ศบค.เข้มขยายล็อกดาวน์ 14 วัน เพิ่มดีกรีสกัดคนออกนอกบ้าน

ยอดผู้ติดเชื้อกดไม่ลง หวั่นพุ่งวันละ 2 หมื่นคน ศบค.ชงยืดล็อกดาวน์ 13 จังหวัด เฝ้าระวังสูงสุดช่วง 14 วันอันตราย “บิ๊กตู่” สั่งรายงานพื้นที่สีฟ้า 7 พันชุมชน-หมู่บ้านตัวอย่างป้องกันตนเอง ร้านอาหารในห้างกระทบหนัก เร่งรัฐคลายล็อกบริการดีลิเวอรี่ ผู้ว่าฯ 3 จังหวัด ชลบุรี-แปดริ้ว-อยุธยา จี้โรงงานตรวจเชื้อเชิงรุก ฝ่าฝืนสั่งปิด

การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ยอดผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตรายวันยังอยู่ในระดับที่สูงต่อเนื่องช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ปริมาณเตียงรองรับผู้ป่วยมีไม่เพียงพอ ถึงขณะนี้ปริมาณผู้ป่วยเกินขีดความสามารถที่ระบบสาธารณสุขจะรองรับได้ถึง 5 เท่า มีแนวโน้มว่ารัฐบาลจำเป็นต้องยืดระยะเวลามาตรการล็อกดาวน์ จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 2 ส.ค. 2564 ออกไป 14 วัน หรือ 2 สัปดาห์ นับจากวันที่ 2 ส.ค. อาจจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเข้มข้น เพื่อกดยอดผู้ติดเชื้อลงให้มากที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวผ่านการบันทึกเทปสัมภาษณ์พิเศษของสำนักโฆษก ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 ถึงการขยายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด 19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 13 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 5 จังหวัด ได้แก่ นครปฐม สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส และ 3 จังหวัดเพิ่มเติม ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งจะครบกำหนดสิ้นสุดบังคับใช้มาตรการในวันที่ 2 สิงหาคม 2564 ว่า

“ต้องปรึกษาหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนแพทย์ สาธารณสุข มีการประชุมร่วมกันของ ศบค.ชุดเล็กทุกวัน และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ซึ่งมีคณะกรรมการประชุมกันทุกวันเช่นกันเพื่อเสนอมายัง ศปก.ศบค. และนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งจะรวดเร็ว ไม่ล่าช้า และหากมีเรื่องเร่งด่วนในฐานะ ผอ.ศบค.ก็จะอนุมัติ เรื่องใดที่ต้องใช้งบประมาณก็ต้องนำเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่ออนุมัติ”

“ส่วนมาตรการล็อกดาวน์เข้มข้นหรือไม่ ขณะนี้คณะแพทย์ ความเห็นของทีมแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขยังคงเห็นชอบในมาตรการเดิมอยู่ การที่ตัวเลขไม่ลดลง ด้วยหลายประการด้วยกัน ถ้าเราสามารถปฏิบัติตามมาตรการที่ประกาศไปแล้วทุกคน ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็อาจมีข้อบกพร่อง มีอุปสรรคบ้าง แต่สำคัญที่สุดคือความร่วมมือในการปฏิบัติมาตรการดังกล่าว ที่ห้ามตรงนู้นบ้างตรงนี้บ้าง ก็อย่าทำเลย ถ้าทำอยู่ การแพร่ระบาดจะมากขึ้น การเดินทาง มั่วสุม วันนี้ยังเกิดขึ้น ซึ่งเป็นต้นตอของการระบาด”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า การปิดร้านอาหารในศูนย์การค้า ทางหมอเขาเป็นห่วง จึงต้องปิดไปก่อน เพราะช่วงนี้ไปแล้วเบรกไม่อยู่ ไม่ให้กินเหล้าก็แอบกินกันบ้าง คนไทยก็เข้าใจแต่ทำให้เกิดการแพร่เชื้อ ตามโรงแรมก็ไปลักลอบจัดกิจกรรม ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงจะเข้าไปดู เช่น ภูเก็ต ก็สั่งปิดโรงแรมไปแล้ว

“จากความเห็นของกระทรวงสาธารณสุข ทางการแพทย์ มาตรการเดิมที่เราออกไปครั้งนี้ยังคงใช้ได้อยู่ในช่วงนี้ และจะพิจารณาต่อไปตามห้วงเวลา แต่ตัวเลขผู้รักษาหายก็ต้องให้ความสำคัญ”

สั่ง 12 ผู้ว่าฯแยก “พื้นที่สีฟ้า”

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงการให้แนวทาง 12 ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ยกเว้นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่า ตนคิดว่าทำอย่างไรจะสร้างความเข้าใจได้ว่า ถ้าประกาศตัวเลขแต่ตัวแดงทั้งหมด พื้นที่ทั้งหมดเป็นจังหวัด ดูน่ากลัวเกินไปหรือเปล่า จึงให้ไปหาดูว่ามีสีแดง สีส้ม สีเขียว ทำไมไม่มีสีฟ้าบ้าง สีฟ้าคือชุมชน หรือหมู่บ้านที่ประชาชนร่วมมือกันปกป้องตัวเอง วันนี้มีหลายชุมชน หลายหมู่บ้าน

ได้เห็นตัวอย่างที่ดีจากผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช โคราช บอกพร้อมทำตรงนี้ หลายจังหวัดมี 6 พัน 7 พันหมู่บ้าน บางวันไม่มีการติดเชื้อ เราต้องสร้างความมั่นใจให้ได้ว่า ถ้าทำอย่างนี้จะปลอดภัย และจะมีการดูแลในขั้นต้นได้อย่างไร เช่น แพทย์ทางเลือก สมุนไพร ช่วยเหลือตัวเอง ไม่ติด ตรงไหนสีแดงก็อีกอันหนึ่ง เพื่อแยกพื้นที่ให้เห็นชัดเจน ซึ่งตนสนับสนุนให้ทุกจังหวัดทำแบบนี้

ขอโทษมีคนตายในบ้าน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลไม่อยากให้มีคนเสียชีวิต ถ้าทำตามมาตรการทุกอย่าง อย่างน้อยก็ป้องกันตัวเองและครอบครัว คนที่ออกไปนอกบ้านต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว ระบบต้องปรับเพิ่มเติม มาตรการเดิมต้องปรับปรุงในเรื่องการรักษา เช่น นำชุดตรวจเร็ว ATK เข้ามาใช้ ไม่ให้เกิดความแออัดในระบบรักษาพยาบาล

ลุ้นประกาศล็อกต่ออีก 14 วัน

แหล่งข่าวจาก ศบศ.เปิดเผยว่า มีแนวโน้มที่ ศบค.จะขยายมาตรการล็อกดาวน์ออกไปอีกอย่างน้อย 14 วัน จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง แต่ความเข้มความอ่อนคงไม่มากหรือน้อยกว่านี้ ส่วนไซต์งานก่อสร้างยังคงเดิม เพราะ กทม.ประกาศผ่อนคลายมาตรการไปแล้วก่อนหน้านี้ว่า การก่อสร้างประเภทใดสามารถทำต่อได้ และทำ bubble and seal ต่อไป

คาดการณ์ว่า แนวโน้มผู้ติดเชื้อยังมากขึ้น เพราะมีการตรวจมากขึ้น วันที่ 2 ส.ค. 64 จะพิจารณากันอีกครั้ง หากตัวเลขผู้ติดเชื้อกดหัวลงน่าจะผ่อนคลายได้ แต่ถ้าตัวเลขผู้ติด 2 หมื่นคนแล้วผ่อนคลาย อาจตอบคำถามประชาชนไม่ได้

“หัวใจของคำสั่ง คือ ต้องการไม่ให้คนเดินทางออกจากบ้าน ไม่ให้คนไปในสถานที่พลุกพล่าน คือ ห้าง ไปได้เพียงซูเปอร์มาร์เก็ตกับร้านขายยาในห้าง เพราะเซนส์ของนักกฎหมายจะเคร่งครัดในตัวอักษรในข้อกฎหมาย ทุกอย่างมีคำตอบ เพราะสุดท้ายขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจตัดสินใจว่าจะมองมุมไหน”

“ไมเนอร์” รีวิวแผนถึงปลายปี

นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บมจ.เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป ผู้บริหารร้านเดอะพิซซ่า คอมปะนี, สเวนเซ่นส์ และซิซซ์เล่อร์ ฯลฯกล่าวว่า หากรัฐขยายมาตรการล็อกดาวน์ออกไปอีก 14 วัน เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการร้านอาหารทั้งรายเล็ก-รายใหญ่ ต่างได้รับผลกระทบต่อเนื่อง

ขณะนี้บริษัทต้องรีวิวแผนงานใหม่ หากมีผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น อาจต้องมองยาวไปถึงปลายปี แต่เพื่อแก้
ปัญหาเบื้องต้น ไมเนอร์ ฟู้ด ได้นำแบรนด์ร้านอาหารที่มีสาขาในห้าง อาทิ ซิซซ์เล่อร์, สเวนเซ่นส์, บอนชอน ใช้ครัวกลางของเดอะพิซซ่า คอมปะนี และเบอร์เกอร์คิง ที่เปิดสาขานอกศูนย์การค้า เพื่อให้บริการดีลิเวอรี่ โดยไม่ต้องไปเช่าพื้นที่ทำครัวเพิ่ม หากไม่เพียงพอค่อยหาพื้นที่เช่าครัวเพิ่ม และระยะเวลาเช่าต้องไม่น้อยกว่า 3 เดือน ถึงจะคุ้มค่าย้ายครัว จึงหวังว่าจะมีสัญญาณบวกช่วยธุรกิจร้านอาหารบ้าง

ลุ้น “คนละครึ่ง” ช่วยกระตุ้น

ด้านนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมภัตตาคารไทย กล่าวว่า การปิดร้านอาหารในศูนย์การค้าและไม่สามารถให้บริการดีลิเวอรี่ได้กระทบภาพรวมร้านอาหารในศูนย์การค้ามาก เนื่องจากบอบช้ำอยู่แล้ว หวังว่ามาตรการปลดล็อกให้กลุ่มร้านอาหารจะคืบหน้า รัฐจะคลายล็อกให้บริการดีลิเวอรี่ร้านอาหารในศูนย์การค้าได้

“ระหว่างรอมาตรการ อยากให้รัฐช่วยกระตุ้นมาตรการใช้จ่ายคนละครึ่งผ่านช่องทางดีลิเวอรี่ให้เร็วขึ้น เพื่อพยุงผู้ประกอบการร้านอาหาร ช่วยส่งเสริมให้มีรายได้เพิ่ม”


อยุธยาจี้ รง.สุ่มตรวจทุก 14 วัน

สำหรับความเคลื่อนไหวของจังหวัดสีแดงเข้มพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด นายภานุ แย้มศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ออกประกาศจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เรื่องมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับสถานประกอบการและโรงงานในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 28 ก.ค. 2564 จากก่อนหน้านี้พบพนักงานลูกจ้างสถานประกอบการและโรงงานมีผู้ติดเชื้อยืนยัน 968 คน โดยให้แต่ละโรงงานสุ่มตรวจหาเชื้อวิธี RT-PCR หรือ antigen test kit (ATK) อย่างน้อยร้อยละ 5 ของพนักงานที่เดินทางไป-กลับ จากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดทุก 2 สัปดาห์ โรงงานใดพบผู้ติดเชื้อกว่าร้อยละ 10 ให้ปิดกิจการชั่วคราว ทำความสะอาดพื้นที่

เอกชนลงขันตั้ง รพ.สนาม

นายสมหวัง ถุงสุวรรณ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ประกาศดังกล่าวอยู่ในกรอบการบริหารที่ผู้ประกอบการรับได้ และสามารถดำเนินการกิจการต่อได้ ซึ่งผู้ประกอบการจะร่วมลงขันตั้งโรงพยาบาลสนามในพื้นที่อุตสาหกรรมโรจนะ จะเปิดใช้งานวันที่ 4-5 ส.ค.นี้

แปดริ้วเฝ้าระวัง 2 หมื่นแรงงาน

ขณะที่นายไมตรี ไตรติลานนท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า นายกฯได้ร่วมประชุมกับ 13 จังหวัดสีแดงเข้ม โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติมาตรการต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดหาเตียงรักษาให้เพียงพอ ตอนนี้ทางจังหวัดได้เข้มงวดมาตรกรมากขึ้น ทุกโรงงานก็ตื่นตัวเพราะกลัวโดนสั่งปิด จากที่ผ่านมาไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ในฉะเชิงเทรามีโรงงาน 2,000 แห่ง พนักงานเดินทางข้ามจังหวัด 200 แห่ง จำนวน 20,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงงานขนาดใหญ่ หากมีการระบาดจะสามารถรับมือได้ ในกรณีโรงงานขนาดเล็ก ทางสาธารณสุขจังหวัดก็สามารถรับมือได้ เพราะเตียงรองรับมีเพียงพอ

จะแบ่งโรงงานที่มีพนักงานเดินทางข้ามจังหวัดเป็น 2 กลุ่ม 1.โรงงานกลุ่มที่มีการระบาดหนัก เช่น ไทยแอโรว์ สั่งปิด 14 วัน ให้ทำ bubbel&seal 2.โรงงานกลุ่มที่ยังไม่มีผู้ติดเชื้อจะฉีดวัคซีนแอสตร้าฯ 1 เข็ม ซิโนแวค 2 เข็ม หรือซิโนฟาร์ม 2 เข็ม ถ้าหากยังไม่ได้ฉีดวัคซีนจะให้ตรวจเชิงรุกทุก 7 วัน 10% ของกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางข้ามจังหวัด

ชลบุรีคุมเข้มเดินทางข้ามจังหวัด

ด้านนายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี เปิดเผยว่า ชลบุรีมีพนักงานเดินทางไปกลับข้ามจังหวัด 100,000 คนต่อวัน ได้เสนอให้โรงงานหาที่พักให้พนักงานโดยให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง มีบางบริษัททำได้ บางบริษัททำไม่ได้ ขณะเดียวกันโรงงานต้องตรวจหาเชื้อโควิดพนักงานทุก 7 วัน และมีรถรับส่งพนักงานทุกโรงงาน หากไม่ทำแบบนี้ภาคอุตสาหกรรมจะสะดุดหมด

ปัจจุบันชลบุรี มีโรงงานที่ทำ bubble&seal 35 แห่ง รวมพนักงานกว่า 8,000 คน มีผู้ป่วยโควิดกว่า 1,000 คน อีก 7,000 คนยังทำงานตามปกติ แต่จะไม่ให้เข้า-ออกนอกบริเวณโรงงาน โรงงานไหนไม่สามารถควบคุมได้จะสั่งปิดทันที

ส่วนการประชุมร่วมกับนายกฯ ได้มีการสั่งให้เพิ่มศูนย์พักคอยในชุมชนเพื่อดูแลผู้ป่วย และโฮมไอโซเลชั่น เพื่อลดปริมาณคนที่จะมานอนในโรงพยาบาล ปัจจุบันชลบุรีมีเตียงไว้รับผู้ป่วยกลุ่มสีเขียวกว่า 12,000 เตียง ว่าง 5,000 เตียง กลุ่มสีเหลือง 7,400 เตียง ว่าง 200-300 เตียง สีแดง 250 เตียง ตอนนี้เตียงเต็ม มีแผนจะขยายเตียงสีแดงเพิ่มขึ้นเป็น 500 เตียง แต่อุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอ และยังไม่มีสถานที่

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ