BBL ส่งบัตรเดบิต “บีเฟิสต์ ดิจิทัล” เจาะคนรุ่นใหม่ ป้องกันโจรกรรมข้อมูล

บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล

ธนาคารกรุงเทพ เปิดตัวบัตรเดบิต “บีเฟิสต์ ดิจิทัล” ชู ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูง เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่-ช็อปปิ้งออนไลน์ พร้อมบัตรคู่หู ตั้งเป้าสิ้นปีนี้คนสมัคร 8 แสนราย

วันที่ 12 พฤษภาคม 2565 นายโชค ณ ระนอง ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการสายบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แนวโน้มการใช้จ่ายออนไลน์ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 มีอัตราการขยายตัวค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นไปตามพฤติกรรมผู้บริโภค

อย่างไรก็ดี ในทางกลับการโจรกรรมข้อมูลก็มีทิศทางเพิ่มขึ้นเช่นกัน ดังนั้น ธนาคารจึงได้พัฒนาบัตรแบบดิจิทัล ภายใต้ “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” เพื่อลดการโจรกรรมข้อมูลให้น้อยลง ซึ่งธนาคารกรุงเทพถือเป็นธนาคารแห่งแรกที่มีการใช้งานบัตรในรูปแบบดังกล่าว

ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าภายใน 4-5 เดือน จะเพิ่มผู้ใช้งานราว 5 แสนราย โดยจะมาจากทั้งลูกค้ารายใหม่และรายเดิม และภายในสิ้นปีจะเพิ่มผู้ใช้เป็น 8 แสนราย ขณะที่แนวโน้มการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนเมษายนมีอัตราการขยายตัว 8% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน

นอกจากนี้ ธนาคารมีเป้าหมายเพิ่มผู้สมัครใช้งานบัตรเดบิตใหม่ 1.5 ล้านบัตร ปัจจุบันธนาคารมีฐานบัตรเดบิตกว่า 10 ล้านบัตร ทั้งนี้ “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” ยังมีแผนขยายความร่วมมือใหม่ ๆ กับหลากหลายพันธมิตรชั้นนำเพื่อเพิ่มเติมสิทธิประโยชน์และความคุ้มค่าอย่างต่อเนื่องอีกด้วย

สำหรับการเปิดตัว “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” ภายใต้แนวคิด “ปลอดภัย มั่นใจทุกการช้อปออนไลน์” เพื่อตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายคนทำงานรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบการอัพเดตเทรนด์และไลฟ์สไตล์ผ่านโลกโซเชียล รวมทั้งคุ้นเคยกับการช็อปปิ้งออนไลน์

โดยสามารถสมัครใช้บริการ “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” (Be1st Digital Card) ด้วยตนเองและควบคุมการใช้งานต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านโมบายแบงกิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ และเริ่มใช้งานได้ทันที กับร้านค้าออนไลน์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งยังสามารถนำไปผูกกับกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-wallet) ต่าง ๆ ได้สะดวกด้วย เช่น Rabbit Line Pay, Google Pay, Dolfin Wallet เป็นต้น

นอกจากความสะดวกสบายในการสามารถสมัครผ่านโมบายแบงกิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ และได้ใช้งาน “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” แบบทันทีแล้ว ธนาคารยังจัดทำบัตรคู่หู ที่มีการดีไซน์ใหม่ครั้งแรกของประเทศไทยของรูปแบบบัตรเดบิต โดยจะเป็นบัตรพลาสติก EMV Contactless ที่มีความปลอดภัยสูง ไม่แสดงข้อมูลเลขที่บัตรเดบิต, เลข CVC/CVN และวันที่หมดอายุบนบัตร

โดยจะแสดงเฉพาะชื่อ-นามสกุลของผู้ถือบัตร Function ATM ที่ต้องใช้คู่กับรหัส PIN 6 หลักที่ปลอดภัยสูง สามารถใช้ทำธุรกรรมฝาก-ถอน-โอน ผ่านตู้เอทีเอ็มได้ทุกธนาคารและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่ต้องการใช้บัตรถอนเงินในต่างประเทศ รวมถึงการรูดซื้อสินค้ากับร้านค้าในต่างประเทศที่ผู้ถือบัตรจะถูกขอให้แสดงบัตรที่มีชื่อตรงตาม Passport ในการซื้อสินค้า



โดยในช่วงเปิดตัวธนาคารจะจัดส่ง “บัตรเดบิตคู่หูแบบพลาสติกรูปลักษณ์ใหม่” (Physical Card) ให้แก่ลูกค้าที่สมัคร “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” ทุกท่านตามที่อยู่ที่ให้ไว้กับธนาคาร และลูกค้าสามารถเลือก Option ไม่ใช้บัตรพลาสติกได้หากไม่ต้องการใช้งาน สามารถกำหนดวงเงินทำธุรกรรม เปิด-ปิดการใช้งานบัตร (Enable – Disable Card Usage) เปลี่ยนแปลงวงเงินชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงอายัดบัตร ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

“กลุ่มเป้าหมาย ‘บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล’ เป็นคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มต้นทำงาน และลูกค้าที่มีดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ชื่นชอบการใช้จ่ายออนไลน์ ตอบโจทย์ทั้งความคุ้มค่าและสะดวกสบาย ซึ่งข้อมูลจาก Future Shopper 2564 โดยวันเดอร์แมน ธอมสัน ประเทศไทย ระบุว่า

ผู้บริโภคคนไทยกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำเทรนด์ช็อปปิ้งออนไลน์ด้วยสัดส่วนสูงถึง 94% สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 72% สอดคล้องกับ Thailand Digital Stat 2565 แต่อีกด้านหนึ่ง คนไทย 26.1% ก็ยังคงมีความกังวลต่อประเด็นการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคลทางการเงิน

ดังนั้น ‘บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล’ จึงสามารถตอบโจทย์ทั้งการอำนวยความสะดวกให้ผู้บริโภคผู้ถือบัตรเดบิต ขณะเดียวกันก็ยังช่วยคลายความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลทางการเงินในโลกออนไลน์ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้ถือบัตรได้ด้วยในคราวเดียวกัน”

นายโชคกล่าวต่อว่า แนวโน้มการใช้บัตรเดบิตเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการผ่านช่องทางออนไลน์ทั้งต่างประเทศและในประเทศไทยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา มีอัตราเพิ่มขึ้นทุกปี โดยปริมาณการใช้บัตรเดบิตชำระเงินให้ร้านค้าออนไลน์ในต่างประเทศปี 2564 เติบโตกว่า 10 เท่าจากปี 2559 ขณะที่มูลค่าธุรกรรมเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 6.2 เท่า จากการขยายตัวของดิจิทัลเพย์เมนต์

ขณะที่จุดเด่นของ “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” สามารถตอบโจทย์ได้ครบทั้งการอำนวยความสะดวกในการสมัครบัตรออนไลน์ผ่านโมบายแบงกิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ ใช้งานใช้จ่ายออนไลน์ได้ทันที และช่วยแก้ Pain point ที่ผู้บริโภคยังมีความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลในโลกออนไลน์ได้มั่นใจขึ้น จึงเชื่อว่าน่าจะเป็นบัตรเดบิตที่เข้าใจและตอบสนองความต้องการกลุ่มผู้ถือบัตรเดบิตได้อย่างสูงสุด

ด้าน “กลัฟ-คณาวุฒิ ไตรพิพัฒนพงษ์” นักแสดงหนุ่มมากความสามารถ ซึ่งเป็นพรีเซนเตอร์ ‘บัตร บีเฟิสต์ ดิจิทัล’ กล่าวว่า บัตรใบนี้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผมมาก ๆ นอกจากเรื่องการเล่นเกมออนไลน์ที่ปกติจะต้องใช้เงินซื้อไอเทมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยแล้ว ยังตรงกับไลฟ์สไตล์เรื่องการช็อปออนไลน์มาก

ซึ่งปกติผมสั่งซื้อของเกือบทุกอย่างผ่านออนไลน์ ไม่ว่าจะร้านค้าทั้งในและต่างประเทศ เพราะต้องทำงานเกือบทุกวัน จึงไม่มีเวลาไปเดินเลือกซื้อสินค้าที่ช็อปหรือที่ห้างสรรพสินค้าเอง

ดังนั้น เมื่อมีเวลาว่าง ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถเลือกดูและสั่งผ่านออนไลน์ได้ทันที และยิ่งมั่นใจสำหรับทุกธุรกรรมเมื่อชำระเงินด้วย “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” ไม่ว่าจะทำรายการโดยตรงหรือจะผูกเข้ากับ e-wallet ก็สะดวก ชำระเงินได้ทันทีโดยไม่ต้องหยิบบัตรมากรอกข้อมูลให้เสียเวลา เพราะมั่นใจได้เรื่องความปลอดภัย

“แม้ว่าผมจะซื้อของผ่านออนไลน์เยอะ แต่ก็จะค่อนข้างระมัดระวังเรื่องความปลอดภัยมาก ๆ นอกจากแพลตฟอร์มที่สั่งซื้อต้องน่าเชื่อถือ สั่งแล้วต้องได้ของที่เราอยากได้ อีกเรื่องคือ ความปลอดภัยของข้อมูล ทั้งข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลบัตรที่ใช้ชำระเงิน

ซึ่ง ‘บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล’ ของธนาคารกรุงเทพ ตอบโจทย์เรื่องนี้มาก ๆ ทำให้สั่งซื้อสินค้าและจ่ายเงินได้อย่างสบายใจ ซึ่งผมเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็มีไลฟ์สไตล์คล้ายกับผม ดังนั้น ผมแนะนำเลยว่า ‘บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล’ นี้จะตอบโจทย์การใช้งานได้ตรงใจทุกคน เหมือนกับที่ตรงใจผมแน่นอน”

“บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” เปิดตัวครั้งแรกวันนี้ (12 พฤษภาคม 2565) ในงานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ประจำปี 2565 “Money Expo 2022” และเพื่อเพิ่มความคุ้มค่าให้กับลูกค้าที่สมัคร “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” ตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2565

ผู้สมัครบัตรจะได้รับทั้ง Digital Card และ Physical Card (บัตรคู่หู) พร้อมสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็มถึง 3 ต่อ ประกอบด้วย ต่อที่ 1 ฟรีค่าธรรมเนียมบัตรมูลค่า 400 บาท ต่อที่ 2 รับส่วนลด Shopee มูลค่า 300 บาท

โดยกดรับสิทธิที่เมนู “ไลฟ์สไตล์ สิทธิพิเศษ” บนโมบายแบงกิ้ง และต่อที่ 3 รับโค้ดพิเศษ ทุกเดือน เมื่อใช้จ่ายผ่านบัตรตามเงื่อนไข ทั้งส่วนลด GrabFood 100 บาท, Grab 80 บาท, พิเศษ ส่วนลด GrabFood หรือ Grab 150 บาท เมื่อจ่ายด้วยบัตรผ่าน GrabPay ครั้งแรก และ รับเงินคืน True Money Wallet สูงสุด 100 บาท รวมมูลค่ากว่า 2,300 บาท (เงื่อนไขตามที่ธนาคารและบริษัทกำหนด)


ผู้สนใจสมัคร “บัตรบีเฟิสต์ ดิจิทัล” ง่าย ๆ ได้ด้วยตัวเองผ่านโมบายแบงกิ้ง จากธนาคารกรุงเทพ

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ