ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังรายงานการบริโภคส่วนบุคคล เริ่มชะลอตัว

ภาพ : pixabay

ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า หลังรายงานการบริโภคส่วนบุคคล เริ่มชะลอตัว ชี้เงินบาทอ่อนค่าส่งผลดีต่อภาคการส่งออก เแพาะเดือน เม.ย. 65 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงถึง 3.08% ทำให้การส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถังและอากาศยาน) เม.ย. ขยายตัว 4.98% 

ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันจันทร์ที่ 30 พฤษภาคม 2565 ค่าเงินบาทเปิดตลดเช้าวันนี้ (30/5) ที่ระดับ 34.10/12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ (27/5) ที่ระดับ 34.15/17 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ หลังกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 6.3% ในเดือน เม.ย. เมื่อเทียบรายปี โดยชะลอตัวลงหลังจากพุ่งแตะระดับ 6.6% ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี หรือนับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2525

ทั้งนี้ การชะลอตัวของดัชนี PCE ทั่วไปในเดือน เม.ย. ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2563 เมื่อเทียบรายเดือน ส่วนดัชนี PCE ทั่วไปปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือน เม.ย. จากระดับ 0.9% ในเดือน มี.ค. ทั้งนี้ ดัชนี PCE พื้นฐานชะลอตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 ในดือน เม.ย. ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563

               

นอกจากนี้ ผลสำรวจของมหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดิ่งลงสู่ระดับ 58.4 ในเดือน พ.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2554 และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 59.1 หลังจากแตะระดับ 65.2 ในเดือน เม.ย. ดัชนีความเชื่อมั่นได้รับผลกระทบจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้น ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคตต่างปรับตัวลง

สำหรับปัจจัยภายในประเทศ นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) เดือน เม.ย. 65 อยู่ที่ระดับ 91.79 ขยายตัว 0.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YOY) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8 ส่งผลให้ช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) ขยายตัวเฉลี่ย 1.37%

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการผลิต เดือน เม.ย. 65 เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศและหลายประเทศทั่วโลก เริ่มมีแนวโน้มคลี่คลาย มีการเปิดประเทศ ประชาชนสามารถออกมาใช้ชีวิตประจำวันและบริโภคได้ตามปกติมากขึ้น ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัว สะท้อนได้จากอุตสาหกรรมน้ำมันปิโตรเลียมยังขยายตัว 12.53% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7

ขณะที่การอ่อนค่าของเงินบาท ส่งผลดีต่อภาคการส่งออก (เดือน เม.ย. 65 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 3.08% เมื่อเทียบกับช่วงต้นปี’65) ทำให้สินค้าไทยสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก โดยการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม (ไม่รวมทองคำ อาวุธ รถถังและอากาศยาน) เดือน เม.ย. ขยายตัว 4.98%

ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 34.05-34.12 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 34.07/10 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ

สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโรเปิดตลาดเช้านี้ (30/5) ที่ระดับ 1.0730/32 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร แข็งค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อศุกร์ (27/5) ที่ระดับ 1.0700/02 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร ตามการอ่อนค่าของดอลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0726-1.0770 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0762/64 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร

สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยนเปิดตลาดเช้าวันนี้ (30/5) ที่ระดับ 127.13/15 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตาดเมื่อวันศุกร์ (27/5) ที่ระดับ 127.05/07 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวในกรอบแคบ หลังนักลงทุนรอติดตามปัจจัยใหม่ ๆ เพิ่มเติม ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 126.86-127.39 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 127.27/28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ

ข้อมูลเศรษฐิจสำคัญ ได้แก่ ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐเดือน พ.ค. (31/5), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อชิโคโก เดือน พ.ค. (31/5), การจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐเดือน พ.ค.จากเอดีพี (1/6), ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตสหรัฐเดือน พ.ค. (1/6), การจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือน พ.ค. (2/6)

สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -1.70/-1.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยง ภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -2.3/0 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ