จับชายชาวจีน ก่อเหตุปาหินใส่รถยนต์ใกล้สะพานพระปิ่นเกล้า เจ้าตัวอ้าง “สมองสั่งการให้ทำ”

เมื่อเวลา11.00น. วันที่ 30 สิงหาคม พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.7 และพ.ต.อ.อรรถวุฒิ นิวาตโสภณ ผกก.สน.บางยี่ขัน เข้าสอบปากคำนายหลี่ เฟย อายุ 50 ปี ชาวจีน ผู้ต้องหาใช้ก้อนหินปาใส่รถยนต์บริเวณใกล้สะพานพระปิ่นเกล้า หน้าป้ายรถประจำทางใกล้กับสน.บางยี่ขัน ถนนบรมราชชนนี แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด หลังถูกตำรวจ สน.ลุมพินี จับกุมในข้อหาไม่พกพาสสปอร์ต เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ต้องหาทำให้เสียทรัพย์ จึงนำส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา17.00 น. คนร้ายขึ้นไปขว้างหินใส่รถที่วิ่งลงมาจากสะพานพระปิ่นเกล้าได้รับความเสียหาย2คัน คันแรกนายชูเกียรติ อธิลาภ เป็นผู้เสียหาย ขับรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า ซีอาร์วี ทะเบียน ชฬ 6190 กรุงเทพมหานคร ถูกก้อนหินปาลงมาถูกกระจกหน้ารถแตก จึงรีบจอดรถเพื่อขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านความมั่นคงช่วยจับตัว ก่อนนำตัวไปสน.บางยี่ขัน โดยผู้เสียหายยอมความกับผู้ต้องหาชาวจีนและไม่ร้องทุกข์ โดยรับเงินทำขวัญจากผู้ก่อเหตุเป็นเงินจำนวน 5,000 บาท

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวอีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่18 สิงหาคม นายสาคร ฉันทา ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ ทะเบียน บล 7920 นครปฐม แจ้งความร้องทุกข์ เนื่องจากถูกผู้ต้องหาปาหินใส่รถยนต์ ทำให้หลังคาบุบเป็นรูรั่วกระจกหน้ารถแตกพร้อมกับนำหลักฐานที่เป็นวิดีโอบันทึกเหตุการณ์ส่งมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อมาได้เรียกผู้ต้องหามาเจรจากับผู้เสียหาย โดยมีการเจรจาจ่ายเงินจำนวน 20,000 บาท เพื่อซ่อมแซมรถยนต์แต่ผู้ต้องหาปฏิเสธ เนื่องจากจำนวนเงินไม่เพียงพอจึงต้องดำเนินคดีกับผู้ต้องหาชาวจีนรายนี้ จากการสอบสวนนายหลี่เฟย รับสารภาพว่า วันเกิดเหตุเดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณดังกล่าว จึงได้หยิบก้อนหิน4ก้อนขนาดเท่าอิฐตัวหนอน เดินขึ้นไปบนสะพานลอยก่อนจะขว้างลงมาด้านล่าง 4 ครั้งส่วนมูลเหตุที่ปาหินลงไป เนื่องจากสมองคิดสั่งการให้ทำเอง อีกทั้งก่อนหน้านี้ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาท หรือมีความโกรธแค้นกับใครมาก่อน

“คดีนี้ถือว่าประชาชนหลายคนวิตกกังวลว่าเป็นแก๊งปาหิน ชิงทรัพย์สินประชาชน จึงเร่งรัดจับกุม หลังจากนี้จะส่งผู้ต้องหาไปตรวจสภาพจิตที่โรงพยาบาลว่ามีอาการทางประสาทหรือไม่ แม้เจ้าตัวจะยืนยันว่าไม่เคยรับการรักษาจากที่ใดมาก่อน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป”พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าว

 

 


ที่มา มติชนออนไลน์