โดมปลูกผัก “ไฮโดรโปนิกส์” JD.com ใช้เทคโนโลยีควบคุมสีและขนาดของผัก

JD.com อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของจีน พยายามสานขึ้นเป็นอีคอมเมิร์ซรายใหญ่ที่ครองส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุดในจีน โดยหนึ่งในแผนการแตกไลน์ธุรกิจ ก็คือ ความร่วมมือกับ Mitsubishi Chemical ของญี่ปุ่น เพื่อสร้างโรงปลูกผักแบบ “ไฮโดรโปนิกส์” บนเนื้อที่ 11,040 ตารางเมตร เป็นขนาดใหญ่ที่สุดในจีน จุดประสงค์ก็เพื่อสำหรับการจำหน่ายสินค้าเกษตรบนแพลตฟอร์มของ JD.com

ทั้งนี้ จุดประสงค์ของไลน์ธุรกิจดังกล่าวนี้ ก็เพื่อตอบรับดีมานด์ของผู้บริโภคชาวจีนที่หันมาสนใจในเรื่อง “สุขภาพ” มากขึ้น และเลือกบริโภคสินค้าที่มีคุณภาพสูงขึ้น ที่น่าสนใจคือ JD.com เป็นธุรกิจอีคอมเมิร์ซรายแรกของจีนที่เปิดโรงเพาะ และปลูกผักเพื่อจำหน่ายบนแพลตฟอร์มของตัวเอง

เจ้าหน้าที่ของ JD.com กล่าวกับ สื่อมวลชนของไทยในขณะที่เยี่ยมชมโรงปลูกที่กรุงปักกิ่ง กล่าวว่า โรงเพาะปลูกนี้เป็นการปลูกด้วยวิธีไฮโดรโปนิกส์ในระบบปิด ซึ่งไม่ใช้ดิน โดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเข้ามาดูแลจัดการ เช่น การควบคุมปริมาณน้ำ และการให้ปุ๋ย เป็นต้น ซึ่งการที่ JD.com ได้เข้ามาควบคุมตั้งแต่กระบวนการต้นน้ำ ทำให้สามารถดูแลคุณภาพสินค้าได้ว่ามีความปลอดภัย 100% มีโภชนาการ และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ JD.com กล่าวด้วยว่า ผักที่ผ่านการปลูกจากโรงเพาะปลูกแห่งนี้ พบว่ามีสารอาหารที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย อยู่ที่ประมาณ 80% สะอาดมากกว่า และได้จำนวนผลิตผลที่มากกว่าวิธีการปลูกแบบอื่นโดยที่ผ่านมาสภาพอากาศในจีนส่วนใหญ่จะสามารถปลูกแบบในดิน ได้เพียง 3-4 ครั้งต่อปีเท่านั้น แต่สำหรับการปลูกแบบไฮโดรโปดิกส์ เราสามารถปลูกผักได้มากกว่า ถึง 19 ครั้งต่อปี

“เทคโนโลยีต่างๆ ที่ว่านั้น ทั้งที่ผ่านกระบวนการให้น้ำและปุ๋ย และอื่นๆ กระบวนการควบคุมเหล่านี้มีส่วนช่วยให้สีของผัก รวมถึงขนาดของผักในแต่ละหัวเท่ากัน เช่น ‘กะหล่ำปลี’ เราสามารถใช้เทคโนโลยีการควบคุมเพื่อทำให้กะหล่ำปลี มีสีที่เหมือนกันทั้งหมด รวมถึงจำนวนและขนาดของใบในแต่ละหัวก็เท่ากันด้วย”

นอกจากนี้ เทคโนโลยี Big Data ทาง JD.com ยังนำมาใช้กับการวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า เช่น ผักไหนที่ลูกค้าชอบซื้อมากที่สุด เพื่อนำไปขยายผลและเพิ่มการปลูก ลักษณะหรือขนาดผักแบบไหนที่ผู้บริโภคมักจะนิยมใช้มากที่สุด เป็นต้น โดยผักที่ปลูกในโรงเพาะเหล่านี้จะนำไปจำหน่ายผ่านช่องทางทั้งออนไลน์และออฟไลน์ของ 7FRESH ซูเปอร์มาร์เก็ตของ JD.com

ในปัจจุบันโรงเพาะปลูกแห่งนี้ ปลูกผักเพียง 10 ชนิดเท่านั้น แต่ในอนาคตมีแผนจะเพิ่มการปลูกผักที่หลากหลายขึ้น แต่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเป็นชนิดใดบ้าง ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ของ JD.com ระบุว่า ในส่วนของเทคโนโลยีของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะรับผิดชอบในด้าน “เทคโนโลยีโซลูชั่น” รวมถึงอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้ในโรงเพาะแห่งนี้ก็ถูกส่งมาจาก Mitsubishi เช่นเดียวกัน

 

 

Previous article“อากู๋ แกรมมี่” เปลี่ยนไป!! นั่งสมาธิตามหลวงพ่อชา ลดอารมณ์ร้อน ขี้โมโห มีสติขึ้น
Next articleศุภลักษณ์ จันทร์พิทักษ์ ซีอีโอมือปั้นพอร์ตแนวราบ “ออริจิ้น”