สธ.คุมเข้ม ‘ไข้หวัดใหญ่’ หลังพบนักศึกษาราชภัฎอุดรธานีป่วย 134 ราย เฝ้าระวังผู้ป่วยเพิ่ม

เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม นพ.โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ที่หอพักมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ว่า ได้รับรายงานจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานีว่า ขอชื่นชมการทำงานของพื้นที่ที่มีการทำงานอย่างรวดเร็ว และต้องขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดที่ลงไปช่วยควบคุมโรคและสื่อสารเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อเท็จจริง ซึ่งจากการสอบถามพบว่า ทางพื้นที่ได้ส่งทีมสอบสวนโรคเคลื่อนที่เร็วลงไปดำเนินการทันทีที่ได้รับแจ้งจากมหาวิทยาลัยเมื่อคืนวันที่ 27 กรกฎาคม 2560 ได้ตรวจคัดกรองใน 3 หอพัก พบนักศึกษา 134 คน มีไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง ได้ให้ยาต้านไวรัส โอเซลทามีเวียร์รักษาผู้ป่วยกินต่อเนื่อง 5 วัน และเปิดโรงพยาบาลสนามภายในมหาวิทยาลัยเพื่อดูแลผู้ป่วยที่ต้องสังเกตอาการ ส่งตัวผู้ที่มีอาการมากไปรักษาที่โรงพยาบาลอุดรธานี 3 ราย และดูแลผู้สัมผัสใกล้ชิดผู้ป่วย 333 ราย พร้อมทั้งเฝ้าระวังผู้ป่วยรายใหม่ทุกวัน ล่าสุด วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 พบผู้ป่วยใหม่ลดลงเหลือ 17 ราย จากเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่พบ 34 ราย ซึ่งเบื้องต้นถือว่าควบคุมโรคได้ และจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นต่อไป

นพ.โสภณ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ได้แนะนำมหาวิทยาลัย งดกิจกรรมการรับน้องใหม่และกิจกรรมอื่น ๆ ร่วมกันจำนวนมาก แยกนักศึกษาที่ป่วยและให้หยุดเรียนจนกว่าจะหายป่วย และให้ความรู้นักศึกษาในการดูแลสุขภาพตนเอง ป้องกันการติดเชื้ออย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นฤดูฝน ซึ่งเป็นช่วงที่จะพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลสูงขึ้น หลายพื้นที่มีฝนตกหนัก อากาศชื้น เชื้อไวรัสเจริญแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว กระทรวงสาธารณสุข ได้รณรงค์ให้กลุ่มเสี่ยงซึ่งหากป่วยแล้วมีอาการรุนแรง อาทิ ผู้สูงอายุ ไปรับการฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 3 สายพันธุ์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน ที่สำคัญคนที่ป่วยเป็นไข้หวัด มีไข้ ไอ ขอให้ป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่คนอื่น โดยใส่หน้ากากอนามัยหยุดเรียน หยุดพักงานจนกว่าจะหาย

“สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้ดูแลรักษาสุขอนามัยที่ดี หมั่นล้างมือด้วยน้ำและสบู่ หลีกเลี่ยงคลุกคลีกับผู้ป่วย ไม่ใช้ของใช้ร่วมกับผู้ป่วย ไม่อยู่ในที่ที่มีผู้คนแออัดและอากาศถ่ายเท เป็นเวลานาน สวมเสื้อผ้าหนาๆ ให้ความอบอุ่นร่างกายอย่างเพียงพอ ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากป่วยเป็นไข้หวัด มีไข้สูง อาการไม่ดีขึ้นใน 48 ชั่วโมง หอบเหนื่อยหรืออยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรพบแพทย์ทันทีเพื่อรับการรักษาป้องกันภาวะแทรกซ้อนโรค สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422” นพ.โสภณกล่าว

 

ที่มา มติชนออนไลน์

Previous articleอธิบดีกรมท่าอากาศยาน เตรียมลงสำรวจพื้นที่-ความเสียหาย สนามบินสกลนคร 29 ก.คนี้
Next articleรีพับลิกันเสียงแตก”จอห์น เเมคเคน” ลงมติให้เดโมเเครต วุฒิสภาสหรัฐค้านเลิกใช้”โอบามาแคร์”