SET อ่อนตัว 1,615-1,620 จุด นักลงทุนชะลอลงทุนกังวลเฟดลดคิวอีสัปดาห์หน้า

set

ตลาดหุ้นไทย (SET) อ่อนตัวแนวรับ 1,615-1,620 จุด ด้าน ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ย 0% และใช้ QE ต่อไปถึงปีหน้า อย่างไรก็ตามเฟดเตรียมประชุมสัปดาห์หน้าคาดลด QE ยังเป็นปัจจัยทำให้ฟันด์โฟลว์ผันผวน-นักลงทุนชะลอลงทุน และแรงขายลดความเสี่ยงตามสัญญาณเทคนิคยังกดดันดัชนี

วันที่ 29 ตุลาคม 2564 บริษัท หลักทรัพย์กรุงศรี หรือ บล.กรุงศรี คาดดัชนีหุ้นไทย (SET) อ่อนตัวแนวรับ 1,615-1,620 จุด แม้ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ย 0% และใช้มาตรการ QE ต่อไปถึง มี.ค.ปีหน้า

อย่างไรก็ตามคาดว่าเม็ดเงิน (Fund flow) รวมถึงนักลงทุนจะชะลอการลงทุนต่อไปเพื่อรอติดตามการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในสัปดาห์หน้าที่คาดว่า จะเริ่มลดการใช้ QE ลง อีกทั้งแรงขายลดความเสี่ยงตามสัญญาณเทคนิคจะเป็นตัวกดดันดัชนี

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าติดตาม 2-3 พ.ย. ประชุม FOMC และ 4 พ.ย. ประชุมโอเปกพลัส

สำหรับปัจจัยวันนี้ PTTEP หรือ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) ประกาศงบประมาณไตรมาส 3/64 มีกำไรสุทธิ 9.5 พันล้านบาท สอดคล้องกับที่เราคาดไว้ เพิ่มขึ้น 34% QOQ และ 33% YOY โดยมีปัจจัยหนุนมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน

ทั้งนี้ ในไตรมาส 3/64 มี ASP ที่ 44.3 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เทียบกับไตรมาส 2/64 อยู่ที่ 42.2 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะเดียวกันยังมีการขาดทุน (hedging loss) ลดลงเหลือ 1.4 พันล้านบาทเทียบกับไตรมาส 2/64 ที่ขาดทุนกว่า 5 พันล้านบาท

ด้านดาวโจนส์ปิดบวก 240 จุด (+0.68%) ปิดที่ระดับ 35,730 จุด แม้ GDP ไตรมาส 3 จะขยายตัวต่ำสุดในรอบ 1 ปี เนื่องจากนักลงทุนตอบรับกับรายงานผลกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง อาทิ บริษัท เมอร์ค แอนด์ โค และฟอร์ด มอเตอร์ รายงานกำไรสูงกว่าที่ตลาดคาดไว้ ปัจจัยนี้ ช่วยสกัดข่าวลบจาก GDP ไตรมาส 3/64 ของสหรัฐที่ขยายตัวเพียง 2% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ที่ 2.7% และนับเป็นการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 1 ปี

ขณะที่การประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB meeting) คงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0% ตามที่คาดไว้ ส่วนโครงการซื้อพันธบัตร (QE) ECB จะยังซื้อพันธบัตรตามโครงการ APP ที่ระดับ 2 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน และจะยังซื้อพันธบัตรตามโครงการ PEPP วงเงิน 1.85 ล้านล้านยูโรไปจนถึงสิ้นเดือน มี.ค.ปีหน้าตามเดิม

ทั้งนี้ บล.กรุงศรีแนะนำหุ้นน่าจับตาวันนี้ ได้แก่ CPALL หรือ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 64.25 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาที่ 77 บาทต่อหุ้น ได้ข่าวดีรัฐบาลประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวส์ 17 จังหวัดพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวคาดส่งผลให้ยอดขายของ 7-11 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพราะ CPALL มีสาขาส่วนใหญ่อยู่หัวเมืองท่องเที่ยวและมียอดขายอยู่ในช่วงเวลาเคอร์ฟิวส์ ประมาณ 5-10% ของรายได้รวม


และอีกตัวคือ JMT หรือ บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) ราคาปิดที่ 49 บาทต่อหุ้น แนะนำซื้อ/เป้าหมายราคาตาม IAA Consensus ที่ 57 บาทต่อหุ้น โชว์ยอดซื้อหนี้ทะลุเป้าโดย 9M21 ซื้อหนี้ได้แล้ว 80% ของเป้าที่ตั้งไว้ทั้งปีที่ 6,000 ล้านบาท งบประมาณไตรมาส 3/64 คาดยังโต QOQ และ YOY แม้จะมีอุปสรรคจากล็อกดาวน์ 29 จังหวัด ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังเพิ่มขึ้นจากกองหนี้หลายกองตัดต้นทุนหมดแล้ว