อัพเดต ‘BKK Zero Waste’ ยกระดับทิ้งไม่เทรวม-ลดขยะ 1,000 ตัน/วัน

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ เทศกาลแห่งความสุขคนไทย และแน่นอนว่าเป็นเทศกาลผลิตขยะครั้งมโหฬารเช่นกัน

ต้นเดือนเมษายน 2567 ที่ผ่านมา “กทม.-กรุงเทพมหานคร” จัดอีเวนต์สรุปผลการดำเนินโครงการ BKK Zero Waste ต่อยอดแคมเปญไม่เทรวม

ยกระดับ “ขยะทองคำ”

“เรื่องการแยกขยะเป็นนโยบายที่ยากมาก เพราะประชาชนชอบบอกว่าถึงแยกไป เจ้าหน้าที่ กทม.ก็เก็บรวมอยู่ดี การทำงานครั้งนี้ทำให้เห็นถึงความพยายามที่เป็นรูปธรรม หัวใจอยู่ที่รายละเอียดการใส่ใจว่าผู้ผลิตขยะมีพฤติกรรมอย่างไร และ กทม.ก็ต้องปรับตัวเองตาม ต้องให้ความสะดวก โดยแยกประเภทพฤติกรรมของผู้ผลิตขยะให้ชัดเจน กำหนดเป้าหมาย ดำเนินการระยะยาว และหาวิธีในการขยายให้ครอบคลุมทุกเขต ขอบคุณทุกคนที่ได้มาร่วมกัน และเชื่อว่าต่อไปขยะจะกลายเป็นทองคำและสิ่งที่มีค่าได้” คำกล่าวของ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการ กทม.

ทั้งนี้ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาคีเครือข่าย จัดงานสรุปผลการดำเนินโครงการ BKK Zero Waste ต่อยอด
แคมเปญไม่เทรวม ภายใต้โครงการพัฒนาเขตนำร่องการจัดการขยะมูลฝอยที่ต้นทางอย่างยั่งยืนในกรุงเทพฯ พร้อมมอบเกียรติบัตรให้แก่หน่วยงานที่ร่วมส่งเสริมการจัดการปัญหาขยะมูลฝอยที่ต้นทาง ส่งเสริมให้นำทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ 84 แห่ง

เริ่มต้นที่คัดแยกขยะต้นทาง

“พรพรหม วิกิตเศรษฐ์” ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนของกรุงเทพมหานคร (Chief Sustainability Officer) ระบุความคืบหน้าการดำเนินโครงการไม่เทรวมว่า กทม.ให้ความสำคัญกับการลดขยะตั้งแต่ต้นทาง คัดแยก และนำไปใช้ประโยชน์

Advertisment

ควบคู่กับการรณรงค์ส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการขยะ ณ แหล่งกำเนิด ตามนโยบายสร้างต้นแบบการแยกขยะ ต่อยอดให้การแยกระดับเขตสมบูรณ์ครบวงจร เกิดผลเป็นรูปธรรม และลดปริมาณมูลฝอยเศษอาหารที่ถูกทิ้งรวมมากับมูลฝอยทั่วไป

ก่อนหน้านี้ในปี 2566 กทม.ร่วมกับ สสส. และภาคีเครือข่าย พัฒนาโครงการ “BKK Zero Waste ต่อยอดแคมเปญไม่เทรวม” นำร่องใน 3 เขต ได้แก่ 1.หนองแขม 2.พญาไท 3.ปทุมวัน

เน้นส่งเสริมให้สถานประกอบการและประชาชนคัดแยกขยะเศษอาหาร ตั้งแต่ต้นทาง ทำให้ในปี 2566 มีแหล่งกำเนิดที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 2,805 แห่ง แยกขยะเศษอาหารได้ทั้งหมด 22,140 ตัน หรือ 180 ตัน/วัน

“ในปีงบประมาณ 2567 กทม.ตั้งเป้าลดขยะให้ได้ 200 ตัน/วัน และเพิ่มขึ้นในปี 2568 เป็น 500 ตัน/วัน ปี 2569 จำนวน 1,000 ตัน/วัน”

Advertisment

ไม่เทรวม รถแยกขยะ กทม.

เล็งใช้มาตรการภาษี-ค่าฟี

ตัดฉากมาที่การดำเนินการในปี 2567 มีหน่วยงานที่เข้าร่วม แบ่งเป็นตลาด 184 แห่ง แยกเศษอาหารได้ 76 ตัน/วัน สถานศึกษา 457 แห่ง แยกเศษอาหารได้ 19.4 ตัน/วัน ห้างสรรพสินค้า 114 แห่ง แยกเศษอาหารได้ 23.3 ตัน/วัน และโรงแรม 136 แห่ง แยกเศษอาหารได้ 17.7 ตัน/วัน

โดยสถิติในปี 2566 พบว่าจำนวนขยะลดลงจากปี 2565 เฉลี่ย 204 ตัน/วัน หรือ 74,460 ตัน/ปี คิดเป็นเงิน 141,474,000 บาท

“สำหรับในเฟสต่อไป ต้องดึงประชาชนมาเข้าร่วมโครงการให้มากขึ้น โดยใช้มาตรการทางด้านเศรษฐศาสตร์ หรือมาตรการภาษี ค่าธรรมเนียม และต้องทำให้เห็นว่าเมื่อแยกขยะแล้ว กทม.ก็ไม่เทรวม”

รู้จักหนอนแมลงทหารดำ

“รศ.ดร.พันธวัศ สัมพันธ์พานิช” ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสภาวะแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลการดำเนินงานโครงการ BKK Zero Waste ใน 3 เขตพื้นที่นำร่อง พบว่า ปริมาณขยะจากแหล่งกำเนิดมีปริมาณลดลง 123.70 ตัน/วัน ปริมาณขยะฝังกลบลดลง 958.91 ตัน/วัน เทียบเท่ากับช่วยลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก 1,666.10 ตันคาร์บอนไดออกไซด์

ขณะนี้ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางผ่านเว็บไซต์ bkkzerowaste.org แสดงผลการจัดการขยะที่ต้นทางเป็นรายเขต เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ ติดตาม ประยุกต์ใช้ และวางแผนเชิงนโยบายต่อไป

พร้อมเตรียมจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้การจัดการขยะอินทรีย์ด้วยหนอนแมลงทหารดำ ที่สามารถกำจัดขยะอินทรีย์กว่า 200 ตัน/ปี ช่วยลดผลกระทบปัญหาสุขภาพของประชาชน และช่วยรัฐบาลลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะในระยะยาว

นำกลับมาใช้ซ้ำ 14.86%

“ศรีสุวรรณ ควรขจร” กรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า ขยะมูลฝอย นอกจากเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรค ยังก่อให้เกิดการปนเปื้อนของขยะพลาสติกลงสู่แหล่งน้ำ กลายเป็นไมโครพลาสติกกลับเข้าสู่ร่างกาย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพรุนแรง

สสส.ได้กำหนดให้การขับเคลื่อนงานลดผลกระทบสุขภาพจากมลพิษทางสิ่งแวดล้อม เป็น 1 ใน 7 เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ระยะ 10 ปี

โดยมุ่งเน้นการลดและคัดแยกขยะมูลฝอยที่ต้นทาง ปรับพฤติกรรมลดสร้างและคัดแยกขยะ รวมถึงการจัดการขยะอย่างยั่งยืน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่มีผลต่อสุขภาพของประชาชน

“กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ผลิตขยะมูลฝอยมากที่สุดในไทย สสส.สานพลัง กทม. ภาคีเครือข่าย พัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ พร้อมสนับสนุนชุดเครื่องมือด้านการจัดการขยะ ส่งเสริมให้บ้าน วัด โรงเรียน ชุมชน อาคาร สำนักงาน องค์กร โรงแรม และห้างสรรพสินค้าในพื้นที่นำร่อง 3 เขต เกิดการมีส่วนร่วมและมีจิตสำนึกพลเมืองลดการสร้างขยะและคัดแยกขยะที่ต้นทาง ทำให้เกิดวัสดุรีไซเคิลและขยะอินทรีย์ที่นำมาใช้ประโยชน์ซ้ำ 884.51 ตัน หรือคิดเป็น 14.86% ของปริมาณขยะทั้งหมด”