ลีสซิ่งคึกเด้งรับ “แพ็กเกจอีวี” ผนึกค่ายรถอัดดอกเบี้ยถูก

ธุรกิจเช่าซื้อคึกคัก รับแพ็กเกจรถอีวีผนึกพันธมิตร-อัดแคมเปญชิงมาร์เก็ตแชร์ คาดปีนี้ตลาดอีวีรวมกว่า 5,000 คัน “ลีสซิ่งกสิกรไทย” หาพาร์ตเนอร์บุกตลาด เล็งปล่อยกู้พันล้าน “ทีเอ็มบีธนชาต” จับมือ “เอ็มจี-เกรท วอลล์ฯ-วอลโว่” อัดดอกเบี้ยเฉลี่ยกว่า 1% ต่อปี “กรุงศรี ออโต้-KKP” พร้อมเต็มสูบ

แพ็กเกจอีวีดันตลาดคึกคัก

นายธีรชาติ จิรจรัสพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า จากที่รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมการขายและผลิตรถอีวีออกมา คาดว่าจะทำให้ตลาดมีความคึกคักมากขึ้น โดยภาพรวมยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในปี 2565 ก่อนจะมีนโยบายส่งเสริมอีวีของรัฐบาล คาดการณ์กันว่าจะอยู่ที่ 5,000 คัน มูลค่าก็ไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท จากปี 2564 ยอดขายอยู่ที่ 2,560 คัน

อย่างไรก็ดี มองว่าผลบวกต่อตลาดรถอีวีจะอยู่ในช่วงครึ่งหลังของปี เนื่องจากผลของมาตรการภาษีจากกรมสรรพสามิตน่าจะเริ่มในเดือนพฤษภาคมนี้ ประกอบกับแพ็กเกจที่ผู้ซื้อจะได้ส่วนลด 7 หมื่นบาท-1.5 แสนบาท ผ่านทางผู้ผลิตรถยนต์ที่จะต้องเตรียมความพร้อมแผนการผลิตและการเข้าร่วมโครงการที่ชัดเจนก่อน

ค่ายรถที่มีความพร้อมตามเงื่อนไขโครงการสนับสนุนราคาและภาษี ในช่วงไตรมาส 2-3 นี้ น่าจะมีเพียง MG และ GWM ส่วนทางค่ายญี่ปุ่นน่าจะได้เห็นโตโยต้านำรถ EV มาขายในช่วงปลายปี ส่วนรถญี่ปุ่นค่ายอื่น ๆ คงกำลังเร่งเตรียมความพร้อม แต่ปีนี้ก็จะมีการเปิดตัวรถ EV อีกหลายรุ่น จากหลายสัญชาติ

ผนึกค่ายรถออกแคมเปญ

นายธีรชาติกล่าวว่า สำหรับกลยุทธ์ของบริษัทสอดคล้องกับนโยบายธนาคารกสิกรไทย ภายใต้โครงการ “GO GREEN Together” ซึ่งมีการออกแคมเปญ “Green Zero” โปรแกรมพิเศษสำหรับลูกค้าที่ออกรถ EV รับสิทธิ์ขับฟรีผ่อน 0 บาท เป็นเวลา 90 วัน ตั้งแต่วันนี้-30 มิถุนายน 2565 และจะพิจารณาโปรโมชั่นเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อรถได้ง่ายขึ้น

Advertisment

ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาพันธมิตรธุรกิจในส่วนของผู้ผลิตและผู้ขายรถยนต์ EV ทั้งในส่วนที่ทำตลาดอยู่แล้ว และรายใหม่ที่สนใจเข้ามาในตลาด ทั้งแบรนด์จีน ญี่ปุ่น และยุโรป เป็นต้น

สำหรับการสนับสนุนนโยบาย GO GREEN Together จะรวมถึงกลยุทธ์การทำตลาดกลุ่มรถ hybrid และ plug-in hybrid ด้วย เนื่องจากปัจจุบันมีสัดส่วนยอดขายสูงกว่าตลาด EV หลายเท่า โดยภาพรวมตลาดรถยนต์ในปี 2564 ตลาดรถสันดาปมีสัดส่วน 93% หรือประมาณ 7.62 แสนคัน ส่วนตลาดรถไฮบริดและปลั๊ก-อิน ไฮบริด สัดส่วน 6-7% หรือราว 5 หมื่นคัน และคาดว่าปีนี้สัดส่วนเพิ่มเป็น 9-10% สำหรับตลาด EV มีสัดส่วนเพียง 0.3% จำนวน 2,560 คัน และคาดปีนี้ยอดขายจะมากกว่า 5,000 คัน แต่ยังคิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 1%

กสิกรฯชิงมาร์เก็ตแชร์ 20%

นายธีรชาติกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ภายใน 3-5 ปีข้างหน้า สัดส่วนของรถยนต์ปลั๊ก-อิน ไฮบริด และ EV จะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะรถยนต์ EV ทางศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าภายในปี 2568 ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 หมื่นคัน

“ปัจจุบันภาพรวมการแข่งขันในตลาด EV ไม่รุนแรงมาก เพราะผู้ขายยังคงเน้นทำตลาดรถยนต์สันดาป เนื่องจากตลาด EV ยังมีสัดส่วนน้อยไม่ถึง 1% แต่ปีนี้ก็จะมีการเปิดตัวรถ EV หลายรุ่น ลีสซิ่งกสิกรไทยก็พร้อมสนับสนุน โดยทำแคมเปญร่วมกับผู้ขาย และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรเน้นบริษัทที่มีแผนการผลิตและการขายในระยะยาว และมีบริการหลังการขาย โดยบริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรถ EV ปีนี้ประมาณ 1,000 ล้านบาท มาร์เก็ตแชร์ประมาณ 20%” นายธีรชาติกล่าว

Advertisment

นโยบายการให้สินเชื่อสำหรับรถอีวีเมื่อ 4-5 ปีก่อน เกณฑ์มีความแตกต่างกัน เช่น ต้องมีเงินดาวน์มากกว่า เพราะผู้ให้สินเชื่อมองความเสี่ยงของราคาขายต่อ แต่ปัจจุบันลีสซิ่งกสิกรไทยจะใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน เพื่อสนับสนุนการใช้รถยนต์ EV อย่างในอดีตรถสันดาปดาวน์ 10-25% แต่รถอีวีจะดาวน์ 25-30% แต่ปัจจุบันดาวน์เฉลี่ยอยู่ที่ 10-25% เหมือนกรณีรถใช้น้ำมัน

กรุงศรี ออโต้ วางเกมบุก

ด้านนายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปีนี้จะเห็นค่ายรถเตรียมเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ากันอย่างคึกคัก ซึ่งกรุงศรี ออโต้ วางแนวทางรุกตลาดสินเชื่อยานยนต์ไฟฟ้า 2 ด้าน คือ การทำงานใกล้ชิดกับหลากหลายพันธมิตรแบรนด์ผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยนำเสนอโซลูชั่นที่ตอบสนองลูกค้าแต่ละแบรนด์ ด้วยข้อเสนอที่ดีที่สุด ทั้งอัตราดอกเบี้ย แคมเปญสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ พร้อมกับขยายอีโคซิสเต็มบน GO Application by Krungsri Auto โดยพัฒนา Auto Club ให้เป็นศูนย์กลางคอนเทนต์สำหรับคนรักรถบนแอป ครอบคลุมข้อมูลที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า

“ปี’64 บริษัทมียอดสินเชื่อใหม่จากยานยนต์ไฟฟ้าเติบโตสูงถึง 56% และคาดว่าปีนี้จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง ด้วยเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่ง ทั้งผู้ผลิต และผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ”

ttb จับมือ 3 ค่ายหลัก

ขณะที่นายชัชฤทธิ์ ตั้งเถกิงเกียรติ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ผลิตภัณฑ์ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตลาดรถอีวีเป็นตลาดที่ธนาคารให้ความสำคัญและมุ่งเน้นการเติบโตสอดคล้องกับนโยบายธนาคารในเรื่องความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม โดยในปี 2565 ธนาคารตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งตลาดยอดขายรถ EV อยู่ที่ 30%

โดย 2 กลยุทธ์หลักคือ 1.พันธมิตรธุรกิจโดยการสนับสนุนผู้ผลิตรถยนต์ 3 ค่าย ที่เป็นผู้เล่นหลักในตลาดนี้ คือ เอ็มจี, เกรท วอลล์ฯ และวอลโว่ โดยจะมีโปรแกรมการเงินช่วยสนับสนุน เช่น โปรแกรมผ่อนชำระ หรืออัตราดอกเบี้ยต่ำเฉลี่ยกว่า 1% ต่อปี เพื่อให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น รวมถึงมีทีมการตลาดรถ EV โดยเฉพาะเข้าไปช่วยทำงานให้มีประสิทธิภาพ ทั้งการอนุมัติสินเชื่อ หรือการเข้าไปช่วยพยุงราคาตลาดรถมือสอง เป็นต้น

อย่างไรก็ดี เรื่องมาตรการจูงใจของภาครัฐก็จะส่งผลทั้งในแง่การเติบโต และอีกด้านก็ทำให้คนชะลอตัดสินใจซื้อเพื่อรอดูความชัดเจน เช่นเดียวกับเรื่องสถานีชาร์จรถไฟฟ้าว่าจะมีแผนอย่างไรบ้าง เพื่อให้ครอบคลุมมากขึ้น

“ดีมานด์ความต้องการรถ EV มีอยู่แล้ว 5-6% ทั้งรถยนต์และกระบะ จะเป็นตลาดที่เติบโตสูงแน่ ๆ แต่ขึ้นอยู่กับซัพพลายและผู้เล่นในตลาดด้วย เพราะปีนี้ปัญหาด้านชิปขาดแคลนยังมีอยู่ และนโยบายยังไม่นิ่ง แต่เราก็มีแคมเปญช่วยให้ลูกค้าจะซื้อ EV ตัดสินใจง่ายขึ้น”

KKP มองตลาดยังจำกัด

นายเตชินท์ ดุลยฤทธิรงค์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ภาพรวมตลาดรถยนต์ EV ปีนี้อาจจะยังไม่มีการเติบโตมากอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐาน เช่น สถานีชาร์จไฟ อาจจะต้องมีความพร้อมและกระจายไปตามจุดต่าง ๆ มากกว่านี้ เพื่อความสะดวกของผู้ใช้งาน และกลุ่มผู้ซื้อรถอีวีน่าจะเป็นกลุ่มซื้อรถคันที่ 2 และอยู่ในเมือง ทำให้ตลาดนี้มีขนาดจำกัด แต่เชื่อว่ามีโอกาสเติบโตในระยะยาว โดยธนาคารพร้อมสนับสนุนผ่านแคมเปญการตลาดร่วมกับค่ายผู้ผลิตรถยนต์