“บิ๊กตู่”ขอบคุณสื่อไทยไม่รบกวนชีวิตทีมหมูป่า กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลกวดขันคุ้มครองตามหลักสากล

นายกฯ ขอบคุณสื่อไม่รบกวนชีวิตทีมหมูป่า 13 คนและครอบครัว ย้ำเป็นดุลพินิจควรทำหรือไม่ กำชับเจ้าหน้าที่ดูแลกวดขันคุ้มครองตามหลักสากล

เมื่อวันที่ 21 ก.ค. พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และนักจิตวิทยา โดยไม่ไปสัมภาษณ์หรือรบกวนการใช้ชีวิตของเยาวชนทีมฟุตบอลหมูป่าอะคาเดมีทั้ง 13 คน และครอบครัว ซึ่งถือเป็นการเคารพสิทธิส่วนบุคคลและสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองเด็กด้วย


“นายกฯ ระบุว่า กรณีของสื่อต่างชาติที่ไปสัมภาษณ์เด็กและพ่อแม่ถึงที่บ้าน ทราบว่าไม่ได้ประสานงานกับทางอำเภอแม่สายก่อน จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมอย่างมาก ดังนั้น เรื่องนี้น่าจะเป็นอุทาหรณ์ให้กับสื่อมวลชนและสังคมได้เป็นอย่างดี”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไม่มีใครบังคับหรือจำกัดสิทธิของใครได้ แต่ถือเป็นดุลพินิจของแต่ละบุคคลว่าสิ่งใดควรทำหรือไม่ควรทำ และหน่วยงานของรัฐได้ชี้แจงแนวทางอย่างชัดเจนไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายดูแลกวดขันเรื่องการดูแลเด็กตามหลักสากล รวมถึงการติดต่อขอสัมภาษณ์เด็กและครอบครัวให้มากขึ้น ซึ่งเบื้องต้นได้รับทราบว่าครอบครัวของเด็กก็ไม่สบายใจที่มีสื่อติดต่อขอสัมภาษณ์เป็นจำนวนมาก เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อการเรียนและชีวิตส่วนตัว

โดย จ.เชียงรายได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลเรื่องนี้และเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเด็กทั้ง 13 คน ประกอบด้วยผู้แทนจากหลายฝ่าย เช่น นักจิตวิทยา นักพัฒนาสังคม ฯลฯ และมีนายอำเภอแม่สาย เป็นหัวหน้าทีม จึงแนะนำให้ผู้ปกครองเด็กส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการของอำเภอ เพื่อช่วยพิจารณาถึงความเหมาะสมต่อไป

“นายกฯ ได้รับทราบว่า ขณะนี้มีบริษัทภาพยนตร์ต่างประเทศ และบริษัทของไทยส่วนหนึ่งมีความประสงค์จะจัดสร้างภาพยนตร์เกี่ยวกับการช่วยเหลือทีมหมูป่าออกจากถ้ำหลวง โดยส่วนตัวมองว่าเรื่องนี้เป็นข่าวที่รับรู้ไปทั่วโลก และจะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของประเทศ แต่ทุกอย่างจะต้องวางแผนเตรียมการให้ดี เพื่อให้เกิดผลได้มากกว่าผลเสีย จึงจะมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติขึ้นมาดูแลเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่ง ครม.จะได้พิจารณารายละเอียดในเร็ว ๆ นี้” พล.ท.สรรเสริญกล่าว