ตลท. กางแผนปั้นตัวเองเป็น “แพลตฟอร์ม” เชื่อมตลาดหุ้น-คริปโตฯ

บิตคอยน์

ตลาดหลักทรัพย์ฯ กางแผนปั้นตัวเองเป็น “แพลตฟอร์ม” เชื่อมตลาดหุ้น-ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี จ่อขอใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ปักหมุดเป็นตัวกลางเชื่อมต่อนักลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล อยากกระจายความเสี่ยงนำคริปโตฯแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินลงทุนในตลาดทุน

วันที่ 3 ธันวาคม 2564 นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า แผนการทำงานของตลาดหลักทรัพย์ฯ(SET) ในปี 2565 จะทำตัวเป็นแพลตฟอร์มมากขึ้น จากในอดีตถ้ามองย้อนกลับไปหากพูดถึงตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำเกี่ยวกับการนำบริษัทเข้ามาจดทะเบียน(Listed company) ซื้อขายหุ้น เป็นผู้เก็บรักษาสินทรัพย์และรับฝาก

แต่ปัจจุบันสิ่งที่ตลาดหลักทรัพย์กำลังทำคือ FundConnext หรือระบบซื้อขายกองทุนแบบบัญชีเดียว ผ่านออนไลน์บนแอปพลิเคชั่น Streaming for Fund เชื่อมต่อกับ 19 บลจ. การโอนเงินในวงโบรกเกอร์ การเปิดบัญชีลงทุนออนไลน์และยืนยันตัวตน (NDID Proxy) การทำแบบประเมินความเสี่ยง(Suitability Test) ให้กับผู้มีส่วนได้เสียในตลาดหลักทรัพย์



การทำธุรกรรมซื้อและชำระค่าอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ ให้กับองค์กรต่างๆ ที่ต้องการใช้แสตมป์ติดเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ การออกผลิตภัณฑ์ DR ขายนักลงทุนสำหรับสินทรัพย์ต่างประเทศ และตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็กำลังขอใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (digital asset exchange)

“เราค่อยๆ เปลี่ยนรูปแบบการให้บริการในตลาดทุน จากเดิมทำงานอยู่ในมุมจำกัด เริ่มขยายงานที่กว้างขึ้น และทำตัวเป็นแพลตฟอร์มมากขึ้น” นายภากร กล่าว

นายภากร ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีที่บริษัทจดทะเบียนไทยเริ่มเข้ามาสู่อีโคซิสเต็มในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี และในอนาคตจะสามาถใช้คริปโตเคอร์เรนซีซื้อหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ได้หรือไม่ เขาอธิบายว่า สิ่งที่เรามองคริปโตเคอร์เรนซีคือผสมกันระหว่างในรูป “เงิน” และ “สินทรัพย์” คือ นักลงทุนลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อเก็งกำไร ในขณะเดียวกันสามารถใช้คริปโตเคอร์เรนซี เป็นตัวกลางในการจ่ายเงินได้

แต่โจทย์ที่ต้องพิจารณาคือเรื่องการใช้คริปโตเคอร์เรนซีมาเป็นตัวกลางในการจ่ายเงินว่าจะมีประสิทธิภาพแค่ไหน และการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีในฐานะที่เป็นสินทรัพย์นั้นเป็นสินทรัพย์ประเภทอะไร จึงอยากให้นักลงทุนและผู้ที่จะใช้คริปโตเคอร์เรนซีเป็นตัวกลางคงจะต้องพิจารณาตรงนี้ให้ดี ซึ่งในมุมมองของตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่า สิ่งที่ ตลท.กำลังจะทำให้คือทำให้คนที่มีสินทรัพย์ดิจิทัล เช่น คริปโตเคอร์เรนซี อยากจะกระจายความเสี่ยงสินทรัพย์ สามารถเปลี่ยนจากคริปโตเคอร์เรนซีมาเป็นสกุลเงินต่างๆ และนำเงินมาซื้อหรือลงทุนในตลาดทุน เช่น ตลาดหุ้นไทยหรือตลาดอื่นๆ ได้สะดวกขึ้น

“ตรงนี้มากกว่าที่เราจะเป็นจุดเชื่อมต่อในการให้บริการของตลาดหลักทรัพย์ฯ กับตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ทั้งนี้ตลาดหลักทรัพย์มีโมเดลจะเข้าไปเป็น 1 ในผู้เล่นในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงแรกผ่านทั้ง 4 ฟังก์ชั่นหลักคือ 1.ผู้ออกเหรียญ 2.เป็นมาร์เก็ต 3.เก็บรักษาสินทรัพย์ และ 4.ที่ปรึกษาฯ แต่จากแผนการพัฒนาอีโคซิสเต็มจะเป็นระบบเปิดเพื่อให้ผู้เล่นที่เก่งๆ ในแต่ละด้านเข้ามาแข่งขันได้ ซึ่งเป็นคอนเซ็ปต์ที่เหมาะสมสำหรับ Digital Asset Platform ของเราในอนาคต” นายภากร กล่าว


โดยแต่ละผู้มีส่วนได้เสียสามารถเลือกที่จะใช้ได้จากทุกคนในระบบ และข้อมูลจะมีการแชร์กันระหว่างคนที่เป็นผู้เล่นในนั้น โดยที่ไม่จำเป็นต้องมี centralized agent คอยตรวจสอบ แต่ภาพนี้จะเป็นภาพที่จะเห็นในช่วง End Game ในขณะที่ภาพที่จะเห็นในช่วงพัฒนาคือ ความเชื่อถือของนักลงทุนต่อผู้เล่นในตลาดต่างๆ ในระบบ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ