ศบค.เผยข้อมูลโควิด เสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย เด็กสุดอายุ 14 ปี

ศบค.เผยรายละเอียดตายจากโควิด
ภาพจากเว็บไซต์ thaigov

ศบค.เผยสถานการณ์โควิดประจำวัน พบผู้เสียชีวิต 114 ราย มี 3 ราย เสียชีวิตคาบ้าน เด็กสุดอายุ 14 ปี เป็นผู้ป่วยติดเตียง 

วันที่ 23 กรกฎาคม 2564 แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) แถลงสถานการณ์ประจำวัน ระบุว่า วันนี้มีผู้เสียชีวิตจากโควิด จำนวน 114 ราย มากสุดที่กรุงเทพมหานคร 49 ราย รองลงมาคือปทุมธานี 12 ราย สมุทรปราการ 11 ราย สมุทรสาคร 6 ราย ยะลา 3 ราย ส่วนที่เหลือกระจายไปเกือบทุกจังหวัด โดยมีค่ากลางของอายุอยู่ที่ 64 ปี อายุน้อยที่สุดคือ 14 ปี และสูงสุดคือ 94 ปี

“รายงานวันนี้มีผู้เสียชีวิตที่บ้าน 3 ราย ในห้องฉุกเฉิน 1 ราย มี 47 คนที่เสียชีวตเป็นเวลาไม่เกิน 6 วัน นับจากวันที่ทราบผลการติดเชื้อ ส่วนกลุ่มสัมผัสความเสี่ยงยังเป็นการติดเชื้อในครอบครัว” แพทย์หญิงอภิสมัยกล่าว

ตรวจสอบข้อมูลจาก ศบค. พบว่า ผู้เสียชีวิตที่บ้าน 3 รายนั้น เป็นผู้ที่พบเชื้อหลังเสียชีวิต 1 ราย ที่ จ.สระบุรี ส่วนอีก 2 ราย ที่ จ.ปทุมธานี นอกจากนี้ยังมีผู้เสียชีวิตที่ ER อีก 1 ราย จากกู้ชีพนำส่ง จ.ปทุมธานี ส่วนผู้เสียชีวิตที่อายุ 14 ปี นั้น เป็นผู้ป่วยติดเตียง มีโรคประจำตัวเป็นโรคลมชัก

 

ประยุทธ์ย้ำต้องไม่มีเสียชีวิตที่บ้าน

เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2564 พญ.อภิสมัยกล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะ ผอ.ศบค. ได้กล่าวในที่ประชุม ศบค. ว่า ได้ติดตามรับฟังข่าวสารข้อมูล และเน้นย้ำว่าจะต้องไม่มีคนเสียชีวิตที่บ้านจากการติดโควิด-19 ทำให้เมื่อมีการเจ็บป่วย จะนำผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเร็วที่สุด จึงพยายามตรวจด้วยชุดทดสอบแอทติเจน เทสต์ คิท (Antigen Test Kit) ที่จะขยายจุดตรวจให้ครอบคลุมมากขึ้น

“อนุทิน” ลงพื้นที่เอง

เมื่อ 21.00 น. วันที่ 22 กรกฎาคม 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข พร้อมด้วยนายพลพีร์ สุวรรณฉวี เป็นรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง นายวัชรพงศ์ คูวิจิตรสุวรรณ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข ได้ลงพื้นที่เพื่อดูความเรียบในการดูแลประชาชนผู้ป่วยโควิด-19 ที่อาการไม่รุนแรงที่แยกกักที่บ้าน (Home isolation) และแยกกักในชุมชน (Community isolation)


รวมถึงติดตามสถานการณ์ผู้ป่วยในชุมชนแออัด พื้นที่ที่มีคนไร้บ้านพักอาศัย หลายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยชุมชนนางลิ้นจี่ซอย 2 (ชุมชนพัฒนสิน), ชุมชนตากสินซอย7, ชุมชนเทิดไทย 19, ริมถนนราชดำเนินกลาง

ทั้งนี้ การลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีและคณะในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับการทำงานของเจ้าหน้าที่ ให้รับกับนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ให้ทุกฝ่ายเร่งดำเนินแนวทุกแนวทางทางอย่างเต็มที่ เพื่อลดจำนวนผู้ติดเชื้อ จำนวนผู้รอคอยการรักษาอยู่ที่บ้าน รวมถึงจะต้องไม่เกิดกรณีเสียชีวิตบนท้องถนนของประชาชนอีก จะต้องไม่มีประชาชนที่ถูกทอดทิ้ง

 

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ