ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า คาดเฟดชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

ภาพ Pixabay

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า ภาวะเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 1 ธันวาคม 2564

ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/12) ที่ระดับ 33.67/68 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (30/11) ที่ระดับ 33.69/71 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักเมื่อคืนนี้ (30/1) หลังตลาดคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะชอลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า เนื่องมาจากการแพ่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนในปัจจุบัน

โดย Ped Watch Tool ของ CME Group ซึ่งวิเคราะห์การซื้อขายสัญญาล่วงหน้าอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของสหรัฐพบว่า นักลงทุนคาดว่าเฟดมีแนวโน้มเพียง 58.5% ที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมนโยบายการเงินในเดือน มิ.ย. 2565 จากเดิมที่คาดว่ามีแนวโน้มสูงถึง 82.1% นอกจากนี้เมื่อคืนนี้นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณยุติโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ QE มากกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์/เดือน และจะมีการหารือกันในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 14-15 ธ.ค.นี้

สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐนั้น ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐร่วงลงสู่ระดับ 109.5 ในเดือน พ.ย.ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 111.0 จากระดับ 111.6 ในเดือน ต.ค. โดยดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคถูกกดดันจากเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้น และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยังคงแพร่ระบาดทั่วโลก

นอกจากนี้ เอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ซิลเลอร์ เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐเพิ่มขึ้น 19.5% .ในเดือน ก.ย. เมื่อเทียบรายปี แต่ต่ำกว่าระดับ 19.8% ในเดือน ส.ค. และเป็นครั้งแรกที่ราคาบ้านได้ชะลอตัวลงเมื่อเทียบรายปีนับตั้งแต่เดือน พ.ค. 2563 ในขณะเดียวกัน นักลงทุนกำลังจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนพฤศจิกายนของสหรัฐ ซึ่งจะมีกำหนดเปิดเผยในวันศุกร์นี้ (3/12) ทั้งนี้ ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 33.66-33.74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนปิดตลาดที่ระดับ 33.72/74 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร ค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/12) ที่ระดับ 1.1320/22 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (30/11) ที่ระดับ 1.1364/65 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร เนื่องจากตลาดมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอนที่กำลังระบาดขณะนี้ โดยในระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1300-1.1345 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1316/18 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน ค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (1/12) ที่ระดับ 113.55/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดในวันอังคาร (30/11) ที่ระดับ 112.82/84 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ นายเซจิ อาดาชิ หนึ่งในกรรมการบริหารของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้กล่าวในการประชุมซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดโออิตะ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นว่า ทาง BOJ พร้อมที่จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินเพิ่มเติมหากจำเป็นเพื่อช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ประสบกับความยากลำบาก


โดยทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การติดเชื้อที่ต้องติดตามดูต่อไป หลังจากเมื่อวานนี้ญี่ปุ่นยืนยันพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนรายแรกเมื่อวานนี้ โดยระหว่างวันค่าเงินเยน เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 113.10-113.60 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 113.50/53 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่สำคัญสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนเดือน พ.ย.จาก ADP, ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย.จากมาร์กิต ดัชนีภาคการผลิตเดือน พ.ย.จากสถาบันด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM), การใช้จ่ายภาคการก่อสร้างเดือน ต.ค., จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน พ.ย., ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือน พ.ย. จากมาร์กิต, ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานเดือน ต.ค.และดัชนีภาคบริการเดือน พ.ย.จากสถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐ (ISM)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ +1.9/+2.56 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -0.5/0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ