ไทยพาณิชย์เตรียมจ่ายปันผล 6 กองอสังหาฯ-อินฟราฯ ฟันด์ 3,000 ล้าน 3 ธ.ค.นี้

SCBAM

บลจ.ไทยพาณิชย์เดินหน้าจ่ายปันผล 6 กองอสังหาฯ-โครงสร้างพื้นฐานไตรมาส 3/64 มูลค่ากว่า 3,000 ล้านบาท หลังมองกลุ่มธุรกิจปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องแม้ตลาดยังคงผันผวน กำหนดจ่ายพร้อมกันในวันที่ 3 ธ.ค. 64 

วันที่ 2 ธันวาคม 2564 นายอาชวิณ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการตลาด บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลรวมมูลค่าทั้งสิ้นกว่า 3,000 ล้านบาทสำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานภายใต้การบริหารงานไตรมาสที่ 3/2564 จากงวดผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ก.ค. – 30 ก.ย. 2564 และ/หรือกำไรสะสม จำนวน 5 กองทุน และจ่ายลดทุนจำนวน 1 กองทุน โดยกำหนดจ่ายพร้อมกันในวันที่ 3 ธ.ค. 2564 นี้ สำหรับ 6 กองทุน ประกอบด้วย

กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงานให้เช่าจำนวน 3 กองทุน ได้แก่



  • กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์แสนสิริ ไพร์ม ออฟฟิศ (SIRIP) ลงทุนในกรรมสิทธิ์ในโครงการอาคารสิริภิญโญ จ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.0511 บาทต่อหน่วย เป็นครั้งที่ 29 รวมจ่ายเงินปันผล 3.8092 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 2557)
  • กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ไพร์ม ออฟฟิศ (POPF) ลงทุนในอาคารสมัชชาวานิช 2 อาคารเพลินจิต เซ็นเตอร์ และอาคารบางนา ทาวเวอร์ กำหนดจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.2470 บาทต่อหน่วย เป็นครั้งที่ 42 รวมจ่ายเงินปันผล 10.7198 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2554)
  • กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ CPN คอมเมอร์เชียล โกรท (CPNCG) ลงทุนในสิทธิการเช่าของอาคารสำนักงานให้เช่าบริเวณเขตปทุมวัน จ่ายปันผลในอัตรา 0.2400 บาทต่อหน่วย เป็นครั้งที่ 36 รวมจ่ายเงินปันผล 8.2776 (นับตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 2555)
นายอาชวิณ อัศวโภคิน
นายอาชวิณ อัศวโภคิน

นอกจากนี้ ยังมีกองทุนอสังหาฯ ประเภทโรงงานและคลังสินค้า จำนวน 1 กองทุน ได้แก่

  • กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ปิ่นทอง อินดัสเตรียล ปาร์ค (PPF) ลงทุนในโรงงานและคลังสินค้าให้เช่าบริเวณเขตพื้นที่ EEC (โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก) โดยในไตรมาสที่ 3 นี้กองทุนยังคงมีผลประกอบการที่มั่นคงต่อเนื่อง อีกทั้งราคาของหุ้นของกองทุนมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สำหรับครั้งนี้กำหนดจ่ายปันผลในอัตรา 0.1750 บาท/หน่วย เป็นครั้งที่ 29 รวมจ่ายเงินปันผล 5.4345 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2557)

รวมทั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม 1 กองทุน ได้แก่

  • กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม ดิจิทัล (DIF) ลงทุนในทรัพย์สินด้านโทรคมนาคม โดยรายได้หลักของกองทุนมาจากสัญญาให้เช่าทรัพย์สินเสาโทรคมนาคม และสายใยแก้วนำแสง (Fiber Optic Cable) ระยะยาว กับกลุ่มบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ซึ่งทางกองทุนได้รับค่าเช่าครบถ้วนและต่อเนื่องมาตลอด ส่งผลให้มีผลประกอบการที่ดีสม่ำเสมอ เห็นได้จากการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่ 0.2610 บาทต่อหน่วย ติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 8 ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินงานที่คาดการณ์ไว้ โดยกองทุนมีการทยอยจ่ายคืนเงินต้นเพื่อลดภาระผูกพันตามสัญญาเงินกู้เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4/2563 สำหรับการจ่ายปันผลครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 31 รวมจ่ายปันผลแล้วทั้งสิ้น 7.6941 บาทต่อหน่วย (นับตั้งแต่จัดตั้งเมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2556)

พร้อมกันนี้ได้จ่ายเงินลดทุนจำนวน 1 กองทุน เป็นกองทุนอสังหาฯประเภทโรงแรม ได้แก่ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์เอราวัณ โฮเทล โกรท (ERWPF) ที่ลงทุนในโรงแรมไอบิส ป่าตอง และโรงแรมไอบิส พัทยา โดยกองทุนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อธุรกิจท่องเที่ยวและธุรกิจโรงแรมเป็นอย่างมากในปี 2564

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3/64 กองทุนยังคงได้รับค่าเช่าคงที่จากผู้เช่าเหมาทรัพย์สินตามที่ระบุไว้ในสัญญาเช่าและประกาศจ่ายเงินลดทุนที่ 0.0823 บาทต่อหน่วย เพื่อเป็นการจ่ายคืนสภาพคล่องส่วนเกินจากกรณีที่กองทุนยังคงมีขาดทุนสะสมที่เกิดจากการลดลงของการสอบทานการประเมินมูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งเป็นรายการทางบัญชีที่ไม่ได้มีกระแสเงินสดจ่ายออกไปจริง


ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ