ศบค.คลายล็อกดาวน์เฟส 3 ไฟเขียว “ศูนย์ประชุม-โรงหนัง” ห้ามแออัด

ศบค.คลายล็อกดาวน์ระยะ 3 เปิดห้างยัน 21.00 น. ลดเคอร์ฟิว 1 ชั่วโมง พร้อมปลดแอก ศูนย์ประชุม-ศูนย์แสดงสินค้า-สนามพระเครื่อง ดันเที่ยวทั่วไทยฟื้นเศรษฐกิจ แต่เล่นคอนเสิร์ต-ดนตรีต้องคอยเฟส 4 พร้อมมอบหมายให้ รมว.ศึกษาธิการกลับไปพิจารณาการเปิดการเรียนการสอนวันที่ 1 ก.ค. จะจัดการอย่างไร อาทิ เรียนสลับวัน-เหลื่อมเวลาเรียน ทำได้หรือไม่

การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ ศบค. เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม โดย พล.อ.สมศักดิ์ ดุสิตา เลขาธิการ สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบผ่อนปรนกิจการและกิจกรรมระยะที่ 3 หลายประเภทกิจกรรม “ยกเว้น” สนามมวยและสถานบันเทิง เนื่องจากเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง สำหรับมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่ยังคงไว้ ได้แก่ การเดินทางเข้าราชอาณาจักร ทั้งทางบก-ทางน้ำ-อากาศ แต่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดได้ โดยให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่รัฐประกาศ “ส่วนชายทะเลยังไม่เปิด” และปรับระยะเวลาการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) จาก 23.00-04.00 น. เป็น 23.00-03.00 น. ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563

โดยมีกิจการ-กิจกรรมที่มีการผ่อนปรนดังต่อไปนี้ 1) กิจการด้านเศรษฐกิจและการดำเนินชีวิต ได้แก่ ก.ห้างสรรพสินค้า-ศูนย์การค้า-คอมมิวนิตี้มอลล์ เปิดบริการได้จนถึงเวลา 21.00 น. กลุ่ม ข.ศูนย์แสดงสินค้า-ศูนย์ประชุม-สถานที่จัดนิทรรศการ จำกัดพื้นที่รวมไม่เกิน 20,000 ตร.ม. และเปิดได้ถึงเวลา 21.00 น. ค.สนามพระเครื่อง-ศูนย์พระบูชา ให้ “งดเว้น”

การจัดกิจกรรมที่มีผู้คนมาชุมนุมหนาแน่นและไร้ระเบียบ ง.ร้านเสริมสวย-แต่งผม-ตัดผมสำหรับบุรุษ/สตรี สามารถทำสีผมได้ ให้บริการรายละไม่เกิน 2 ชั่วโมง แต่ต้องไม่มีผู้นั่งรอในร้าน และ จ.ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก-เด็กก่อนวัยเรียน ให้เปิดเพื่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ในการนัดหมาย จัดสรร แจกจ่ายเครื่องดื่มและอาหารกลางวันสำหรับเด็ก โดยให้ผู้ปกครองมารับ รวมถึงเตรียมความพร้อมของสถานที่ตามมาตรฐานสาธารณสุข

2) กิจกรรมด้านการออกกำลังกาย-การดูแลสุขภาพหรือสันทนาการ ได้แก่ ก.คลินิกเวชกรรมเสริมความงาม-สถานเสริมความงาม-สถานที่สักหรือเจาะผิวหนังหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย “ยกเว้น” ใบหน้า ข.สถานประกอบการเพื่อสุขภาพ สปา-สถานประกอบการนวดแผนไทย (งดอบตัว อบสมุนไพร อบไอน้ำแบบรวม และนวดใบหน้า) นวดฝ่าเท้า (ยกเว้นกิจการอาบน้ำ กิจการอาบอบนวด) ทั้งนี้ ให้เปิดไม่เกิน 2 ชั่วโมง/ราย ค.สถานที่ออกกำลังกายฟิตเนส ทั้งในห้างและนอกห้าง สามารถทำกิจกรรมได้ทั้งหมด แต่ให้ “จำกัด” จำนวนผู้เล่นแบบรวมกลุ่ม และงดอบตัวและอบไอน้ำแบบรวมง.สนามกีฬาเพื่อออกกำลังกายหรือฝึกซ้อม ได้แก่ ฟุตบอล, ฟุตซอล, บาสเกตบอล, มวย และ วอลเลย์บอล (ไม่มีการแข่งขัน มีผู้ร่วมกิจกรรมไม่เกิน 10 คน ไม่นับผู้เล่น) จ.สถานที่เล่นโบว์ลิ่ง-สเกต-โรลเลอร์เบลด หรือการละเล่นอื่น ๆ ในทำนองเดียวกัน (เฉพาะการออกกำลังกายหรือการฝึกซ้อม) ฉ.สถาบันลีลาศ-สอนลีลาศ ช.สระน้ำเพื่อการเล่นกีฬา-กิจกรรมทางน้ำในบึง ไม่ใช่ชายทะเล เช่น เจ็ตสกี, ไคต์เซิร์ฟ, เครื่องเล่นประเภทบานาน่าโบ๊ต (ต้องไม่เป็นการแข่งขันและจำกัดจำนวนผู้เล่น) ซ.โรงภาพยนตร์-โรงละคร-โรงมหรสพ (มีผู้ร่วมกิจกรรมไม่เกิน 200 คน และรักษาระยะห่าง นั่งคู่กันได้ แต่ต้องใส่หน้ากากอนามัย) โรงมหรสพเปิดเฉพาะลิเก-ลำตัด-การแสดงพื้นบ้าน แต่ให้งดการแสดงดนตรีและคอนเสิร์ต และ ฌ.สวนสัตว์-สถานที่จัดแสดงสัตว์ ให้จำกัดผู้ร่วมกิจกรรมที่เป็นการรวมกลุ่ม

นอกจากนี้ ศบค.ยังผ่อนผันการใช้อาคาร-สถานที่โรงเรียนและสถาบันการศึกษา เพื่อใช้ในการคัดเลือก สอบคัดเลือกในการอบรมระยะสั้น แต่ยังไม่เปิดให้มีการเรียนการสอน ใช้เพื่อสอบคัดเลือกและอบรมเท่านั้น รวมถึงอนุญาตให้เปิดโรงเรียนนอกระบบตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนเฉพาะประเภทวิชาชีพและศิลปะการกีฬา ส่วนการเปิดสถานศึกษาจะขอรับไว้พิจารณาในครั้งต่อไป

ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. กล่าวเพิ่มเติมว่า การเปิดสถานศึกษายังกำหนดให้เป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 แต่หากมีความพร้อมเกิดขึ้นก่อนอาจจะขยับขึ้นมาเร็วขึ้นก่อนกำหนดก็ได้ โดยที่ประชุมมอบให้ นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กลับไปศึกษาและพิจารณาให้เกิดความเหมาะสม เช่น ขนาด สถานที่ตั้งของโรงเรียน โอกาสเสี่ยงติดเชื้อ การเหลื่อมเวลาเรียน 3 วัน/สัปดาห์ สลับกันจันทร์-พุธ-ศุกร์ เพื่อไม่ให้เกิดความแออัด เน้นเฉพาะเด็กโต แต่เด็กเล็กที่ยังมีความเสี่ยงในการติดเชื้อต้องพิจารณาให้รอบคอบ สำหรับโรงเรียนนานาชาติยังไม่มีข้อตกลงเป็นข้อสรุป และมอบหมายให้กลับไปศึกษาเพื่อหาข้อสรุปในแต่ละเรื่อง โดยจะนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบค.ครั้งต่อไป “พล.อ.ประยุทธ์จะพิจารณาขยายพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ในการผ่อนปรนระยะที่ 4 หลังจากนั้นก็จะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไป”

สำหรับมาตรการบังคับใช้กฎหมายที่ยังคงไว้ ได้แก่ การเดินทางเข้าราชอาณาจักร ทั้งทางบก-ทางน้ำ-อากาศ แต่อนุญาตให้เคลื่อนย้ายข้ามจังหวัดได้ โดยให้เป็นไปตามข้อกำหนดที่รัฐประกาศ ซึ่งชายทะเลยังไม่เปิด และปรับระยะเวลาการห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) จาก 23.00-04.00 น. เป็น 23.00-03.00 น. ทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ