เปิดผลงาน “INTUCH” หลัง “กัลฟ์” เข้าถือหุ้นใหญ่

“อินทัช” เปิดกำไรสุทธิ 9 เดือน พร้อมโชว์ผลตอบแทนหุ้นปีนี้พุ่งกว่า 48% ประกาศสร้างมูลค่าสินทรัพย์ทะลุ 3.2 แสนล้านบาท ภายในปี 2568 หลังกัลฟ์ยักษ์พลังงานเข้าถือหุ้นใหญ่

วันที่ 5 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) (INTUCH) เปิดเผยผลประกอบการ 9 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.) ของปี 2564 ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หลังจาก บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) (GULF) เข้าเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 42.25% เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

ผลตอบแทนลงทุน 48%

อินทัชแจ้งว่า ณ สิ้นเดือนกันยายน 2564 ราคาหลักทรัพย์บริษัทอยู่ที่ 80.5 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากสิ้นปี 2563 ราคา 56.25 บาทต่อหุ้น หรือเพิ่มขึ้น 43% โดยการปรับขึ้นของราคาหุ้น เป็นผลจาก การทําคําเสนอซื้อหลักทรัพย์อินทัชโดยบริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด (มหาชน) ซึ่งได้เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 42.25% และเมื่อรวมกับผลตอบแทนจากเงินปันผล ทําให้ผลตอบแทนรวมจากการลงทุนอินทัชอยู่ที่ 48% สูงกว่าผลตอบแทนจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯถึง 37%

เป้าหมายระยะยาวของอินทัชคือการสร้างผลตอบแทนรวม ให้สูงกว่าผลตอบแทนของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ฯไม่น้อยกว่า 2% ในแต่ละปี เพื่อเป็นการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้นอย่างยั่งยืน และมีความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าสินทรัพย์สุทธิให้เพิ่มขึ้นเป็น 320,000 ล้านบาท ภายในปี 2568 จากณสิ้นเดือนกันยายน2564 อินทัชมีสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 53,654 ล้านบาท

โดยการเติบโตของผลตอบแทนและมูลค่าของบริษัทจะมาจากการบริหารสินทรัพย์และการเข้าลงทุนในธุรกิจใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรมโทรคมนาคม สื่อ เทคโนโลยี และดิจิทัล

กำไรสุทธิลดลง 3%

สำหรับ 9 เดือนแรกบริษัทอินทัชมีกําไรสุทธิ 8,136 ล้านบาท ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันปี 2563 เนื่องจากส่วนแบ่งกําไรจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส และบริษัท ไทยคม (มหาชน)ลดลง ทั้งนี้อินทัชยังคงสัดส่วนการถือหุ้นเอไอเอส 40.44%

โดยมีผลกําไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 20,059 ล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีการบันทึกขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น อันเป็นผลจากการแข็งค่าของเงินดอลล่าร์สหรัฐฯเป็นหลัก โดยรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง 1.6% ขณะที่รายได้จากธุรกิจอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง และรายได้อื่นจากลูกค้าองค์กร(ไม่รวมธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่)ยังคงเติบโตสูง 20% และ 13% ตามลําดับ


อย่างไรก็ตามต้นทุนการให้บริการปรับเพิ่มขึ้น 4.1% เป็นการลงทุนขยายโครงข่ายอย่างต่อเนื่องเพื่อครองการเป็นผู้นําให้บริการ 4G และ 5G โดยมีการใช้งบลงทุนในช่วงครี่งแรกของปี 2564 ประมาณ 18,000 ล้านบาท

สำหรับไทยคม มีส่วนแบ่งผลกําไรลดลง 72% เหตุผลหลักเนื่องจากการรับรู้รายการพิเศษจากเงินชดเชยในไตรมาส 2/2563 ขณะที่ลูกค้าได้ลดลงจากที่ลูกค้าบางรายลดการใช้งานดาวเทียม ทั้งแบบดาวเทียมทั่วไปและดาวเทียม บรอดแบนด์

ทั้งนี้กระแสเงินสดรวมของกลุ่มอินทัชสําหรับงวดเก้าเดือนของปี 2564 เพิ่มขึ้น 1,502 ล้านบาท (ไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน) จากสิ้นปี 2563 ส่วนใหญ่เป็นผลจากการถอนเงินลงทุนชั่วคราวในสินทรัพย์ทางการเงินหมุนเวียนอื่นมาเป็นเงินสด เพื่อเตรียมพร้อมสําหรับการชําระคืนหุ้นกู้ในไตรมาสที่ 4/2564

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ