ยุติ! สำรวจถ้ำหลวง น้ำยังท่วมทางไปหาดพัทยา คาดต้องรออีก 1 เดือน

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 17 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีเจ้าหน้าที่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือ กองเรือยุทธการ กองทัพเรือ หรือหน่วยชีล

พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมกำลังกว่า 35 นายเข้าไปสำรวจภายในถ้ำหลวงวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ต.โป่งผา อ.แม่สาย จ.เชียงราย เพื่อตรวจสภาพถ้ำและเตรียมการนำอุปกรณ์ที่ตกค้างอยู่ภายใน ระหว่างปฏิบัติการช่วยเหลือทีมหมูป่าอะคาเดมี 13 ชีวิต ตั้งแต่กลางปี 2561

แต่ปรากฎว่าหลังการสำรวจผ่านไปได้ประมาณ 5 ชั่วโมง คณะทั้งหมดนำโดยนายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นายกมลไชย คชชา ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 15 พลร.ต.อาภากร อยู่คงแก้ว ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการหน่วยชีล นำคณะเดินทางกลับสู่ปากถ้ำก่อนเวลา จากที่เคยประเมินว่าจะต้องใช้เวลาสำรวจประมาณ 6-8 ชั่วโมง

เจ้าหน้าที่ระบุว่าหลังจากสำรวจจากปากถ้ำ ไปถึงบริเวณสามแยกภายในถ้ำระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร พบว่าบริเวณสามแยกมีน้ำท่วมขังตรงทางไปหาดพัทยาและเนินนมสาว ซึ่งเยาวชนทีมหมูป่าเคยประสบเหตุติดถ้ำอยู่ รวมทั้งยังมีตะกอนทรายปิดปากช่องทางเข้าออก ทำให้ไม่สามารถทำการสำรวจต่อไปได้

อย่างไรก็ตามตลอดรายทางเจ้าหน้าที่ได้จดบันทึกข้อมูลและบันทึกภาพวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ภายในทั้งหมดแล้ว รวมทั้งเก็บขยะใส่ถุงดำออกมาอีกด้วย ขณะที่น้ำจากปากถ้ำไปจนถึงสามแยกเหือดแห้ง แต่ตลอดเส้นทางมีความยากลำบากโดยเฉพาะตรงโถงที่ 2 ที่เป็นทางยาวและมีลักษณะเป็นหน้าผาสูงรวมทั้งซอกหิน ขณะที่ตลอดทางยังมีน้ำหยดจากผนังด้วย

สำหรับการสำรวจพบว่าตลอดรายทางมีสายอ๊อกซิเจน ท่อน้ำ เชือกที่ใช้โยงเพื่อการเดินทาง โดยเฉพาะจากโถงที่ 2-3 โดยโถงที่ 2 พบขวดอัดอากาศประมาณ 100 กว่าขวด สายเชือกโยงเส้นทาง วิทยุสื่อสาร เครื่องสูบน้ำ เปลสนามที่ใช้ลำเลียงเยาวชนทั้ง 13 คนออกมาระหว่างวันที่ 9-11 ก.ค.

ส่วนโถงที่ 3 พบขวดอัดอากาศประมาณ 100 กว่าขวด เปลสนาม วิทยุสื่อสาร เครื่องสูบน้ำขนาดต่างๆ กระดาษฟรอยด์ อาหารเหลวหรือเพาเวอร์เจล ฯลฯ ส่วนอุปกรณ์ที่อยู่ถัดจากสามแยกเข้าไปยังไม่สามารถสำรวจได้นั้นเจ้าหน้าที่คาดว่าจะใช้ระยะเวลาอีก 1 เดือน เพื่อรอให้น้ำแห้งก่อนจึงเข้าไปสำรวจอีกครั้งต่อไป

นายจงคล้ายกล่าวว่า ปฎิบัติการครั้งนี้เป็นเพียงการเข้าไปสำรวจภายในถ้ำหลวงเท่านั้น ยังไม่มีการเก็บกู้หรือพื้นฟูพื้นที่แต่อย่างใด โดยเป้าหมายให้เจ้าหน้าที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปทำการสำรวจอุปกรณ์ต่างๆ ของหน่วยงานตนเองที่ตกค้าง แต่ยังไม่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายหรือนำออกมา จากนั้นจะนำไปรายงานให้อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เพื่อปรึกษาหารือว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

พล.ร.ต.อาภากร กล่าวว่าภารกิจครั้งนี้คงเป็นการสำรวจดูก่อน ว่าส่วนใดควรนำออกมาหรือไม่ต้องเอาออกมา โดยแค่ขวดอัดอากาศก็มีอยู่รวมกันเกือบ 400 ขวดแล้ว แต่จากการกลับเข้าไปในถ้ำอีกครั้ง ก็ทำให้น่าสงสัยอย่างมากว่าพวกเราได้ขนสิ่งต่างๆ เหล่านี้เข้าไปในถ้ำได้อย่างไร ซึ่งก็แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายนั่นเอง

 

Advertisement

 

 

ที่มา ข่าวสดออนไลน์