ผบ.ตร.สั่งหาข่าว คุมเข้มสถานทูตศรีลังกา-พื้นที่ล่อแหลม หลังวินาศกรรม ยันไทยไร้สัญญาณก่อเหตุรุนแรง

เมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวถึงเหตุระเบิดที่โบสถ์คริสต์และโรงแรมหลายจุดตามเมืองต่าง ๆ ของประเทศศรีลังกาศรีลังกา ทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราย ว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับทราบถึงเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และผบ.ตร. ขอแสดงความเสียใจต่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญครั้งนี้

“ผบ.ตร.มีข้อสั่งการให้ตำรวจทุกหน่วย อาทิ ตำรวจสันติบาล ตำรวจหน่วยปฏิบัติการพิเศษ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กองการต่างประเทศ เฝ้าติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศศรีลังกาอย่างใกล้ชิด รวมทั้งเฝ้าติดตามสถานการณ์และสืบสวนหาข่าว บริเวณพื้นที่โบสถ์คริสต์ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย และจุดล่อแหลมต่าง ๆ ทำการบูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการข่าวและป้องกันเหตุแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งขณะนี้ตำรวจสันติบาล ร่วมกับ ตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่ ได้จัดกำลังเพิ่มเติมไปตรวจสอบและดูแลสถานเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกาประจำประเทศไทย อย่างเต็มที่ เบื้องต้นยังไม่พบความเคลื่อนไหวหรือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง” รองโฆษกตร.กล่าว

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ หากได้รับการร้องขอกำลังดูแลรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม ยืนยันว่าประเทศไทยไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้ง และการข่าวในขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการก่อเหตุความรุนแรง หรือก่อการร้ายในประเทศไทย

“ขอให้ประชาชนชาวไทยที่อาศัยในประเทศศรีลังกาหรือจะเดินทางไปประเทศศรีลังกา ให้ตรวจสอบข้อมูลและเฝ้าติดตามข่าวสารจากสถาทูตไทยประจำประเทศศรีลังกา หรือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยพร้อมดำเนินการทุกมาตรการเพื่อให้ความช่วยเหลือดูแลพี่น้องประชาชนทุกสัญชาติและศาสนาอย่างใกล้ชิด และพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วนอย่างเต็มกำลังความสามารถอยู่แล้ว และหากประสบเหตุฉุกเฉินสามารถติดต่อสถานทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ได้ที่เบอร์โทร +947 7307 0748” รองโฆษกตร.กล่าว

 

ที่มา : มติชนออนไลน์

Previous articleกรมการแพทย์ฯ ให้หมอพื้นบ้าน-ผู้ป่วยบำบัดด้วยกัญชาแจ้งครอบครองและใช้ แม้พ้นกำหนดนิรโทษ
Next articleถอดบทเรียนหมอกควันพิษ รัฐต้องทบทวนนโยบาย “ข้าวโพดประชารัฐ”