ศึกชิงผู้จัดการ ตลท.คนใหม่ วัดพลัง “คนนอก-คนใน” แบบไร้เด็กเส้น ?

หนึ่งในประเด็นร้อนของแวดวงตลาดทุนที่หลาย ๆ คนเฝ้าจับตา คงหนีไม่พ้นเรื่องว่าที่ “ผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย” ที่จะเข้ามาทำหน้าที่แทน “เกศรา มัญชุศรี” ซึ่งกำลังจะหมดวาระในวันที่ 31 พ.ค.2561 โดย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้เปิดรับสมัครตั้งแต่ 18 ธ.ค.2560 และจะปิดรับสมัครในวันที่ 15 ม.ค.2561

เก้าอี้นี้ถือว่าสำคัญอย่างมาก เพราะนอกจากจะทำหน้าที่กุมชะตาตลาดการลงทุนของประเทศไทยแล้ว ยังเป็นผู้ดูแลขุมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่มีเงินกองทุน 25,398 ล้านบาท (ข้อมูล ณ ปี 2559) จึงทำให้สปอตไลต์จากทุกแห่งส่องมาที่นี่

ขณะที่ “เกศรา” กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯคนปัจจุบัน ได้แสดงเจตจำนงค่อนข้างชัดเจนว่า “จะไม่เดินหน้าต่อ” ในตำแหน่งที่ทำอยู่ แถมยังออกตัวว่า ตนเองอาจเป็นเพียงหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาก็เป็นได้ ดังนั้น กระบวนการคัดสรรกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯคนใหม่ จึงเกิดขึ้นเพื่อให้ผู้ที่มีความสามารถคนอื่น ๆ ได้เข้ามาวาดลวดลายแทน

โดยขั้นตอนและกระบวนการคัดเลือกจะมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบคุณสมบัติ เพื่อดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร และคณะอนุกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จะนำรายชื่อของผู้สมัครที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ มาคัดเลือกผู้ที่มีคุณสมบัติที่เหมาะสม และทำการสัมภาษณ์ผู้สมัครและคัดเลือกผู้สมัครให้เหลือไม่เกิน 3 ราย เพื่อให้บอร์ด ตลท.สัมภาษณ์เพื่อคัดเลือกผู้ที่เหมาะสมที่สุดมาดำรงตำแหน่ง กรรมการและผู้จัดการ ตลท.คนใหม่


“ปริญญ์ พานิชภักดิ์” กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซีแอลเอสเอ (ประเทศไทย) หนึ่งในกรรมการของตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า การรับสมัครกรรมการและผู้จัดการ ตลท.คนใหม่ เชื่อว่าจะได้รับความสนใจจากคนทั้งในวงการตลาดทุนและสายอื่น ๆ เข้ามายื่นใบสมัครอย่างมาก ซึ่งหลังจากวันที่ 15 ม.ค.นี้ที่ปิดรับสมัคร คาดว่าจะเริ่มรู้รายชื่อผู้ยื่นใบสมัครชัดเจนมากขึ้นว่ามีใครที่ชิงเก้าอี้บ้าง และจะเริ่มมีการสัมภาษณ์ผู้สมัครแต่ละรายในช่วงปลายเดือน ม.ค.

ในมุมมองของ “ปริญญ์” มองว่าคนที่จะมาเป็นกรรมการและผู้จัดการ ตลท.คนใหม่นั้น อันดับแรกต้องมีวิสัยทัศน์แบบคนรุ่นใหม่ เพื่อมารองรับกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่จะเข้ามาในตลาดทุนไทย รวมถึงต้องเป็นคนที่มีธรรมาภิบาลที่ดี ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นคนในแวดวงตลาดทุนเท่านั้น แต่เปิดรับทุกคนที่มีความรู้ความสามารถ เป็นคนดี และมีประสบการณ์ รวมถึงสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้แก่สื่อสารมวลชน และนักลงทุนได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ ว่าที่กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯคนใหม่ยังต้องประสานงานใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.), บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) และบริษัทจดทะเบียนเป็นอย่างดี เพราะต้องพัฒนาตลาดทุนให้ก้าวหน้าไปเรื่อย ๆ ซึ่งเชื่อว่าคนที่จะมาเป็นผู้ชิงตำแหน่งก็น่าจะมาจากหน่วยงานที่กล่าวไปข้างต้นนี้

ขณะที่แหล่งข่าวจากคณะกรรมการสรรหาอีกรายระบุว่า เท่าที่ทราบ ตอนนี้มีคนในของตลาดหลักทรัพย์ฯยื่นใบสมัครมาบ้างแล้ว และคนนอกก็ต้อนรับ ขอแค่มีความรู้ความสามารถตรงกับที่เราต้องการ ส่วนเด็กฝากที่มาจากกลุ่มผู้มีอำนาจจะเข้ามาสมัครก็ได้ แต่ในที่สุดก็ต้องโชว์วิสัยทัศน์อย่างโปร่งใส ต้องแข่งขันกับคนอื่นเช่นกัน ไม่ใช่ว่าจะเข้ามาทำงานได้เลย

รายงานข่าวระบุว่า คนในที่มีการจับตาว่าน่าจะเข้ามาชิงเก้าอี้ กรรมการและผู้จัดการ ตลท. ก็คือ ดร.สันติ กีระนันทน์ และ ดร.ภากร ปีตธวัชชัย ซึ่งทั้งคู่ปัจจุบันอยู่ในตำแหน่งรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ฯ

“อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” รมว.คลัง กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ตนยังไม่ทราบว่าใครจะได้รับการสรรหาเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการ ตลท.คนใหม่ เพราะเป็นเรื่องของทางบอร์ด ตลท.ที่ดำเนินการสรรหากันเอง

อย่างไรก็ตาม ผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการและผู้จัดการ ตลท.คนใหม่ จะต้องขับเคลื่อนแผนงานที่ ตลท.ได้วางไว้ในการพัฒนาตลาดทุนไทยให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น ทั้งในแง่การผลักดันให้มีผู้เล่นในตลาดหุ้นมากขึ้น การสนับสนุนผู้ประกอบการสตาร์ตอัพ และเอสเอ็มอี เพราะถือว่าเป็นหัวใจของประเทศไทยในอนาคต นอกจากนี้ยังต้องผลักดันให้ตลาดทุนไทยสามารถแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศได้ด้วย

“ตลาดหุ้นมีนโยบายที่วางไว้อยู่แล้ว เป็นแผนระยะ 4-5 ปี ซึ่งแยกเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งคือ พัฒนาตลาดเข้มแข็งให้สมาชิกเข้ามามากขึ้น มีผู้เล่นมากขึ้น ขณะเดียวกันก็ทำตัวให้ช่วยพวกรายเล็กรายน้อย พวกสตาร์ตอัพ เอสเอ็มอีต่าง ๆ ซึ่ง ตลท.ก็มีโครงการอยู่ ขณะเดียวกันก็ต้องคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันของ ตลท.เองด้วย ว่าจะแข่งขันกับตลาดหุ้นต่างประเทศได้แค่ไหน อันนี้ก็ขึ้นกับสินค้า และภาวะเศรษฐกิจของเราเอง ถ้าสินค้าดี เศรษฐกิจดี ก็ไปได้” อภิศักดิ์กล่าว

คงต้องรอลุ้นหลังปิดรับสมัครวันที่ 15 ม.ค.นี้ ว่าจะมีรายชื่อของใครปรากฏออกมาบ้าง ศึกวัดพลังระหว่างคนนอก คนใน และเด็กเส้น

ใครจะชนะได้กุมตำแหน่งนี้ก็คงต้องติดตามต่อไป