก PCE/Core Price Index เดือนกันยายน ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนตุลาคม และจีดีพีไตรมาส 3/64

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +0.75/+1.00 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ +0.85/+2.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ