ดร.สุรชาติ วิจารณ์คำสั่งนายกฯ 10 ข้อ ไม่ควรใช้ สมช.เป็นคณะเจรจาสันติสุข

ดร.สุรชาติ บำรุงสุข

ดร.สุรชาติ นักวิชาการดัานความมั่นคง วิเคราะห์ 10 ข้อ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ตั้งหัวหน้าคณะเจรจาสันติสุขชายแดนใต้ เรียกร้องเปิดงบประมาณการเจรจา ตั้งแต่ยุคยิ่งลักษณ์-ปัจจุบัน

วันที่ 28 พฤศจิกายน 2566 ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สุรชาติ บำรุงสุข จากรัฐศาสตร์ จุฬาฯ ให้สัมภาษณ์ในรายการ “เจาะลึกทั่วไทย” ที่มี ดนัย เอกมหาสวัสดิ์ และอมรรัตน์ มหิทธิรุกข์เป็นผู้ดำเนินรายการ หลังจาก นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ลงนามในคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่344/2566 เรื่องแต่งตั้งคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้

โดยมี นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหัวหน้าพูดคุย และมีคณะพูดคุย ประกอบด้วย เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้, ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ, ผู้แทนกระทรวงยุติธรรม, โดยมีผู้แทนสำนักงาน สมช., ผู้แทนกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นคณะพูดคุย และเลขานุการร่วม ในวานนี้ (27 พ.ย.)

โดย ดร.สุรชาติ กล่าวว่าประเด็นเรื่องความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ข้อที่ 1 คือ ปีหน้าเป็นปีที่ 20 ของเหตุการณ์ปล้นปืน 4 มกราคม 2547 ที่จะถึงนี้จะครบ 20 ปีเต็ม ในปี 2567 ยังไม่มีทิศทางว่าจะจบ

ข้อที่ 2 ในรอบ 20 ปีเราเห็นเหตุร้ายเกิดหมื่นกว่าครั้ง รุนแรงสูงสุดในปี 2550 เกิดเหตุ 1,407 ครั้ง เสียชีวิต 392 คน และน่าสนใจรุนแรงน้อยสุดปี 2563 คือปีที่โควิดระบาด เกิดเหตุ 57 ครั้ง เสียชีวิต 36 คน เสียชีวิตน้อยที่สุดปี 2565 จำนวน 20 กว่าคน

ข้อที่ 3 ความรุนแรงทำให้เกิดการเสียชีวิต และปัญหาทางทรัพย์สินของคน จะเห็นว่า ยอดคนเสียชีวิตทั้งหมดจาก 4 มกราคม 2547 ถึง สิงหาคม 2566 เสียชีวิต 5,868 ราย บาดเจ็บ 12,600 กว่าราย

แต่ประเด็นที่น่าสนใจต่างจาก ความรุนแรง และสถานการณ์ในเวทีโลก สัดส่วนเจ้าหน้าที่รัฐกับประชาชนที่เสียชีวิตเนี่ย เกือบเท่ากันเลย ยอดคนบาดเจ็บเท่ากันในเวทีโลก ยอดเสียชีวิตจะเป็นประชาชนจริงๆ อย่างที่เราเห็นในพื้นที่ฉนวนกาซ่า

ข้อ 4 งบประมาณในพื้นที่ดังกล่าว ในรอบ 20 ปี หรือพูดง่าย ๆ คือ 20 ปีวงรอบของงบประมาณ เราใช้เงินไป 4.9 แสนล้านบาท

ข้อ 5 ความรุนแรงเกิดขึ้นต่อเนื่อง แล้วลดลงในปี 2563 แต่หลังจากปี 2563 ที่มีโควิดระบาด ไม่มีการเพิ่มขึ้น หรือ ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

ข้อ 6 การเจรจาที่เกิดตั้งแต่รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ยังไม่เห็นทิศทางว่าจะลดความรุนแรงได้จริง แต่ก็ต้องทำต่อ

ข้อที่ 7 ข้อดี คือ ความรุนแรงยังเกิดในพื้นที่จำกัด ไม่มีการยกระดับของความรุนแรง และขยายตัวรอบพื้นที่

ข้อ 8 คำถามใหญ่ที่ทุกคนมักจะถามเวลาพูดถึงเรื่องภาคใต้ ตกลงคู่เจราจาอีกฝ่ายหนึ่งบนโต๊ะ คือใคร ฝ่ายนั้นจะยอมรับหรือไม่ เนื่องจากการก่อเหตุในภาคใต้ต่างจากในเวทีโลกทั้งหมดเลย ไม่มีที่ไหนที่การก่อเหตุไม่มีการประกาศความรับผิดชอบเหมือนในภาคใต้ไทย เพราะที่อื่นเค้าจะประกาศเลย

ข้อที่ 9 ปัญหาภาคใต้ และการเจรจาจะเป็นโจทย์ของฝ่ายความมั่นคง ที่น่าปวดหัวของทุกรัฐบาล แล้วจะเป็นปัญหาให้กับกองทัพไปอีกระยะหนึ่งจนกว่าจะจบ

ข้อ 10 สุดท้าย ปีหน้าจะเป็นปีที่ 21 ของความรุนแรงในภาคใต้ เราเห็นความเปลี่ยนแปลงทั้งปัจจัยภายใน ภายนอก ปัจจัยภายในชัดคือบทบาทพรรคการเมืองที่พยายามนำเสนอเรื่องภาคใต้ ปัจจัยภายนอกคือ ปัญหาสงครามในตะวันออกกลาง

เปลี่ยนภาพลักษณ์ที่ผูกติดกับรัฐบาลทหาร

ทีนี้พอดูเรื่องคำสั่งของคณะเจรจา อาจจะต้องทำความเข้าใจว่า ในการเจราจาหัวหน้าคณะ หรือ ทีมเจราจาต้องมีหลัก ดังนี้

ข้อ 1 คนเจรจาเป็นคนที่มีความรู้  ความเข้าใจ ปัญหาสำคัญต้องเข้าใจปัญหา เงื่อนไข และแรงขับเคลื่อนความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ข้อ 2 การเจรจาเป็นหลักการธรรมดาเลย รู้เขารู้เรา ปัญหาคือเรารู้จักฝ่ายตรงข้ามบนโต๊ะเจรจาแค่ไหน เรารู้จักฝ่ายตรงข้ามในสนามรบแค่ไหน

ข้อ 3 การเจรจาทางการเมือง คือการต่อรอง คำถามคือ คณะเจรจาฝ่ายไทย มีความเข้าใจ และมีทักษะ ของการต่อรองในทางการเมืองอย่างไร หรือไม่

ข้อ 4 หัวหน้าคณะผู้เจรจา ไม่ควรเป็นข้าราชการระดับสูงที่ยังรับราชการอยู่ เพราะเป็นข้าราชการจะผูกมัดกับสถานะของประเทศมาก นั่นหมายความว่าในหลายประเทศจะไม่ใช้ ในหลายประเทศ

ข้อ 5  คณะเจรจาอย่างนี้จะใช้คนที่มีฐานะเป็นผู้แทนพิเศษ ไม่ผูกมัดรัฐบาล และต้องเลิกคิดแบบรัฐราชการไทย คือทุกอย่างต้องเป็นราชการ ฟิลิปปินส์ใช้ที่ปรึกษา เป็นผู้ดำเนินการ

ข้อ 6 ผมคิดว่าวันนี้ มีเสียงเรียกร้องมาตลอดว่า หัวหน้าคณะควรเป็นพลเรือน คือเปลี่ยนภาพลักษณ์ของหัวหน้าคณะที่ผูกติดกับรัฐบาลทหาร เพราะก่อนรัฐบาลทหารตั้งแต่ยุคคุณยิ่งลักษณ์ ทั้งหนดหัวหน้าคณะเจรามียศทั้งหมด พล.ท. พล.อ.ทั้งนั้น

ข้อ 7 ไม่ควรเอาสมช.(สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ) มาทำหน้าที่เป็นคณะเจรจา เพราะทำให้ สมช.จะติดกับดักกับงานภาคใต้ และ สมช.มีงานอื่นต้องทำ เว้นแต่ สมช.จะไม่ทำงานอื่น เราก็จะยุบ สมช.ทิ้ง เพราะเอกสารชุดนี้เข้าใจว่ามาจาก สมช.

ข้อ 8 ดร.สุรชาติ เชื่อว่า เอกภาพทางความคิดของคณะผู้เจรจาฝ่ายเรามีปัญหามาตลอด ยังเชื่อว่าจนถึงวันนี้ คณะเจรจาฝ่ายไทย ไม่มีเอกภาพทางความคิด

ข้อ 9 หน่วยงาน กอ.รมน.ในคำสั่งนี้มาทำอะไร กอ.รมน. เป็นองค์กรยุทธวิธีที่ทำงานระดับล่างโดยหลักการพื้นฐาน ไม่ใช่องค์การที่มีบทบาทการเจรจาทางการเมืองระดับบน เพราะเอาทหารมาอย่างน้อยควรเป็นบทบาทของกองทัพภาคที่ 4 แต่เผอิญระบบทหารไทย กองทัพภาคกับ กอ.รมน. สวมหมวก 2 ใบ กินเงินเดือน 2 ข้าง กินเงินเดือนทั้ง 2 ทาง รับเงิน กอ.รมน.อีก

นี่เป็นสาเหตุให้ปัญหาภาคใต้เป็นแหล่งผลประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุด ไม่ใช่กับฝ่ายทหารเท่านั้น แต่รวมถึงเงินในสปต. (สภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้)

ข้อ 10 การเจรจาถ้าจะได้ผล คณะเจรจาชุดใหม่ ต้องสละตัวเองให้หลุดจากการควบคุมของกลุ่มอำนาจเดิมในภาคใต้ที่มีผลประโยชน์อย่างยาวนานในกระบวนการการเจรจา

ดร.สุรชาติ ยังกล่าวอีกว่า เราเห็นบทบาทของตัวละครที่เป็นทหารบางส่วนที่ยังเข้ามาคุมงานเจรจาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังรัฐประหาร 2557 กลุ่มพวกนี้ตนคิดว่าวันนี้ ไม่มีชุดความคิดใหม่ๆ ที่จะผลักดันให้การเจรจาคืบหน้า ตนเชื่อว่ากลุ่มเหล่านี้ สุดท้ายคำตอบเป็นปัญหาเดียว “การเจรจาเป็นแหล่งผลประโยชน์ที่ใหญ่ที่สุดชุดนึง” ของงานภาคใต้

เพราะการเจรจาทั้งหมดดำเนินการโดยฝ่ายทหาร ไม่ใช่กองทัพบก แต่เป็นกลุ่มทหารที่มีบทบาทตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2557 แม้กระทั่งเกษียณอายุแล้ว ก็ยังคงควบคุมทิศทางอยู่ คนที่ถูกเลือกเข้าสู่ คณะการเจรจา ในช่วงที่ผ่านมาทั้งหมด อยู่ภายใต้อิทธิพล 2 ส่วน อิทธิพล อิทธิพลทางความคิดส่วนนึง และอิทธิพลต่อการกระทำอีกส่วนนึง

“วันนี้ผมอยากเรียกร้อง ขอให้เปิดงบประมาณการเจรจาทั้งหมด ตั้งแต่ยุครัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ อยากเห็นตัวเลขจริงๆ เพราะงบส่วนนึงผมเชื่อว่ามีงบแฝงภายใต้งบเจรจาอย่างเดียว”

ดร.สุรชาติ กล่างถึงคำสั่งล่าสุดที่มีการแต่งตั้งคณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนใต้ โดยมี นายฉัตรชัย บางชวด รองเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นหัวหน้าพูดคุย โดยมีความเห็นว่า “คนในวงการความมั่นคงรู้ดี เมื่อเห็นชื่อนั้น”

“ผมเชื่อว่าการที่ไม่มีสำนักข่าวกรอง ถูกตีความ 2 อย่าง ก็คือ สมช.พยายามดันสำนักข่าวกรองออก แต่ในทางกลับกัน ผมคิดว่าเป็นข้อดี เพราะสำนักข่าวกรองแห่งชาติ หรือ สขช. เป็นหน่วยงานปิด ไม่ควรเอาเข้าไปในบทบาทโดยตรง เพราะฉะนั้นการเข้าไปมีบทบาทโดยตรงเราจำเป็นจะต้องเปิดตัวคนของเรา มันมีวิธีคิดได้ 2 อย่าง”


“ส่วนสำคัญทีมการเจรจาต้องอาศัยงานทั้งสำนักข่าวกรอง ข่าวของ ขกท.(หน่วยข่าวกรองของทหาร) และข่าวของสันติบาล เพราะอีกส่วนนึงคนที่คุมการเจรจาของฝั่งมาเลเซีย เป็นสันติบาลมาเลเซีย ไทยยังจำเป็นต้องอาศัยความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสันติบาลไทย และสันติบาลมาเลเซีย” ดร.สุรชาติ บำรุงสุข กล่าว