สั่งหยุดก่อสร้าง ชั่วคราว เซ่นตึกย่านพระราม 9 ถล่ม

ตึกย่านพระราม 9 ถล่ม
ศูนย์ภาพเครือมติชน

สั่งหยุดการก่อสร้าง 30 วัน โครงการก่อสร้างเหตุคานถล่มทับคนงานบาดเจ็บ

วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2566 มติชน รายงานว่า จากกรณีอาคารก่อสร้างที่พักอาศัย ย่านพระราม 9 ถล่มทับลูกจ้างชาวเมียนมาบาดเจ็บ 5 ราย เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ นายไพฑูรย์ งามมุข ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง

พร้อมด้วย รศ.สิริวัฒน์ ไชยชนะ อุปนายก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, รศ.เอนก ศิริพานิชกร ประธานคณะทำงานประสานงานด้านภัยพิบัติจากอาคารถล่ม สภาวิศวกร และนายนิศิต วนิชรานันท์ คณะทำงานประสานงานด้านภัยพิบัติจากอาคารถล่ม เข้าตรวจสอบที่ไซต์งานก่อสร้างเพื่อหาสาเหตุการถล่ม

ตึกย่านพระราม 9 ถล่ม
ภาพจาก มติชน

ภายหลังการตรวจสอบ นายไพฑูรย์เปิดเผยว่า ขณะนี้สำนักเขตห้วยขวางได้ออกคำสั่งปิดกั้นบริเวณดังกล่าว และห้ามใช้ทันทีทุกอาคารที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้าง มีสภาพ หรือมีการใช้ที่อาจเป็นภยันตรายต่อสุขภาพ ชีวิต ร่างกาย หรือทรัพย์สิน อาจไม่ปลอดภัยจากอัคคีภัย

ก่อให้เกิดเหตุรำคาญ กระทบกระเทือนต่อการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 46 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ประกอบกับข้อ 7 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 47 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522

Advertisment

สั่งให้เจ้าของอาคารดำเนินการเพื่อบรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดภยันตรายดังกล่าวตามรายการแนบท้ายคำสั่งนี้ให้เสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เจ้าของอาคารได้รับคำสั่งนี้ หากพ้นกำหนดนี้แล้วจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป โดยห้ามมิให้ใช้ หรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้อาคาร จนกว่าจะมีการแก้ไขเพื่อบรรเทาเหตุที่อาจก่อให้เกิดภยันตราย

ทั้งนี้ ผู้ได้รับคำสั่งจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ภายใน 30 วัน นับแต่วันทราบคำสั่ง

โดยทำเป็นหนังสือและยื่นต่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นผู้ออกคำสั่งนี้ ถ้าไม่ปฏิบัติตามจะมีโทษตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนมีความผิด มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และปรับวันละ 30,000 บาท ตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน

ตึกย่านพระราม 9 ถล่ม
ศูนย์ภาพเครือมติชน

รศ.สิริวัฒน์กล่าวว่า โครงสร้างอยู่ในช่วงระหว่างการเทคอนกรีต คนงานเริ่มเทคอนกรีตตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนเกิดเหตุ 2-3 หลังเรื่อยมาจนถึงช่วงเย็น อาจทำให้เกิดความเหนื่อยล้าในการทำงาน เมื่อเทปูนแล้วไม่สามารถเกลี่ยปูนให้ทั่วได้ทัน หรือทำให้ล่าช้า เนื่องจากร่างกายอ่อนล้าและอาจมีปัญหาเกิดการพับทางหักลงของตัวพื้นคอนกรีต ทำให้ส่วนพื้นหล่นลงมาทับทั้งหลัง

Advertisment

รศ.สิริวัฒน์กล่าวว่า นอกจากนี้ เสาค้ำยันอาจไม่แข็งแรงพอ และจะต้องมีการตรวจสอบว่าแบบที่ขออนุญาตไว้นั้น ก่อสร้างมาถูกต้องหรือไม่ โดยจำเป็นจะต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกในส่วนของโครงสร้างที่พังลงมา โดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จะทำการแถลงข้อสรุปให้ทราบต่อไป

ด้าน รศ.เอนกล่าวว่า มีความกังวลเรื่องโครงสร้างที่เหลือ เนื่องจากการดำเนินการก่อสร้างพบข้อบกพร่องหลายจุด เช่น เรื่องนั่งร้านที่ไม่ปลอดภัยกับคนงานก่อสร้าง ทั้งนี้ ได้ให้คำแนะนำผ่านสำนักโยธา ไปยังกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ทำการแก้ไขให้เกิดความปลอดภัยมากขึ้น จากการตรวจสอบวัสดุที่ใช้พบว่าเป็นวัสดุที่ใช้การก่อสร้างทั่วไป

สำหรับกรณีนี้เป็นการก่อสร้างอาคารขนาดเล็ก แต่ลักษณะการพังเป็นการพังทั้งหลัง พบว่าเป็นอันตรายไม่ค่อยได้เกิดเหตุเช่นนี้บ่อย จึงจะนำกรณีนี้ไปศึกษาเพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยยิ่งขึ้นในการก่อสร้างอาคารขนาดเล็กต่อไป