ผู้ว่าฯภูเก็ตตั้งทีมล่าไอ้เข้โผล่ทะเลคาดเป็นพันธุ์น้ำจืดพลัดหลงเข้ามา

วันนี้ 30 ส.ค.60 นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า กรณีมีข่าวปรากฏในโซเชียลว่ามีจระเข้ในทะเลภูเก็ตนั้น ทางจังหวัดภูเก็ตได้แบ่งการตรวจสอบ โดยให้นายวิกรมจากที่นายอำเภอถลางตรวจสอบแหล่งที่มาภาพถ่ายจระเข้ว่าบุคคลใดถ่ายภาพดังกล่าวในช่วงเวลาใดสถานที่ใดเพื่อตรวจสอบให้ชัดเจน และได้สั่งการให้สำนักงานประมงจังหวัดภูเก็ตตั้งคณะทำงานตรวจสอบประสานกับทางอำเภอถลางเพื่อประสานกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตั้งทีมค้นหาจระเข้ว่ามีในจุดใด

นายนรภัทรกล่าวว่า จากข้อมูลเชื่อว่าอาจมีจริง เพราะว่าอดีตเคยมีผู้พบเห็นจระเข้ในภูเก็ต การตามหาจระเข้ครั้งนี้เน้นการทำงานเป็นทีม เพื่อให้ทุกภาคส่วนช่วยกันเฝ้าระวัง และบูรณาการทำงานกับชาวประมงในพื้นที่และเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดช่วยกันตรวจสอบในทะเลภูเก็ต ถ้าพบเห็นให้รีบแจ้งทางจังหวัดเพื่อดำเนินการลงไปจับจระเข้ โดยทางจังหวัดภูเก็ตขอความร่วมมือสื่อมวลชนในการนำเสนอข่าวที่จะต้องเป็นกลาง เพราะไม่อยากให้ประชาชนตื่นตระหนก เนื่องจากกรณีจระเข้สามารถเกิดได้ เพราะภูเก็ตอยู่ใกล้กับพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง ที่มีการเลี้ยงจระเข้จึงอาจจะมีโอกาสหลุดเข้ามาในพื้นที่ได้

“ขอยืนยันว่าในพื้นที่ภูเก็ตไม่มีการเลี้ยงจระเข้ในลักษณะฟาร์ม สิ่งสำคัญ คือ การแจ้งเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการเฝ้าระวังตนเองด้วย” นายนรภัทรกล่าวที่สุด

ล่าสุด ภายหลังจากการลงพื้นที่ นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ผลจากการตรวจสอบข้อมูลนายอำเภอถลางได้รายงานว่าได้พบประชาชนที่เป็นผู้ถ่ายภาพจระเข้คนแรกแล้ว โดยข้อสรุป เชื่อได้ชัดเจนว่าเป็นจระเข้จริง เนื่องจากมีทั้งพยานบุคคล พยานวัตถุจากภาพถ่าย ซึ่งมีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว โดยทางจังหวัดได้สั่งการให้ประมงจังหวัดประสานกับหน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญในการจับจระเข้ เพื่อมาทำงานเฝ้าระวังและตรวจสอบ ในส่วนของพื้นที่ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ได้ช่วยทำงานตรวจสอบพื้นที่แหล่งน้ำที่คาดว่าจระเข้จะเข้าไปอาศัยหลบหรือซ่อนตัวอีกทางหนึ่ง โดยทางด้านประมงยืนยันข้อมูลว่าจระเข้ตัวดังกล่าว เป็นจระเข้น้ำจืด เนื่องจากในบริเวณพื้นที่ชายหาดบางเทา และสภาพใกล้เคียงไม่เหมาะจะเป็นที่อยู่อาศัยของจระเข้น้ำเค็ม ทางจังหวัดได้จัดตั้งทีมในการไล่ล่าจับจระเข้ให้ได้อย่างเร่งด่วน

ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยว ว่าปกติทุกชายหาดของจังหวัดภูเก็ตจะมีเจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ดของสถานประกอบการโรงแรม ช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว

ในช่วงนี้จังหวัดได้ขอความร่วมมือให้เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด เพิ่มความเข้มข้นในการปฏิบัติงานตรวจตราความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว ด้วยการนำเรือออกไปตรวจสอบตามแนวชายฝั่งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อดูความผิดปกติของชายหาด และได้สั่งการให้ประมงจังหวัดภูเก็ตประสานกับหน่วยงานที่มีกล้องถ่ายโดรน เข้ามาช่วยปฏิบัติงาน ถ่ายภาพ บริเวณชายหาด เป็นระยะๆ เพราะการภาพถ่ายจากกล้องโดรน จะทำให้ได้ภาพที่ชัดเจน และเพื่อความไม่ประมาททางจังหวัดได้แจ้งประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวได้เฝ้าระวังการเล่นน้ำในบริเวณชายหาด ด้วยในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไลฟ์การ์ด อาจดูแลไม่ทันหรือไม่ทั่วถึง” นายนรภัทรกล่าว

ด้านนายวิกรม จากที่นายอำเภอถลาง กล่าวว่า ผลจากการตรวจสอบข้อมูลภาพถ่ายจระเข้ ที่มีการนำเสนอในสื่อออนไลน์พบว่าเป็นภาพถ่ายที่ถ่ายโดยนักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2560 ในพื้นที่ชายหาดเลพังเชื่อมต่อหาดบางเทา อ.ถลาง จังหวัดภูเก็ต ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวชาวไทยสามารถเก็บภาพไว้ได้ โดยเบื้องต้นเป็นการถ่ายโดยใช้กล้องของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งภาพไม่ชัดเจน นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว จึงกลับไปนำกล้องโดรนมาถ่าย และได้นำไปเผยแพร่ในสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2560

ด้านนายไพบูลย์ บุญลิปตานนท์ ประมงจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ความกังวลที่หลายส่วนกลัวว่าจระเข้จะดุร้ายหรือไม่ ขอชี้แจงว่าเบื้องต้นจระเข้หากไม่โดนทำร้ายหรือโดนรังแกก่อน และอยู่ในพื้นที่กว้างจระเข้ จะไม่ดุร้าย จึงมีโอกาสน้อยมากที่จะทำร้ายคน ทั้งนี้หากชาวประมงหรือนักท่องเที่ยวเจอกับตัวจระเข้ การปฏิบัติเบื้องต้นคือ ให้พยายามหลีกเลี่ยงการปะทะ อย่าไปทำร้าย แต่ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่

“การค้นหาไล่ล่าทางจังหวัดได้วางแผน ดำเนินการคือการใช้เครือข่ายตาสับปะรดในการเฝ้าระวัง นอกจากนี้จะใช้เครือข่ายของผู้ประกอบการร้านค้า ประชาชนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่ง ได้ช่วยกันตรวจตราความปลอดภัยและเบาะแสของจระเข้ด้วย โดยทางจังหวัดจะพยายามเร่งจับจระเข้ให้ได้โดยเร็วที่สุด


คาดว่าจระเข้ตัวดังกล่าวเป็นจระเข้น้ำจืด ดังนั้นจะอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำเค็มได้ไม่นาน ประมาณ 2-3 วัน จระเข้ก็ต้องมีการเคลื่อนไหวไปที่อื่นเพื่อความอยู่รอด เนื่องจากจระเข้มีลักษณะทางกายภาพ และความเข้มของเลือด กับความเข้มข้นและความเค็มของทะเลที่แตกต่างกัน ในอดีตบริเวณใกล้เคียง บริเวณนี้เคยมีการเลี้ยงจระเข้อยู่ 2 ฟาร์ม แต่ปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้ว เมื่อปี 2559 จึงคาดว่าจระเข้ดังกล่าวน่าจะ อยู่ในขุมน้ำขุมเหมือง ซึ่งมีพื้นที่เชื่อมต่อกับทะเล และได้ว่ายพลัดหลง เข้ามาอยู่ในทะเล” นายไพบูลย์กล่าวที่สุด