โควิดรีบาวนด์ : กินยาต้านไวรัสครบคอร์สแล้ว ทำไมยังพบติดเชื้อซ้ำ

โควิดรีบาวน์ โควิด-19 COVID-19
Photo by Rod Long on Unsplash

รู้จักโควิดรีบาวนด์ (COVID Rebound) เมื่อการทานยาครบคอร์ส ไม่ได้การันตีว่าไม่มีเชื้อโควิด-19 แล้ว

วันที่ 23 กันยายน 2565 แม้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศไทย จะอยู่ในจุดที่พบผู้ติดเชื้อน้อยลง มีมาตรการป้องกัน ประชาชนได้รับวัคซีนเป็นจำนวนมากแล้ว แต่วิวัฒนาการของโรคและการแพร่ระบาด อาจพัฒนาขึ้นได้อีกในอนาคต

หนึ่งในสถานการณ์ที่คุณหมอและวงการการแพทย์มีความเป็นห่วงอย่างมากเกี่ยวกับโควิด-19 คือ โควิดรีบาวนด์ (COVID Rebound) หรือการตรวจพบเชื้อโควิด-19 ซ้ำ หลังทานยาต้านไวรัสครบคอร์สแล้ว

เคสโควิดรีบาวนด์ในต่างประเทศ

ก่อนหน้านี้ “โควิดรีบาวนด์” เคยเกิดขึ้นแล้วกับโจ ไบเดน (Joe Biden) ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ซึ่งพบเชื้อโควิด-19 ตั้งแต่ 21 กรกฎาคมที่ผ่านมา และเข้ารับการรักษาตามกระบวนการ รับประทานยาต้านเชื้อไวรัสแพกซ์โลวิด (Paxlovid) เป็นเวลา 5 วัน กระทั่ง 26 กรกฎาคม ตรวจไม่พบเชื้อแล้ว และกลับไปทำงานต่อ

จากนั้น วันที่ 30 กรกฎาคม เว็บไซต์ Politico รายงานว่า แพทย์ประจำทำเนียบขาวเปิดเผยว่า โจ ไบเดน กลับมาตรวจพบเชื้ออีกครั้ง และต้องสังเกตอาการต่อไป แม้จะไม่มีอาการใด ๆ แสดงออกมา

แต่มีผู้ป่วยบางรายที่มีภาวะรีบาวนด์ แล้วอาการหนัก เช่น นพ.แอนโทนี เฟาซี (Anthony Fauci) ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดเชื้อแห่งชาติ และหัวหน้าที่ปรึกษาทางการแพทย์ของประธานาธิบดี ที่ต้องกลับมากินยาต้านเชื้อไวรัสแพกซ์โลวิดเพิ่มอีก 5 วัน

จุดร่วมสำคัญของทั้ง 2 เคสหลักที่หยิบมา คือ ยาต้านไวรัสแพกซ์โลวิด ซึ่งสอดคล้องกับการรายงานเคสรีบาวนด์อื่น ๆ พบประวัติการทานยาแพกซ์โลวิดเช่นเดียวกัน

เคสโควิดรีบาวนด์ในไทย

ขณะที่ในประเทศไทย นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ กล่าวว่า มีรายงานผู้ป่วยโควิด-19 เป็นผู้สูงอายุ วัย 79 ปี ได้รับการรักษาด้วยยาต้านไวรัสแพกซ์โลวิด (Paxlovid) ครบ 5 วัน ทำให้ผู้ป่วยดีขึ้น และผลการตรวจการติดเชื้อ ATK เป็นลบ แต่ 2-8 วันหลังหยุดยา หวนกลับมามีอาการป่วยอีก เหมือนกับการป่วยครั้งแรก และผลการตรวจ ATK กลับมาเป็นบวกใหม่

นพ.มนูญกล่าวเพิ่มเติมว่า ปรากฏการณ์ COVID-19 Rebound ในการทำศึกษาวิจัยยาแพกซ์โลวิดพบน้อยแค่ 2% แต่ในชีวิตจริงหลังหยุดยา การหวนกลับมาป่วยใหม่อาจมากกว่านั้น แต่ส่วนใหญ่อาการจะน้อย ไม่ต้องกินยาต้านไวรัสใหม่อีกรอบ กินยาตามอาการ หลังจากนั้นก็จะหายเอง

Advertisement

คำแนะนำป้องกันการเกิดรีบาวนด์

บีบีซีไทย รายงานว่า เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา ศูนย์ป้องกันและควบคุมโรคสหรัฐ หรือ CDC ยืนยันว่า แพกซ์โลวิด ยังคงเป็นยาต้านไวรัสที่ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีอาการน้อยถึงปานกลาง แล้วเสี่ยงที่จะมีอาการรุนแรง ควรได้รับทันทีหลังมีอาการป่วย เพราะมีประสิทธิภาพในการป้องกันไม่ให้อาการทรุดหนักและลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิต

ส่วนการกลับมาตรวจพบเชื้อไวรัสหรือมีอาการป่วยอีกครั้ง มักจะเกิดขึ้นในช่วง 2-8 วันหลังจากผู้ป่วยอาการดีขึ้น โดยการป่วยรอบใหม่อาการมักไม่รุนแรง และไม่จำเป็นต้องได้รับยาต้านไวรัสอีก พร้อมทั้งแนะนำผู้ป่วย COVID-19 Rebound กักตัวและสวมหน้ากากอนามัยต่อไปอีกอย่างน้อย 10 วัน หลังจากนั้นหากอาการดีขึ้นและไม่มีไข้เลยเป็นเวลา 24 ชั่วโมง แม้ไม่ได้กินยาลดไข้ จึงจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้

นอกจากนี้ ศูนย์ป้องกันและควบคุมฯยังขอความร่วมมือผู้ป่วยที่กลับมาป่วยหรือพบเชื้อซ้ำหลังได้รับการรักษาด้วยยาดังกล่าว ติดต่อไฟเซอร์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตยาแพกซ์โลวิด เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยต่อไป