ถก 9 จังหวัดแก้ปัญหาหมอกควัน “พล.อ.ศิวะ ภระมรทัต” ราชองครักษ์ในพระองค์ 904 ลงพื้นที่ ระดมกำลังตั้งชุดเฉพาะกิจ-สร้างเครือข่าย ระงับไฟป่า

ผู้สื่อข่าว “ประชาชาติธุรกิจ” รายงานว่าในการประชุมแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า 9 จังหวัดภาคเหนือ เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2562 ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ จากปัญหาวิกฤตฝุ่นละอองขนาดเล็กในพื้นที่ 9 จังหวัดภาคเหนือ ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัยของประชาชนในหลายพื้นที่ และยังไม่มีแนวโน้มลดลง

พลเอกศิวะ ภระมรทัต ราชองครักษ์ในพระองค์ 904 ปฏิบัติหน้าที่ผู้บัญชาการศูนย์อำนวยการใหญ่ โครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดำริ เราทำความดีด้วยหัวใจ ได้ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อติดตามสถานการณ์หมอกควันและไฟป่า และประชุมแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าร่วมกับนายวิจารย์ สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช พลโทสุภโชค ธวัชพีระชัย แม่ทัพน้อยที่ 3 รองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ผู้อำนวยการสำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้ง 9 จังหวัดภาคเหนือ และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ณ ศูนย์อำนวยการสั่งการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดเชียงใหม่ บริเวณพื้นที่ปลอดภัย (SAFETY ZONE)

ที่ประชุมได้ข้อสรุปว่าต้องเร่งดับไฟที่เกิดขึ้นแล้วอย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันการลุกลาม และป้องกันไม่ให้เกิดไฟใหม่ขึ้นมาอีก โดยสามารถแจ้งเหตุไฟป่าได้ที่สายด่วน (Hotline) เฝ้าระวังไฟป่าของกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หมายเลข 1362 ส่วนพื้นที่ที่เข้าถึงยากเช่นภูเขาสูงพื้นที่ลาดชันต้องเน้นทำความเข้าใจกับหมู่บ้านโดยรอบและสร้างเครือข่ายลาดตระเวน/เฝ้าระวังพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดไฟ หรือเกิดน้อยที่สุด

โดยให้จัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจ (ศูนย์ปฏิบัติการร่วม) เพื่อบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันของทุกหน่วยงาน ซึ่งที่ประชุมมอบหมายให้ฝ่ายทหารเป็นผู้ปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้การบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะ CEO ซึ่งเป็นลักษณะแบบ Single Command โดยเน้นความสำคัญตั้งแต่ระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้าน โดยกำนัน และผู้ใหญ่บ้านเป็นกลไกสำคัญในการเข้าถึงประชาชนและผลักดันการดำเนินงานให้ประสบผลสำเร็จ

ในส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สนับสนุนการปฏิบัติการโดยสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จากนอกพื้นที่เข้าร่วมปฏิบัติการ โดยปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ประมาณ 2,000 คน ร่วมปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควันใน 9 จังหวัดภาคเหนือ 4.2 สนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จานวน 3 ลำในภารกิจดับไฟป่า มอบหมายให้รองอธิบดีกรมป่าไม้ และรองอธิบดีกรมอุทยานฯ มาปฏิบัติการในการในช่วงภาวะวิกฤตปัญหาฝุ่นละออง ทั้งนี้ การสนับสนุนจะดำเนินการต่อเนื่องไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

ด้านกรมควบคุมมลพิษจะพิจารณาในการติดตั้ง สถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศให้ครบทุกอำเภอ เพื่อสร้างความมั่นใจในเรื่องข้อมูลคุณภาพอากาศของหน่วยงานภาครัฐ และให้มีการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเข้มงวด และมีการลงโทษทั้งทางแพ่งและอาญาและออกข่าวให้สังคมได้รับรู้ เพื่อป้องปรามผู้ที่จะกระทำความผิดรายอื่นๆ

ขณะที่กรมฝนหลวงและการบินเกษตรติดตามตรวจสอบสภาพอากาศอย่างต่อเนื่องและขึ้นบิน ปฏิบัติการเมื่อสภาพอากาศเอื้ออำนวยต่อการทำฝนหลวง และกระทรวงสาธารณสุข จะร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อปฏิบัติงานด้านสุขอนามัยให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว และที่ประชุมยังได้ให้มีการเข้มงวดตรวจจับรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐาน และเข้มงวดตรวจสอบการระบายมลพิษจากภาคอุตสาหกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐาน

Previous articleไปรษณีย์ปิดสงกรานต์ 12-16 เมษานี้ เปิดเฉพาะ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ
Next articleออมสินแจกกระปุก “เครื่องแขวนไทย” วันนี้วันเดียว!!