
เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดสธ. และ นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุภาพที่ 10 แถลงความคืบหน้าของสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19
นพ.สุขุม กล่าวว่า สถานการณ์ของประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 25 ของโรค พบผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย ซึ่งเป็นคณะทีมงานที่เดินทางไปดูงานประเทศอิตาลี จำนวน 6 ราย ซึ่งกลับมาแล้วพบว่าป่วย 2 คน คือ คนอิตาลี 1 คน และคนไทย 1 คน และรายใหม่ที่พบ 2 ราย เป็นคนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันที่ไป รายที่ 1 เป็นชายไทย อายุ 40 ปี เดินทางไปดูงานที่อิตาลี จากการติดตามเฝ้าระวังอาการ พบว่ารายนี้มีอาการป่วยเมื่อวันที่ 5 มีนาคม ขณะนี้รักษาตัวที่โรงพยาบาล (รพ.) ราชวิถี และอีก 1 รายคือ คนไทย อายุ 40 ปี เป็นกลุ่มเดียวกันที่เดินทางไปดูงานที่อิตาลี ขณะนี้รักษาตัวที่ รพ.นพรัตน์ราชธานี
สรุปยอดผู้ป่วยสะสมที่ 50 ราย หายดีแล้ว 31 ราย อยู่ในระหว่างการรักษาที่ รพ.จำนวน 18 ราย เสียชีวิต 1 ราย

“ส่วนหญิงไทยที่เป็นแรงงานนอกระบบจากประเทศเกาหลีใต้ ที่ถูกคัดกรองที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยมีอาการไข้ เมื่อตรวจห้องปฏิบัติการมีผลเป็นบวกอย่างอ่อน แต่ขณะนี้มีการตรวจซ้ำพบว่าผลเป็นลบทั้ง 2 ครั้ง คาดว่าเป็นความผิดพลาดของการตรวจทางห้องปฏิบัติการ จึงต้องทำการเฝ้าระวังอาการให้ครบ 14 วัน” น.พ.สุขุมกล่าว
นพ.สุขุม กล่าวว่า ขณะนี้ที่ด่านคัดกรองมีการดำเนินการไปแล้ว 4,358,884 ราย มาตรการเหล่านี้อาจจะส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของประชาชน เช่น การเดินทาง การกักตนเองที่บ้าน การลดกิจกรรมทางสังคม การพบแพทย์ทันที่ที่ป่วย หรือการใช้หน้ากากอนามัยที่เหมาะสม
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า สถานการณ์ทั่วโลกมียอดผู้ป่วยกว่า 100,000 รายในวันนี้ และมีผู้ป่วยอาการหนักประมาณ 6,286 ราย อัตราการหายดีร้อยละ 55.6% อัตราการเสียชีวิต 3,412 ราย และ สธ.ได้ประกาศให้ 4 ประเทศ และ 2 เขตปกครองพิเศษ คือ 1.สาธารณรัฐเกาหลี 2.สาธารณรัฐประชาชนจีน รวมถึง มาเก๊า ฮ่องกง 3.สาธารณรัฐอิตาลี และ 4.สาธารณรัฐอิหร่าน เป็นเขตติดโรคนอกราชอาณาจักร แสดงถึงความเข้มข้นของทางการไทยในการควบคุมโรค โดยใช้หลักการพิจารณาจากการรายงานจำนวนผู้ป่วยจำนวนมากที่เป็นหลัก 1,000 รายขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม ประเทศที่ต้องเฝ้าระวังผู้เดินทางจะมีรายชื่อในกลุ่มประเทศจากทวีปยุโรปจำนวนมาก จึงขอให้มีการกักกันตนเอง (self quarantine) โดยความสมัครใจ สธ.เลือกใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ประชาชนมีความตื่นตัวในการรับทราบข้อมูลข่าวสาร โดยการติดต่อมาที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง มีการติดต่อเข้าไปกว่า 2,000 สาย และได้รับการร้องเรียนว่าไม่สามารถเข้าถึงการใช้งานได้ สธ.จึงได้เพิ่มช่องทางเพิ่มเติมทาง ทวิตเตอร์ / เฟซบุ๊ก / ไลน์ ชื่อว่า “ไทยรู้ สู้โควิด” และระบบแชทบอท “คร.ok” ซึ่งระบบแชทบอทมีการเตรียมคำตอบไว้ให้แล้ว สามารถพิมพ์คำถามเข้าไปได้เลย โดยส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลที่มีการถามเข้ามาซ้ำๆ
เมื่อถามว่าผู้ป่วย 2 รายก่อนที่มีการแถลงข่าวไปเมื่อวันที่ 5 มีนาคม เป็นรายที่ 44 และ 45 ขณะนั้นมีการยืนยันว่า 2 รายนั้นไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่ในการแถลงวันนี้ระบุว่าผู้ป่วย 2 รายใหม่เป็นกลุ่มผู้เดินทางไปศึกษาดูงานที่อิตาลีรวมจำนวน 6 ราย ซึ่งรวมกับ 2 รายก่อน ตรงนี้มีข้อมูลเท็จจริงอย่างไร นพ.สุขุม กล่าวว่า มีกลุ่มคนไทยที่เดินทางไปทำงานที่อิตาลี 6 คน พบว่ามีอาการป่วย 3 ราย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม แถลงเป็นรายที่ 45 ชายไทย อายุ 42 ปี อาชีพพนักงานบริษัท มีประวัติเดินทางมาจากประเทศอิตาลี เข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ผ่านด่านคัดกรองโดยไม่มีอาการ แต่ภายหลังพบว่ามีอาการป่วยจึงเดินทางมารักษาด้วยตนเองที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 3 มีนาคม และพบใหม่อีก 2 รายในวันนี้ รวมเป็น 3 ราย และอีก 3 รายยังไม่พบเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ซึ่งอันนี้คือกลุ่มคนไทย 6 คน ที่เดินทางไป แต่ของฝรั่งไม่มีความเกี่ยวข้องกัน แต่กลุ่มนี้คือกลุ่มที่ไปด้วยกัน 6 คน กับผู้ป่วยคนไทยรายที่ 45” นพ.สุขุมกล่าว









