‘ออมสิน’ลั่นไม่หยุดสอบปมเงินอุดหนุนวัด พร้อมนัด ผอ.พศ.-พระชั้นผู้ใหญ่เคลียร์ใจ

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ เรียกร้องให้เปลี่ยนตัว ผอ.พศ. ที่ให้ข่าวการตรวจสอบเงินอุดหนุนวัด จนอาจเสื่อมเสียต่อพระพุทธศาสนาว่า ยังไม่ทราบเรื่องดังกล่าว ต้องขอดูก่อนว่าเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม รู้สึกเป็นห่วงการงานของ พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผอ.พศ. แต่ก็ได้หารือกับเจ้าตัวแล้ว ว่าจะต้องใช้ความระมัดระวัง รอบคอบ รัดกุม ในการทำงานกับคนหมู่มาก ทั้งนี้ ต้องให้ ผอ.พศ.ทำงานต่อไป เพราะถือว่าทำงานตามกฎหมาย ส่วนใครผิดหรือถูกก็ว่ากันไป แต่ไม่อยากให้มีการกระทบกระทั่งกัน เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็จะต้องพูดคุยกัน เพราะอยากให้ทำงานอย่างราบรื่น อย่างไรก็ตาม จะมีการนัดผู้ที่เกี่ยวข้องมาสร้างทำความเข้าใจซึ่งกันและกันเพื่อคลายปัญหาดังกล่าว

นายออมสินกล่าวว่า ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พงศ์พรไม่เคยมารายงานถึงอุปสรรคในการทำงาน เพราะทำตามหน้าที่ และในการประชุมการถวายการสนับสนุนกิจการคณะสงฆ์ เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา พระชั้นผู้ใหญ่ก็ไม่ได้พูดถึงการทำงานของ พศ.แต่อย่างใด เพียงแต่เป็นห่วง ไม่อยากให้การทำงานของ พศ.เกิดการกระทบกระทั่ง ทำให้วงการสงฆ์เกิดการตระหนกกับการทำงานเชิงรุกมากเกินไป


“ผอ.พศ.ทำงานในลักษณะบุคลิกของท่าน คงจะต้องพูดคุยกันแล้วบอกท่านว่า นายกฯก็เป็นห่วงและไม่สบายใจ แต่ไม่ใช่ไม่ให้ทำงาน นายกฯย้ำเสมอว่าเรื่องการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ต้องดำเนินการ ใครผิดถูกต้องว่าตามนั้น เรื่องเงินทอนวัดเราไม่หยุดตรวจสอบ จะไปหยุดได้ยังไง ถ้าหยุดอาจโดนข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เราก็ตรวจสอบตามขั้นตอน แต่ต้องเพิ่มความรัดกุมเท่านั้นเอง” นายออมสินกล่าว

เมื่อถามว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องพา ผอ.พศ.ไปขอขมาพระชั้นผู้ใหญ่ใช่หรือไม่ นายออมสินย้อนถามกลับว่า ถึงขั้นต้องขอขมาเลยหรือ ตนยังไม่ทราบเรื่องนี้ เมื่อถามว่า การทำงานของ ผอ.พศ. ถือว่าทำลายพระพุทธศาสนาอย่างที่พระชั้นผู้ใหญ่กล่าวอ้างหรือไม่ นายออมสินกล่าวว่า เรื่องบัญชีรายได้รายรับรายจ่ายของวัด เป็นสิ่งที่ทำอยู่แล้ว มีวัด 97 เปอร์เซ็นต์ จาก 40,700 วัดทั่วประเทศ ที่รายงานตัวเลขดังกล่าว ทั้งนี้ ได้บอก พศ.ให้ทำความเข้าใจกับพระและไวยาวัจกร ว่าไม่มีอะไรมากกว่าการลงบัญชีรายได้รายจ่ายตามแบบฟอร์มของ กพร. เราอย่าพูดอะไรให้มันอยาก เพราะเป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ แต่หลายวัดในต่างจังหวัดอาจไม่เข้าใจ ดังนั้น สิ่งที่อยากให้ทำคือบัญชีรายได้รายจ่ายตามปกติ

 

ที่มา มติชนออนไลน์