“สรยุทธ” เปิดใจครั้งแรก ขอบคุณศาลอุทธรณ์ให้ความเป็นธรรมยกฟ้อง

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ให้สัมภาษณ์หลังฟังคำสั่งศาลอุทธรณ์ คดีอัยการยื่นฟ้องข้อหาปลอมแปลงเอกสารสิทธิ์ หลังศาลอุทธรณ์มีคำสั่งยืนตามศาลชั้นต้นให้จำหน่ายคดี ว่า “ขอบคุณศาลอุทธรณ์ที่เมตตาให้ความเป็นธรรม พิพากษายืนยกฟ้องในคดีนี้ ด้วยเหตุว่าเป็นคดีที่กล่าวหาในเรื่องเดียวกันกับคดีก่อน จึงเป็นการฟ้องซ้ำ อย่างที่ผมได้เคยร้องกับอัยการมาแล้ว”

นายสรยุทธ กล่าวว่า “ในข้อเท็จจริงคดีนี้ผมถูกกล่าวหาว่าร่วมกับเจ้าหน้าที่ อสมท. คนหนึ่ง ปลอมแปลงเอกสาร เป็นข้อกล่าวหาซึ่งถ้าจะอธิบายสั้นๆ คือว่าสาระของคดีนี้ เอกสารที่ว่านี้ ถ้าน้องๆ อยู่ในวงการโทรทัศน์ก็จะเข้าใจว่า มันคือเอกสารใบคิวโฆษณาที่บริษัทไร่ส้ม ทุกวันก่อนจะออกอากาศก็จะส่งไปที่ อสมท เพื่อให้เขาเอาไปจัดทำใบคิวโฆษณาเพื่อจะออกอากาศ ไร่ส้มก็ส่งไปทุกวันตามปกติ ปีกว่าสองปี จนกระทั่งเดือนกรกฎาคม 2549 อสมท มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารที่รับผิดชอบฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดคิว ก็ปรากฎว่าผู้บริหารคนใหม่ที่เข้ามาระบุว่า พบว่าไร่ส้มมีโฆษณาเกิน เพราะฉะนั้นแจ้งว่า ไร่ส้มมีโฆษณาเกิน ผู้บริหาร อสมท คนใหม่คนนี้ก็สั่งให้มีการตรวจสอบ

โดยตรวจสอบเป็นสองทาง ทางหนึ่งก็คือให้แผนกหรือฝ่ายที่รับผิดชอบโดยตรง ไปตรวจสอบว่าไร่ส้มมีโฆษณาเกินเท่าไหร่ ตรงนี้แหละที่มันเกิดปัญหาขึ้น เพราะมีเจ้าหน้าที่ อสมท คนหนึ่ง ไปใช้ ลิควิดหรือใช้น้ำยาลบคำผิดไปป้ายลบรายการโฆษณาบางรายการของใบคิวไร่ส้ม ที่ส่งไปให้ตั้งนานแล้ว เดือนกรกฎาคม 2549 จู่ๆ ก็ไปลบ เพราะฉะนั้นมันก็ได้ตัวเลขอย่างหนึ่ง ในขณะที่อีกทางหนึ่งที่ทางผู้บริหารสั่งให้ตรวจสอบก็คือ ให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ตรวจสอบโดยฝ่ายนี้ของไร่ส้ม ส่งใบคิวต้นฉบับที่เราเคยส่งไปแล้วทั้งหมด ต้นฉบับจริงเราก็ให้ความร่วมมือส่งไปให้ อสมท ตามที่ขอความร่วมมือ ซึ่งก็ปรากฎว่า ฝ่ายนี้ก็ยืนยันว่า ต้นฉบับที่เราส่งไปมันไม่มีการลบ ไม่มีการปกปิด มันเป็นรายการจริง เหมือนที่เราส่งไปตั้งแต่ต้น ตรงกับเอกสารต่างๆ ทุกประการ ก็คือ ไม่ได้ลบ”

“ข้อนี้ผมก็พยายามที่จะทำให้เห็นว่า ในขณะที่เราถูกขอให้ส่งเอกสารไปให้ อสมท ตรวจสอบอีกทางหนึ่ง ขณะนั้นเราก็ไม่ได้รู้ว่าเจ้าหน้าที่คนนี้ในการตรวจสอบอีกทางหนึ่งไปใช้ ลิควิดลบ ทางไร่ส้มก็ส่งไป ถ้าผมมีเจตนาไม่ดี เจตนาทุจริต ผมก็คงไม่ส่งต้นฉบับไปให้ หรือผมก็คงต้องลบให้มันเหมือนกัน แต่นี่มันก็แสดงให้เห็นถึงความสุจริตที่เกริ่นไว้แต่ต้นว่า เขาขอดู ผมก็ส่งให้ตรงตามความเป็นจริง ขณะที่การที่เจ้าหน้าที่คนนี้ไปลบในใบนี้อย่างที่ผมอธิบายไป น้องๆ ที่อยู่ในวงการทีวีจะทราบ ผู้ผลิตเขาจะส่งคิวว่า เขาต้องการออกอากาศอะไร สถานีก็จะเอาไปจัดลำดับ ในกรณีนี้ใบที่เขาลบก็คือสำเนาที่ผมส่งไปนานแล้ว แล้วเขามาลบในภายหลังเมื่อมีการตรวจพบแล้ว แต่ว่ากระบวนการที่เอาไปจัดทำคิวทั้งหมด ในแต่ละวันจะออกมาเป็นเอกสารอย่างน้อย 16 ชุด ซึ่งมีโฆษณาครบหมด มีข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ มีเอกสารยืนยัน 16 ชุด เพราะฉะนั้นการไปลบใบสำเนาที่ว่านี้ มันจึงไม่มีผลที่จะไปปกปิดอะไรได้เลย มันผิดปกติเลย มันปกปิดอะไรไม่ได้เลย ซึ่งอันนี้เป็นที่มาที่ไปของคดีนี้”

นายสรยุทธ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องอื่นๆ ตนขออนุญาต เพราะว่าอย่างเรื่องคงจะมีคนถามว่า แล้วทำไมโฆษณาเกิน คือเรื่องโฆษณาเกิน ในข้อเท็จจริง อสมท ก็มีโฆษณาเกินเช่นเดียวกัน อันนี้เป็นข้อเท็จจริง มันเป็นเรื่องที่พิพาทกันอยู่ในทางแพ่งก็เห็นไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมไม่ขอกล่าว เพราะกำลังอยู่ในการพิจารณาของศาล

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศาลจะนัดฟังคำสั่งอุทธรณ์ เมื่อไหร่ นายสรยุทธ กล่าวว่า น่าจะวันที่ 29 ส.ค.นี้

เมื่อถามว่า เรื่องการปลอมเอกสาร หรือการใช้ลิควิดลบมันจะทำให้มีผลอีกศาลหนึ่งด้วยไหม นายสรยุทธ กล่าวว่า “มันเป็นดุลยพินิจของศาล ผมก็ทำเต็มที่ในการจะชี้แจงถึงความบริสุทธิ์ อย่างที่ผมบอกว่า ถ้าผมไปทุจริต ประพฤติมิชอบ ทำไมผมถึงจะส่งตัวจริงไปให้ตรวจสอบทันที ทั้งที่ผมก็ไม่รู้ว่า อีกด้านหนึ่งอีกทางหนึ่งที่เขาตรวจสอบคู่ขนาน เขาไปลบกันเพื่ออะไร”

เมื่อถามว่า แต่ในการเขียนอุทธรณ์มีการสู้ประเด็นนี้ด้วยหรือไม่ นายสรยุทธ กล่าวว่า ในการอุทธรณ์ก็ทำเต็มที่ เขียนทุกประเด็น

เมื่อถามว่า ประเด็นนี้เราได้นำเสนอมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นไปด้วยหรือเปล่า นายสรยุทธ กล่าวว่า “ในศาลชั้นต้นก็จะเป็นการสืบพยาน อันนี้คงพูดได้ เป็นเรื่องในศาลชั้นต้น ก็เป็นการสืบพยานที่ทำให้เห็นว่า ไร่ส้มส่งคิวตรงตามความเป็นจริง พยานก็ยืนยันอย่างนั้น ใบคิวที่เราส่งชั้นต้น แต่อสมท ตอนที่เราสืบชั้นต้น ท่านก็ยอมรับว่าเมี่อเขาเรียกให้เราส่งต้นฉบับ เราก็ส่งตามความเป็นจริง ไม่ได้มีรอยลบ เขาก็บอกว่า สามารถเอาไปตรวจว่าเราไม่ได้ลบอะไรเลย”

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในส่วนของรอยลบลิควิดมีอยู่ในศาลชั้นต้นด้วยไหม นายสรยุทธ กล่าวว่า มีหมด

เมื่อถามว่า ถ้าอย่างนี้วันที่ 29 สิงหาคม ที่จะต้องมาฟังคำพิพากษาศาลอุทธณ์ มีการเตรียมตัวอย่างไร เพราะโทษก็หนักอยู่ นายสรยุทธ กล่าวว่า “ก็ได้ทำเต็มที่ เท่าที่ผมจะทำได้แล้ว ก็ใช้เวลา พยายามที่จะทำให้ศาลท่านเมตตา ให้ความเป็นธรรม ได้เห็นว่าข้อเท็จจริงมันเกิดอะไรขึ้นอย่างไร แต่ข้อเท็จจริงเป็นดุลยพินิจของศาล ซึ่งเราต้องให้ความเคารพ

เมื่อถามว่า ช่วงนี้ทำอะไรอยู่ นายสรยุทธ กล่าวว่า “ช่วงนี้ก็ คนมีคดีนะครับ จะมาบอกว่า สบายใจก็คงไม่ใช่ ฉะนั้นก็คงบอกแต่ว่า ทุกอย่างที่เราได้ทำมา เราทำเต็มที่ สิ่งที่เราทำมาก็น่าจะเป็นประโยชน์ที่ทำให้สังคมได้เห็นบ้าง และน่าจะได้เห็นเจตนาเราว่า มันเกิดอะไรขึ้นอย่างไร ก็อยู่ว่างๆ ครับ”

 


ที่มา ข่าวสดออนไลน์