ดวงเมือง กรกฎาคม 2564 หมอดูดังเคยทำนายไว้อย่างไรบ้าง ?

ดวงเมือง ก.ค.64

เข้าสู่เดือนกรกฎาคม 2564 ได้เพียง 5 วัน ระหว่างที่คนไทยคิดว่าปัญหาการระบาดของโควิด-19, การจัดหาวัคซีนของรัฐบาล รวมถึงผลกระทบจากมาตรการกึ่งล็อกดาวน์ เป็นเรื่องน่ากังวลใจมากที่สุด

ทันใดนั้นเสียงระเบิดจากโรงงานผลิตเม็ดพลาสติก ในซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ได้คำรามกึกก้องปลุกคนทั่วประเทศ ราวกับจะตะโกนร้องบอกว่าเคราะห์กรรมของคนไทยไม่ได้หมดเพียงแค่นั้น

ทว่ายังมีอีกหลายปัญหาที่ถูกซุกไว้ใต้พรม ทั้งเรื่องผังเมือง ความปลอดภัยด้านสารเคมีของผู้ประกอบการและคนงาน การวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหามลพิษ การใช้งบประมาณเพื่อความปลอดภัย และอื่น ๆ อีกมากมาย ที่กำลังรอเหยียบซ้ำคนไทยอยู่

แต่กรกฎาคม’64 จะเป็นเดือนที่เลวร้ายสำหรับคนไทยจริงหรือไม่ ? หรือจะเป็นเพียงเดือนแรกของครึ่งปีหลังทั่วไป “ประชาชาติธุรกิจ” พาย้อนอ่านคำทำนายของเหล่าโหรดังที่กล่าวถึงเดือนกรกฎาคม’64 ไว้ก่อนหน้า ดังนี้…

“โหรวสุ วสุวัส คำหอมกุล” ทำนายอุบัติเหตุแก๊สระเบิด

เริ่มที่ โหรวสุ วสุวัส คำหอมกุล ที่ได้พยากรณ์ดวงเมืองประจำปี 2564 ไว้ตั้งแต่ต้นปี ซึ่งในช่วงเมษายนถึงกันยายน โหรวสุ ทำนายดวง การเมือง และเศรษฐกิจ-สังคม ค่อนข้างใกล้เคียงกับเหตุการณ์ปัจจุบัน

ดวงเมืองช่วง เม.ย. – ก.ย. 64

การเมือง จะเป็นช่วงที่การเมืองเริ่มมีความดุเดือด และมีความขัดแย้งมากขึ้น ม็อบสารพัดอาชีพจะเริ่มออกมาเคลื่อนไหวกดดันรัฐบาลให้มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย และกฎหมายที่ส่งผลกระทบ รวมไปถึงม็อบคนจน และเจ้าของธุรกิจที่ปิดกิจการไปในช่วงปี 2563 ถึงต้นปี 2564 ก็จะออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบ หรือลาออก อีกทั้งจะมีม็อบขนาดเล็ก ชุมนุมประท้วงกันในหลายจังหวัดเนื่องจากไม่พอใจการทำงานของรัฐบาล

และถ้าม็อบทั้งหมดนี้ และถ้ารัฐบาลยังเมินเฉยต่อข้อเรียกร้องของประชาชนเหล่านี้ ม็อบทั้งหมดจะรวมตัวกันมาเป็นม็อบใหญ่เข้ามาในกรุงเทพฯ จะทำให้เกิดเหตุการณ์นำไปสู่ความรุนแรง มีการนองเลือด มีคนเสียชีวิตเหมือนช่วงเมษาปี 2552 และ พฤษภาทมิฬ ปี 2535 ซึ่งถ้ามีประชาชนเสียชีวิตในช่วงนี้ ปลายปีจะส่งผลทำให้รัฐบาลมีปัญหาด้านเสถียรภาพ ขาดความน่าเชื่อในการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง และรัฐบาลชุดเดิมจะไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งต่อได้ ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนตัวนายกฯ หรือจับขั้วทางการเมืองใหม่

อย่างไรก็ตามผลกระทบนี้ก็จะทำให้พรรคฝ่ายค้านเกิดความแตกแยก ไม่มีเอกภาพด้วยเช่นกัน ส่งผลทำให้ช่วงครึ่งปีหลัง รัฐบาลนอกจากไม่มีเสถียรภาพในการทำงาน และไม่มีความน่าเชื่อถือแล้ว ฝ่ายค้านก็แตกแยกกันจนไม่มีการทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล และล้มเหลวในการผลักดันการแก้ไข รธน. ส่งผลทำให้ ช่วงเดือนตุลาคม การแก้ไข รธน. ที่ผลักดันกันมาในปี 2563 จะล้มเหลว กลับไปเริ่มต้นนับศูนย์ใหม่ ไม่มีการแก้ไข รธน.เกิดขึ้น

เศรษฐกิจ – สังคม
ช่วงเดือนเมษายน การระบาดของไวรัสโควิด-19 จะลดลง และเริ่มมีการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยง และจะมี รพ. เอกชนนำเข้าวัคซีนมาขายให้กับคนที่มีฐานะฉีด ส่งผลทำให้การท่องเที่ยว และการเดินทางติดต่อต่างประเทศเริ่มกลับมา ซึ่งเป็นไปตามการโคจรของดาวพฤหัสฯ ดาวศุกร์ และราหู ที่เริ่มโคจรรวดเร็ว แปลว่าธุรกิจด้านการท่องเที่ยว นำเข้าส่งออก และงานอีเวนต์ต่าง ๆ ที่ถูกยกเลิก หรือไม่ได้จัดมาตั้งแต่ปี 2563 กลับมาจัดได้ในช่วงนี้เป็นต้นไป

ส่งผลทำให้การท่องเที่ยว และค้าขายกลับมาดีขึ้น แต่พอเกิดปัญหาทางการเมืองก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจสะดุดเป็นพัก ๆ อย่างไรก็ตามพอเข้าช่วงเดือนกันยายน เศรษฐกิจก็จะกลับมามีปัญหาต่อ เพราะเงินหมุมเวียนในระบบเศรษฐกิจมีปัญหา รวมถึงค่าเงินบาทที่ไม่แน่นอน หุ้นตก และปัญหาหนี้สินของภาครัฐ ที่อาจจะส่งผลทำให้มีการตัดงบประมาณในหน่วยงานต่าง ๆ และตัดเงินสวัสดิการช่วยเหลือประชาชน ส่งผลทำให้เกิดวิกฤตเงินฝืดอย่างรุนแรง

ช่วง เมษายน นอกจากปัญหาความรุนแรงทางการเมืองจะทำให้มีคนเสียชีวิตเยอะแล้ว ก็ยังจะมีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ และอุบัติเหตุในสถานที่ก่อสร้างมากกว่าปี 2563 อีกทั้งตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึง มิถุนายนจะเป็นช่วงที่เกิดวิกฤตภัยแล้งอย่างรุนแรง และจะมีปัญหาไฟป่าในแถบ ภาคเหนือ และภาคตะวันตก ส่งผลทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และอาจจะมีคนเสียชีวิตจากไฟไหม้ป่า

ส่วนในเขต กทม. ช่วงเดือน พฤษภาคม – กันยายน ให้ระวังจะเกิดเหตุการณ์ไฟไหม้อาคารขนาดใหญ่ในเมือง หรือเกิดอุบัติเหตุแก๊สระเบิด ที่ส่งผลทำให้มีคนเสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งอาจจะมีจำนวนผู้เสียชีวิตพอ ๆ กับเหตุการณ์รถแก๊สระเบิดในปี 2534 นอกจากนี้ปัญหาอาชญากรรมในกทม. จะพุ่งขึ้นสูงมาก จะมีการก่ออาชญกรรมที่เล็กน้อย ๆ ไปจนถึงอาชญกรรมสะเทือนขวัญที่ทำให้มีคนเสียชีวิตจากอาชญากรรมในแต่ละเดือนมากกว่าช่วงปี 2563

นายกสมาคมโหรฯ ชี้ โควิดคลี่คลายหลัง 20 ก.ค.

ด้าน “ภิญโญ พงศ์เจริญ” นายกสมาคมโหรนานาชาติ ทำนายไว้ว่า การชุมนุมมีแนวโน้มจะรุนแรงเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีดาวอังคารย้ายมาอยู่ตรงราศีมิถุน ตั้งแต่วันที่ 14 เมษายน ถึง 2 มิถุนายน 2564 และกำลังของดาวอังคารส่งกระแสไปถึงดาวเสาร์ ซึ่งดาวอังคารจะโคจรส่งกำลังถึงดาวเสาร์ได้มากที่สุดระหว่างวันที่ 2 มิถุนายน ถึง 20 กรกฎาคม 2564 โดยดาวอังคารจะโคจรอยู่ตรงราศีกรกฎและไปทับดาวจันทร์และไปเล็งดาวเสาร์ซึ่งวันที่ดาวอังคารโคจรมาทับดาวจันทร์และเล็งดาวเสาร์สนิท คือ ประมาณวันที่ 24 มิถุนายน ฉะนั้นดาวคู่นี้จึงเป็นดาวอุบัติเหตุความรุนแรงความขัดแย้งที่จะเกิดขึ้น

นอกจากจะทับพระจันทร์และเล็งพระเสาร์แล้ว ยังทำมุมฉากกับดาวมฤตยูที่ทับลัคนาเมือง ดังนั้น ความขัดแย้งน่าจะรุนแรงในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม โดยรัฐบาลจะดวงตกถึงที่สุด ประมาณวันที่ 24 มิถุนายน

ส่วนเรื่องเศรษฐกิจที่ซึมเซามานานนั้น ช่วงนี้พระราหูกำลังโคจรอยู่ตรงราศีพฤษภ ซึ่งราศีพฤษภเป็นภพที่ 2 ของดวงเมือง หมายถึงเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง การที่ราหูอยู่ตรงนี้ในตำราโหราศาสตร์เรียกว่าราหูค้นทรัพย์ คือ มีทรัพย์สินเงินทองที่เคยสะสมไว้ จะถูกนำมาใช้จ่ายจนหมด และต้องไปกู้ยืมเงินจากภายในและภายนอกประเทศ จึงเกิดปัญหาหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นหนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน ผู้คนจะเดือดร้อน พระราหูอยู่ตรงนี้และจะอยู่ไปจนถึงปี 2565 หมายความว่าเศรษฐกิจจะแย่ไปจนถึงช่วงนั้นเลย อาจเรียกได้ว่าเป็นน้อง ๆ ของทุพภิกขภัย

ประกอบกับนางสงกรานต์ปีนี้เป็นสงกรานต์วันอังคารซึ่งเป็นบาปเคราะห์ประชาชนจะอยู่ลำบากเกิดอุบัติเหตุเภทภัยเกิดจลาจลใจกลางเมือง แต่สำหรับผู้ปกครองแล้วเนื่องจากอิริยาบถของนางสงกรานต์คือนอนหลับเนตรดังนั้นผู้ปกครองหรือชนชั้นสูงจะยังดีอยู่

ส่วนการระบาดของโควิด-19 นั้น ทุกวันนี้ถือว่าหนักแล้วแต่จะหนักมากขึ้น เนื่องจากดาวอังคารจรเข้าสู่ราศีธาตุลมและไปทับพระมฤตยูในดวงเมือง ฉะนั้น โรคระบาดก็จะแพร่เชื้อแต่เป็นไปได้ว่าหลังวันที่ 20 กรกฎาคม โควิด-19 จะคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม ดาวมฤตยูยังทับดวงเมืองอยู่ แม้จะคลี่คลายแล้ว ไม่ได้แปลว่าจะหมดไป ยังต้องเผชิญกับโรคภัยไปจนถึงตอนที่ดาวมฤตยูย้ายราศี คือ ช่วงเดือนกรกฎาคม 2565


สถานการณ์ดีขึ้นแต่ไม่จบ

อรรถวิโรจน์ ศรีตุลา นักโหราจารย์ชื่อดัง กล่าวว่า ปีนี้ช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม สถานการณ์ที่เคยย่ำแย่จะมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น แต่ไม่จบลงง่าย ๆ เพราะดวงเมืองอยู่ภายใต้อิทธิพลของดาวมฤตยูและดาวราหู ซึ่งดาวราหูจะเข้าราศีเมษ ช่วงเดือนมีนาคมถึงเมษายน 2565 ซึ่งจะมีความรุนแรงมหาศาล ประเทศไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในปี 2565 ลักษณะอาจคล้ายของประเทศเมียนมา แต่ไม่รุนแรงถึงขนาดนั้น

ส่วนโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นไม่มีทางหาย จะเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ปัญหาสำคัญอีกอย่างคือเรื่องน้ำ เพราะปีนี้มีปัญหาเรื่องไฟ แต่ต่อไปจะมีปัญหาเรื่องน้ำเข้ามา สิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นหากปล่อยไปตามดวง แต่หากมีการเตรียมพร้อมไว้ ก็จะไม่เกิดขึ้น ทุกสิ่งที่ทำนายสามารถแก้ไขได้หมด เพราะเรื่องของดวงต้องผสมผสานกับความเป็นจริงในหลักการวิทยาศาสตร์ด้วย จึงจะสามารถแก้ปัญหาได้

ทั้งนี้ โปรดใช้วิจารณญาณในการติดตาม

 

 

 

 

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ