ส่องความเห็นคนดัง หลังวอยซ์ทีวี ประกาศเลิกกิจการ ปิดเส้นทางสื่อ 15 ปี

Voice TV วอยซ์ทีวี
อัพเดตล่าสุด ณ วันที่ 26 เมษายน 2567 เวลา 19:07 น.

ส่องความเห็นคนดังบนโลกออนไลน์ หลังวอยซ์ทีวี ตัดสินใจเลิกกิจการ ปิดเส้นทางสื่อ 15 ปี ทยอยเลิกออกอากาศทุกช่องทางภายในพฤษภาคมนี้

จากกรณีที่ วอยซ์ทีวี (Voice TV) ประกาศเลิกกิจการ โดยให้เหตุผลว่า เนื่องจากกลไกตลาด เทคโนโลยีแพลตฟอร์มมีผู้ผลิตมากมายและหลากหลาย ที่สามารถสานต่อภาระกิจสังคมต่าง ๆ ได้ ขณะที่ประชาธิปไตยกำลังลงหลักเพื่อเริ่มต้นต่อไปได้

ทันที่ที่มีการรายงานข่าวการเลิกกิจการของ Voice TV ในหลายสำนักข่าว ก็มีความคิดเห็นที่เกิดขึ้นหลากหลาย เกี่ยวกับการตัดสินใจปิดตัวของ Voice TV

เริ่มต้นที่ “แขก คำผกา” หรือ ลักขณา ปันวิชัย หนึ่งในผู้ดำเนินรายการของวอยซ์ทีวี ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “เรื่องปิดกิจการ #voicetv CEO จะแถลง 16.30 น. ค่า และเราจะทำรายการถึงวันที่ 17 พฤษภาคมนี้ Stay tune ค่า ทุกคน!! ทุกคนไม่ต้องเป็นกังวลนะคะ เรายังอยู่กันแถวนี้ค่า โลกยังไม่แตกนะคะพี่น้อง”

Advertisment

ศาสตราจารย์ ดร.ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ นักวิชาการชื่อดัง ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ไม่ใช่นางงามนะคะ ที่ว๊อยซ์ต้องปิดตัวค่ะ ดิชั้นสะใจ สมน้ำหน้าที่ปล่อยให้ผู้ดำเนินรายการดูถูกคนดูมาตลอดเวลา พอคนไม่ดูต่อ จนรายการเจ๊ง จนพนักงานตกงาน แล้วจะมาเรียกร้องคนดูที่เคยถูกดูถูกในวันนั้น ออกมาให้ความสงสารเห็นใจพนักงานที่ตกงาน เรียกร้องว่าอย่าสะใจกันเลย ค่ะ สังคมเปี่ยมคุณธรรม ก็ไหนอวดรวยว่าเจ้าของว๊อยซ์เป็นอภิมหาเศรษฐี งั้นพนักงานคงได้เงินค่าตอบแทนเพียงพอในระหว่างหางานใหม่ ถ้าพนักงานจะเจ็บช้ำ ไม่ใช่เจ็บช้ำเพราะความสะใจของคนดูค่ะ ต้องเจ็บช้ำเพราะผู้ดำเนินรายการที่เป็นต้นเหตุให้ตกงาน Period!”

พิภพ อุดมอิทธิพงศ์ นักแปลอิสระ ระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ควรจะโกรธคนที่สั่งยุบ #VoiceTV ไม่ใช่คนดูที่ถูกพิธีกรหลักของ Voice ดูแคลนมาตลอดสิครับ

การที่ #ทักษิณ ทอดทิ้ง #VoiceTV ผมมองว่าไม่ต่างจากที่เขาก็ไม่เอา #คนเสื้อแดง แล้ว พรรคการเมืองของเขาก็เลิกสนใจคนเสื้อแดงไปแล้ว ตั้งแต่ทักษิณได้กลับมาเสวยอำนาจ นักลงทุนอย่างเขาบรรลุเป้าหมายของเขาแล้ว เขาพร้อมจะ move on ก็แค่นั้น มันเหมือนการ cut loss ของคนเล่นหุ้นน่ะ

Advertisment

แต่ผมเห็นใจคนเล็กคนน้อยที่ทำงานใน Voice และหวังว่าท่านจะได้งานทำที่เหมาะสมต่อไป

ผมไม่มีความสะใจหรือไม่สะใจกับการปิด Voice เพราะเลิกดู เลิกสนใจ ไม่ได้มองว่า Voice เป็น “สื่อ” มาสักพักหนึ่งแล้ว ไม่มีจริยธรรม ไม่มีหลักการด้านวารสารศาสตร์ พ่นคำหยาบจนลีน่าจังยังบอกว่า “อย่าเอามาเทียบกับ-ู”

ปล. ใครไม่เห็นด้วยกับผม ไม่ต้อง unfriend ผมนะ ถ้ายังรับฟังความเห็นที่แตกต่างกันได้อยู่”

สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด นักกิจกรรมทางการเมือง ได้โพสต์ผ่าน X @nuling ถึงข่าวดังกล่าวว่า “ขอบคุณสำหรับบทบาทสื่อเพื่อประชาธิปไตยในอดีตที่ผ่านมา และขอเป็นกำลังใจให้พนักงานและผู้จัดรายการทุกท่าน”

อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ผ่าน X @AmaratJeab ระบุเช่นกันว่า “แม้ช่วงหลังจะน่าผิดหวังเพราะบิดเบี้ยวจากหลักการไปมาก แต่อย่างไรก็ดีขอบคุณการเกิดขึ้นของ @VoiceTVOfficial สื่อที่เคยสร้างคุณูปการให้สังคมไทย

สื่อที่เคยกล้าหาญ ยืนตัวตรงนำเสนอข่าวที่สื่ออื่นๆ ต่างเซ็นเซอร์ตัวเองช่วงรัฐประหารต่อเนื่องมาถึงรัฐบาลจากการสืบทอดอำนาจ ถือเป็นบทบาทสื่อมวลชนที่น่าจดจำ”

อธึกกิต แสวงสุข คอลัมนิสต์ เจ้าของนามปากกา “ใบตองแห้ง” โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “Voice TV ไม่ได้มีแค่ผู้ดำเนินรายการหน้าจอ ยังมีน้องๆ พนักงานหลังจออีกร้อยกว่าชีวิต ซึ่งมีความคิดเห็นแตกต่างกันไป

ในเบื้องต้นก็เป็นคนเกลียดรัฐประหาร ชิงชังความอยุติธรรม รักประชาธิปไตย ไม่งั้นคงไม่ทำ Voice แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนเห็นดีเห็นงามกับพรรคเพื่อไทย หรือเลือกเพื่อไทยกันหมด มีไม่ใช่น้อยที่อึดอัด คับข้อง กับการข้ามขั้ว แต่เขาไม่มีทางเลือกมากนัก ในการเปลี่ยนงาน

อันความสะใจนั้น เข้าใจได้ แต่ก็ให้คู่กันไปกับความเข้าใจเห็นใจทุกคน”

ทั้งนี้ วอยซ์ทีวี มีการออกแถลงการณ์ถึงผู้ชม ระบุความตอนหนึ่งว่า “วันนี้ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น ประเมินกิจการและภาวะวิกฤตในอุตสาหกรรมอย่างรอบด้านแล้ว มีความเห็นสรุปปิดกิจการ เนื่องจากกลไกตลาด เทคโนโลยีแพลตฟอร์มมีผู้ผลิตมากมายและหลากหลาย ที่สามารถสานต่อภาระกิจสังคมต่าง ๆ ได้ ขณะที่ประชาธิปไตยกำลังลงหลักเพื่อเริ่มต้นต่อไปได้

จากนี้ทางบริษัทจะมีการจ่ายชดเชยให้พนักงานทุกคนตามกฎหมายอย่างเป็นธรรม โดยเราจะทยอยหยุดออกอากาศทั้งบนทีวีและออนไลน์ภายในเดือนพฤษภาคมนี้”