SUPEREIF เตรียมจ่ายปันผลครั้งที่ 10 ในอัตรา 0.25272 บาท/หน่วย 10 มิ.ย.

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี หรือ SUPEREIF เตรียมจ่ายปันผลครั้งที่ 10 ในอัตรา 0.25272 บาทต่อหน่วย วันที่ 10 มิ.ย. นี้ หลังผลการดำเนินงานไตรมาสแรก มีรายได้รวม 225.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

วันที่ 12 พฤษภาคม 2565 นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Ral Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ BBLAM เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้า ซุปเปอร์ เอนเนอร์ยี (SUPEREIF) จะจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 10 สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรก หรือระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2565 จากกำไรสะสม ในอัตราหน่วยลงทุนละ 0.25272 บาท โดยกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน เพื่อกำหนดสิทธิรับเงินปันผลในวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 10 มิถุนายน 2565



เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุน จนถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งล่าสุด SUPEREIF จ่ายเงินปันผลรวม 10 ครั้ง คิดเป็นเงิน 2.23031 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินคืนทุนไป 1 ครั้ง ในอัตรา 0.040 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินปันผลและเงินคืนทุนที่จ่ายออกไปทั้งสิ้น 2.27031 บาทต่อหน่วย

สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาสแรก ปี 2565 นั้น SUPEREIF มีรายได้รวม 225.8 ล้านบาท ลดลง 5.0% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 17.8% จากไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ส่วนรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 184.3 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 23.4% จากไตรมาสที่ 4 ปี 2564 อัตรากำไรจากรายได้จากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 81.6% สูงกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 81.2% และสูงกว่าไตรมาสที่ 4 ปี 2564 ซึ่งอยู่ที่ 77.9%

ทั้งนี้ SUPEREIF ลงทุนในสิทธิในรายได้สุทธิจากการดำเนินโครงการกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดินขนาดเล็กมากของบริษัท 17 อัญญวีร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ บริษัท เฮลท์ แพลนเน็ท เมเนจเม้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 19 โครงการ ตั้งอยู่ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ ปทุมธานี สระบุรี สมุทรสาคร สมุทรปราการ ปราจีนบุรี สระแก้ว พิจิตร และเพชรบูรณ์ โดยมีปริมาณพลังไฟฟ้าสูงสุดที่เสนอขายตามที่ระบุในสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือการไฟฟ้านครหลวง (แล้วแต่กรณี) รวม 118 เมกะวัตต์


ขณะที่ ระยะเวลาโอนสิทธิรายได้สุทธิ เริ่มตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคม 2562 จนถึงวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแต่ละโครงการ ซึ่งระยะเวลาซื้อขายไฟฟ้าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโครงการโรงไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ที่ประมาณ 21-22 ปี นับจากวันที่ 14 สิงหาคม 2562 โดยวันสิ้นสุดสัญญาซื้อขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าโครงการสุดท้ายจะสิ้นสุดในวันที่ 26 ธันวาคม 2584

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ