“เขื่อนวชิราลงกรณ” ปรับเพิ่มระบายน้ำอีก เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำเตรียมรับมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 50 ซม.

เขื่อนวชิราลงกรณ ปรับเพิ่มการระบายน้ำผ่านสปิลเวย์อีกวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. รวมเป็น 58 ล้าน ลบ.ม./วัน ขณะที่แจ้งเตือนพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำแควน้อย เตรียมรับมวลน้ำที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 50 ซม.

จากกรณีการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ ได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำ เพื่อพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำฯ โดยระบายผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้าน ลบ.ม. และระบายผ่านทางระบายน้ำล้น (Spillway) วันละ 10 ล้าน ลบ.ม. รวมเป็นการระบาย วันละ 53 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 23-27 สิงหาคม 2561 และต่อมาได้ขอขยายระยะเวลาการระบายน้ำจำนวนดังกล่าวต่อไปอีกจนถึงวันที่ 3 กันยายน 2561 เนื่องจากสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่า ยังมีปริมาณฝนที่ตกเหนือเขื่อนมาก จึงเป็นเหตุให้ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่างเก็บน้ำฯ มีแนวโน้มสูงขึ้น นั้น

ล่าสุดวันนี้ 31 ส.ค.61 นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ ทำการแทน ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ทำหนังสือที่ กฟผ.954400/00228 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2561 เรื่อง ปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ กรณีพิเศษ ถึง หัวหน้าศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดกาญจนบุรี ระบุว่า ตามที่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เขื่อนวชิราลงกรณ ปัจจุบันได้มีการระบายน้ำเพื่อพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำฯ โดยจะระบายผ่านช่องทางปกติ วันละ 43 ล้าน ลบ.ม. และระบายผ่าน ทางระบายน้ำล้น (Spillway) วันละ 10 ล้าน ลบ.ม. รวมเป็นการการบายน้ำ วันละ 53 ล้าน ลบ.ม. จนถึงวันที่ 3 กันยายน 2561 นั้น เนื่องด้วยปัจจุบันปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ยังไม่มีแนวโน้มลดลงเนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ซึ่งยังมีกำลังแรงต่อเนื่อง มีผลทำให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำมีมากถึงร้อยละ 94 ของความจุเก็บกักปกติ มากกว่าเกณฑ์ควบคุม (URC) 2.46 ม. และตามมติที่ประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 5/2561 เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2561 และ ประกาศศูนย์เฉพาะกิจติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ กฟผ. ฉบับที่ 2/2561 เรื่อง ปรับเพิ่มการระบายน้ำเขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนศรีนครินทร์ ให้ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณปรับแผนเพิ่มการระบายน้ำขึ้นวันละ 5 ล้าน ลบ.ม. เป็นวันละ 58 ล้าน ลบ.ม. ตั้งแต่วันที่ 4 – 30 กันยายน 2561 โดยปริมาณน้ำที่ระบายเพิ่มขึ้นยังไม่เกินความจุของลำน้ำแควน้อยบริเวณ อำเภอทองผาภูมิ และ อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี แต่อาจมีพื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำบางแห่งได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เอ่อสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 50 ซม.

ทั้งนี้ กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ จึงขอแจ้งประสานงานให้กับผู้เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ระบายน้ำที่จะเพิ่มขึ้น และขอยืนยันว่าสภาพตัวเขื่อนมีความมั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัยสูง โดยมีเจ้าหน้าที่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ ซึ่งมีความจุอ่าง 8,860 ล้านลูกบาศก์เมตร ที่ระดับ 155 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) โดยข้อมูล ณ วันที่ 30 สิงหาคม 2561 เวลา 07.00 น. มีปริมาณน้ำในเขื่อน 8,329 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 94.01% โดยวานนี้ (30 ส.ค.61) ได้มีการระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำ 52.31 ล้านลูกบาศก์เมตร (รวมระบายน้ำผ่านสปิลเวย์ 10.55 ล้าน ลบ.ม.แล้ว) ขณะที่มีน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ 86.91 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 153.61 ม.รทก. เพิ่มขึ้นจากวันที่ 29 สิงหาคม 2651 (153.52 ม.รทก.) 0.09 เซนติเมตร ซึ่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณยังสามารถรับน้ำได้อีก 530 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 5.9%
ส่วนสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ ปัจจุบัน (วันที่ 31 สิงหาคม 2561 เวลา 08.00 น.) อยู่ที่ระดับ 175.88 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง (ม.รทก.) เป็นปริมาณน้ำ 16,068.81 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 90.55% โดยวันนี้มีแผนการระบายน้ำ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่วานนี้ (30 ส.ค.61) มีน้ำเข้าอ่างเก็บน้ำเขื่อนศรีนครินทร์ 56.52 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ระดับ 175.86 ม.รทก. เพิ่มขึ้นจากวันที่ 29 สิงหาคม 2651 (175.77 ม.รทก.) 9 เซนติเมตร และได้มีการระบายน้ำออกตามแผนการระบายน้ำ 20.13 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเขื่อนศรีนครินทร์ยังมีพื้นที่รับน้ำได้อีก 1,684.07 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 9.49%

Advertisment

 

ที่มา : มติชนออนไลน์